วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอวรงค์'ตั้งฉายารัฐบาล'ปูข้าวเน่า'

"หมอวรงค์" ตั้งฉายารัฐบาล “ปูข้าวเน่า” หลัง 7 วัน บุญทรง - เต้น ไม่กล้ารับคำท้าผ่าโกดังพิสูจน์ข้าวเน่า พร้อมเปิดตัวโกดังใหม่เก็บข้าวเน่า

น.พ. วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า วันนี้เป็นวันครบรอบ 7 วันที่ตนได้ท้าให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ไปพิสูจน์ข้าวเน่าด้วยการผ่าโกดังที่ จ.สุรินทร์ แต่กลับไม่มีใครรับคำท้าดังกล่าว จึงขอเรียกร้องรัฐบาลชุดนี้ว่า รัฐบาลข้าวเน่า ปูข้าวเน่าและรัฐมนตรีทุกคนจะมีนามสกุลข้าวเน่า และกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ที่ออกมาท้าทายตนนั้น เป็นเพียงแค่นักโต้วาทีตีโวหาร และไม่แน่จริงในการกล้ารับคำท้าของตนเอง


ทั้งนี้จากการตรวจสอบความรับผิดชอบงานในกระทรวงพาณิชย์ของนายณัฐวุฒิ ปรากฏว่า มี 4 หน่วยงาน คือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สถาบันอัญมณี และศูนย์ศีลปาชีพ ซึ่งไม่ได้รับผิดชอบราคาสินค้าเกษตร จึงขอฝากว่าวันหลังถ้าไม่แน่จริงอย่าออกมา

น.พ.วรงค์ ยังได้นำภาพกระสอบข้าวเน่ารหัส 04 มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า มาจากอ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ดังนั้นควรไปตรวจที่โกดังดังกล่าว ซึ่งเป็นโกดัง (สินสิงห์อุดมพืชไร่ พิจารณาด้วยอาจโดนฟ้องถ้าจะเขียนไป)ที่อยู่บริเวณรอยต่อ อ.ปราสาทและ อ.เมือง ไม่ต้องไปตรวจที่โกดังสหพืชผล อ.ท่าตูม เหมือนที่กระทรวงพาณิชย์ได้ไปตรวจสอบมา โดยโกดังดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับชาติ จึงอยากให้เร่งไปตรวจสอบเพราะหากช้าเกรงว่าอาจเกิดไฟไหม้ ทั้งนี้ยังเรียกร้องไปถึงนายบุญทรง ที่กำลังทำตัวเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืมว่าหนีไปไหนไม่รอด โดยเฉพาะข้าวเน่าและจีทูจี เพราะจนมุมแล้วเชื่อต้องติดคุกแน่นอนกับการเอาคนจนและชาวนามาหากิน

น.พ.วรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.) กำลังเข้าสู่ภาวะถังแตกจึงเชื่อว่า ครม.ต้องอนุมัติค้ำประกันเงินกู้ 7 หมื่นล้านบาทให้กับธกส. เพราะที่ผ่านมาโครงการพืชผลทางการเกษตร ข้าว มัน ยางพารา ปี 55-56 ใช้เงินแล้ว 564,175 ล้านบาท แต่ขายสินค้าเกษตรได้เงินแค่ 58,602 ล้านหรือประมาณ 10 % นอกจากนี้ธกส.ได้ใช้เงินแทรกแซงราคาพืชผลไปแล้วว่า 2 แสนล้านบาท เกินกว่า ที่ ธกส.คาดการณ์ไว้ถึง 110,823 ล้าน ทำให้รัฐบาลถังแตกไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวในการทำโครงการรับจำนำข้าวนาปรังที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามพลิกสถานการณ์เพื่อเพิ่มเงินกู้ให้ธกส. ซึ่งที่ผ่านมาตนได้คุยกับเพื่อนที่อยู่ในสถาบันการเงินทราบว่า

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง พยายามที่จะกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์แต่ถูกปฏิเสธ และมีคนเห็นว่า รมว.คลัง เดินทางไปกรุงไทยขอต่อรองวงเงินกู้โครงการรับจำนำของรัฐบาลหลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ของเอกชนไม่ปล่อยสินเชื่อให้ เพราะเป็นโครงการที่ขาดทุน แต่ธนาคารกรุงไทยเป็นสถาบันการเงินของรัฐบาลอาจจะถูกบีบให้ต้องปล่อยสินเชื่อในโครงการจำนำข้าวก็ได้ เมื่อ ธกส.ประสบปัญหาสภาพคล่องจะทำให้ต้องไปเร่งรัดการใช้หนี้จากเกษตรกรซึ่งในเดือนมีนาคมนี้เป็นเดือนที่เกษตรกรจะต้องใช้หนี้ตามเงื่อนไขแต่ยังไม่ได้เงินจากโครงการจำนำข้าว ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินใช้หนี้ ธกส.จนต้องไปกู้หนี้ระยะสั้นมาใช้หนี้ ธกส.จึงมีความเดือดร้อนอย่างมาก