วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประสาร'ชี้แก้น้ำท่วม3.5แสนล. หวั่นซ้ำโรงพัก

"ประสาร"เปิดผลการศึกษาแก้น้ำท่วม"ไจก้า" ชี้รัฐบาลทุ่มเงิน3.5แสนล้านแก้น้ำท่วม จับตา"เค วอเตอร์" หวั่นซ้ำรอยโรงพักฉาว

นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา หารือต่อที่ประชุมวุฒิสภา ถึงกรณีการใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศไทย พ.ศ.2555 ประจำปีงบประมาณ 2555 จำนวน 3.5 แสนล้าบาท ว่า เมื่อช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา รัฐบาลได้มอบหมายให้องค์กรการความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ศึกษาและทำแผนบริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ไจก้าได้มอบผลการศึกษาให้กับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยผลการศึกษาดังกล่าวระบุชัดเจนว่าแผนสิ่งก่อสร้างที่รัฐบาลไทยเตรียมทำจำนวน 10 โครงการ ไม่จำเป็นต้องสร้างทุกโครงการ เพราะสามารถใช้วิธีอื่นทดแทนได้ เช่น สนับสนุนให้ชุมนุมลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปรับตัวให้อยู่กับน้ำโดยไม่เดือดร้อนช่วงที่เกิดน้ำท่วม, การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนใหญ่ 2 เขื่อนลุ่มน้ำเจ้าพระยา, จัดการบริหารน้ำให้มีประสิทธิภาพเป็นหลัก คู่กับการขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างทางระบายน้ำหรือฟลัดเวย์เพิ่มขึ้นพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และขยายคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ ทางฝั่นตะวันออกขอกทม. ก็สามารถแก้น้ำท่วมได้ ส่วนงบประมาณที่ใช้ คือ 1 แสนล้านบาท และถือว่าลดจากงบที่ตั้งไว้ 3.5 แสนล้านบาท ถึง ร้อยละ 70

นายประสาร ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การทำโครงการภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ 3.5 แสนล้านบาท ในมาตรา 3 ระบุชัดเจนถึงขอบเขตการดำเนินการ คือ ไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย. 56 ดังนั้นเหลือเวลาดำเนินการเพียง 4 เดือนแต่ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจความเห็นประชาชน หรือสำรวจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ทั้งที่โครงการ อาทิแก่งเสือเต้น เขื่อนแม่วงก์ ประตูระบายน้ำ ตามกฎหมายต้องดำเนินการทั้งสิ้น นอกจากนั้นแล้วกรณีที่รัฐบาลเอาใจ บริษัท วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (เค-วอเตอร์) ของประเทศเกาหลีเป็นพิเศษ ตนห่วงว่าหากรัฐบาลเลือกบริษัทเค-วอเตอร์มาดำเนินการ อาจซ้ำรอยกรณีที่ให้บริษัทเดียวมารับงานก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งหรือไม่

"บริษัทเค-วอร์เตอร์ ถือเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศเกาหลี และไม่มีพันธมิตร ไม่มีผู้ผู้ชำนาญการแต่ละด้านเข้าร่วม อาจรียกว่าเป็นการจับเสือมือเปล่า" นายประสาร กล่าว

ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา หารือประเด็นเดียวกันว่าขอให้กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการตรจสอบการทุจริต ติดตามว่ากรณีใช้เงิน 3.5 แสนล้านบาทนั้นมีค่าปากถุงในการกู้เงินจำนวนเท่าไร โดยปกติจะอยู่ที่ร้อยละ 25 สตางค์ นอกจากนั้นแล้วจะมีประเด็นขอคำครหาที่มีค่าคอมมิชชั่น จำนวนร้อยละ 30 หรือไม่ และตามที่ไจก้าระบุชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากถึง 3.5 แสนล้านบาททำโครงการ และอาจใช้เพียง 1แสนล้านเท่านั้น ดังนั้นเงินจำนวนที่เหลือ 2.4 แสนล้านบาทจะใช้ทำอะไร