วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอจี้พีซีซี รับทราบข้อหาคดีฉ้อโกง

ดีเอสไอ จี้พีซีซีฯเข้ารับทราบข้อหาคดีฉ้อโกง หลังกลับลำไม่เคยได้รับอนุญาตให้จ้างช่วง

พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง วงเงินงบประมาณ 5,848 ล้านบาท ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งหนังสือเรียกผู้บริหารบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ทั้ง 3 ราย คือ นายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล, นายวิศณุ วิเศษสิงห์ และนายจาตุรงค์ อุดมสิทธิกุล เข้ามาชี้แจงรายละเอียดโครงการก่อสร้างดังกล่าว พร้อมทั้งรับทราบข้อกล่าวหาคดีฉ้อโกง วงเงินกว่า 69 ล้านบาท และล่าสุดพนักงานสอบสวนก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง นายวิศณุ วิเศษสิงห์ หนึ่งในผู้บริหารบริษัทพีซีซีฯ อีกครั้ง เพื่อสอบถามและให้รีบจัดส่งเอกสารสำคัญกรณีที่เคยอ้างว่าการจ้างช่วงต่อนั้นได้รับอนุญาตจาก สตช. แล้วจึงได้ดำเนินการ แต่นายวิษณุฯ ได้ปฎิเสธว่าไม่มีเอกสารหรือใบอนุญาตจาก สตช.ตามที่เคยกล่าวอ้าง ดังนั้นจึงทำให้คดีมีความผิดชัดเจน และในวันที่ 15 มี.ค.นี้ดีเอสไอก็จะแจ้งข้อกล่าวหากับผู้บริหารพีซีซีทั้ง 3 ราย ในข้อหาฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วง

พ.ต.ท.ถวัล กล่าวต่อว่า ในส่วนผู้เสียหายที่เป็นกลุ่มผู้รับเหมาช่วงจากบริษัทพีซีซีฯ ที่มาแจ้งความกับดีเอสไอนั้นจนถึงขณะนี้มีอยู่ประมาณ 20-25 ราย ทราบว่าบางรายยังคงถูกสกัดไม่ให้มาพบดีเอสไอ แต่หลักฐานเท่าที่มีอยู่ก็เพียงพอที่จะเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้แล้ว ซึ่งคาดว่าหลังจากพ้นวันที่ 15 มี.ค.นี้ไปแล้วน่าจะมีบริษัทผู้รับเหมาช่วง ทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มไม่น้อยกว่า 100 ราย และพบว่าบริษัทผู้รับเหมาช่วงบางรายเจ้าของบริษัทเป็นนายตำรวจและไม่กล้าที่จะมาพบดีเอสไอ

นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีโรงพักทดแทนในส่วนความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐหรือฮั้วประมูล ส่งถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอแล้ว โดยคาดว่าดีเอสไอจะส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยคดีนี้ดีเอสไอพบหลักฐานเอกสารและคำให้การของพยานบุคคลที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่ฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงการประมูลงานก่อสร้างแบบแยกประมูลเป็น 9 กองบัญชาการตำรวจภูธร 1-9 มาเป็นการประมูลแบบรวมสัญญาเดียวที่สตช. โดยพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตผบ.ตร. สามารถตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประมูลได้เอง แต่กลับเสนอเรื่องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เห็นชอบยกเลิกการประมูลเป็นรายภูมิภาคและอนุมัติให้รวมสัญญาประมูลจากสตช.สัญญาเดียว