ที่ปรึกษามทภ.4แจงขจก.หวังให้ทหารปราบ

ที่ปรึกษามทภ.4แจงขจก.หวังให้ทหารปราบ

ที่ปรึกษาแม่ทัพภาค4 เผยขบวนการโจรก่อการร้ายพยายามให้ทหารใช้ความรุนแรง หวังดึงยูเอ็นมาเกี่ยว

พล.ท.โชค เพิกโสภณ ที่ปรึกษาแม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า การบังคับใช้ มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.มั่นคงนั้น ขณะนี้มีการประกาศใช้ในพื้นที่ 5 อำเภอ ใน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ, อ.เทพา. อ.สะบ้าย้อย และอ.นาทวี, จ.ปัตตานี คือ อ.แม่ลาน โดยที่ผ่านมาพบว่าในพื้นที่ จ.สงขลา มีผู้ที่ก่อความไม่สงบมาแสดงตัวและเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 21 ของ พ.ร.บ. มั่นคงฯ แล้ว3 รุ่น รวม 7 คน โดยทั้งหมดเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่จ.สงขลา ทั้งนี้พบว่าจำนวน 4 คนแรกนั้นปฏิเสธที่จะเข้าอบรมและปฏิบัติตามเงื่อนไขศาล จึงทำให้ 4 คนแรกที่เข้ามามอบตัวต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป, จำนวน 2 คน ซึ่งเข้าอบรมในรุ่น 2 ผ่านการอบรมเป็นที่เรียบร้อยและเข้ามาเป็นเครือข่ายให้กับหน่วยงานรัฐในการทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีกจำนวน 1 คนอยู่ระหว่างการอบรมและปฏิบัติตามเงื่อนไข

พล.ท.โชค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประกาศใช้พ.ร.บ. มั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัด จากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว เบื้องต้นทางกอ.รมน.ภาค4 เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณายกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกลับมาใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ในพื้นที่ 5 อำเภอ ใน 3จังหวัดคือ จ.ยะลา ได้แก่ อ.เบตง, อ.กาบัง , จ.ปัตตานี ได้แก่ อ.ไม้แก่น และ จ.นราธิวาส ได้แก่ อ.แว้ง และ อ.สุคิริน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม กรรมาธิการฯ ได้มีการซักถามถึงการประเมินผลการบังคับใช้ มาตรา 21 ของ กฎหมายมั่นคงที่ผ่านมา โดยพล.ท.โชค ชี้แจงว่า จากการประเมินการบังคับใช้กฎหมายพิเศษพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่าเป็นเพียงการเพิ่มเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ โดยเฉพาะการควบคุมตัวและการสอบสวน

ส่วนพ.ร.บ.มั่นคงฯ นั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงผิดกลับตัวเป็นแนวร่วมของรัฐ ดังนั้นหากพิจารณาความไม่สงบที่ผ่านมา จะพบว่าเกิดจาก 3 ขบวนการ คือ 1.กลุ่มพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) 2.กลุ่มโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา ซึ่งโดย 2 กลุ่มดังกล่าวได้ปราบปรามหมดแล้ว และ3.ขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) ซึ่งถือว่าเป็นขบวนการที่มีการจัดตั้งเป็นองค์กรลับ ไม่สามารถโยงไปถึงตัวแกนนำได้ และได้สร้างเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง แต่ไม่ตั้งฐานที่มั่น จึงถือเป็นปัญหาที่ทหารไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติการปราบปรามได้ อีกทั้งกลุ่มขจก. มีชาวบ้านในพื้นที่ให้ความร่วมมือ

"สถานการณ์ปัจจุบันพบว่ากลุ่มขจก.ที่ใช้การทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป้าหมายแบ่งแยกดินแดน พยายามยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปปฏิบัติการปราบปราม เพื่อดึงองค์กรสหประชาชาติเข้ามาเกี่ยวข้องฐานะเป็นหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน เนื่องด้วยกำลังของกลุ่มขจก. ไม่สามารถต่อสู้กับทหารได้ แต่ขณะนี้กลุ่มทหารไม่ได้หลงกล และพยายามใช้กระบวนการพลเรือนนำยุทธศาสตร์ หรือที่เรียกว่า การเมืองนำการทหารมาใช้ และใช้กฎหมายมั่นคง มาตรา 21 มาช่วยดำเนินการ" พล.ท.โชค กล่าว