"เฉลิม"สั่งตำรวจดูแลเข้ม ป้องใช้วิธีสกปรกหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ยอมรับเสียงฝั่งธนอ่อน
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ใช้วิธีสกปรกและสาดโคลนกันไปมา ตำรวจจึงได้ออกมาเคลื่อนไหวกันคึกคัก และบอกว่าต้องรักษาความถูกต้องชอบธรรม ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมาพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ก็เดินทางมาหาตน และบอกว่าถูกกล่าวหา ซึ่งตนก็ได้บอกว่าไปว่าอย่าใส่ใจ ขอให้ทำตรงไปตรงมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยว่าใครดีอยู่แล้ว ความจริงตนไม่ได้เป็นศัตรูกับพรรคประชาธิปัตย์ กับผู้ใหญ่รุ่นเก่าๆของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นนายชวน หลีกภัย หรือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ก็รักใคร่กัน มีแต่พวกรุ่นใหม่มาแรง เสนอหน้า ซึ่งพวกนี้ตนบอกได้เลยว่าถ้าออกจากพรรคประชาธิปัตย์ แม้แต่ลงสมัครผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ไม่ได้รับเลือกแน่นอน
"พรรคประชาธิปัตย์ไปหาเสียงได้อย่างไร โดยบอกว่าถ้าเลือกเบอร์ 9 แล้วจะเป็นเผด็จการ แล้วตอนที่คุณชายสุขุมพันธุ์บริพัตร เป็นผู้ว่าฯกทม. 2 ปี 6 เดือน พรรคประชาธิปัตย์ได้อำนาจไปอย่างที่เห็น แบบนั้นทำไมไม่เรียกว่าเผด็จการ ความจริงเผด็จการ คือพวกแพ้เลือกตั้งซ้ำซาก พวกงูเห่าภาค 1 ที่เอา ส.ส.พรรคประชากรไทยไป และยังมีงูเห่าภาค 2 ที่เอาคนของพรรคพลังประชาชนไป แล้วก็เล่นการเมืองแบบนี้ จะค้านก็ไม่ค้าน เป็นรัฐบาลก็ไม่ใช่ ผมไม่นิยม ถ้าค้านก็ค้านไปจริง ๆเลยดีกว่า" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวยอมรับว่า คะแนนเสียงฝั่งธนบุรีคงไม่ดีเท่าที่ควร โอกาสที่จะชนะยาก เพราะไม่มีส.ส.แม้แต่คนเดียว มีคนของตนเพียงคนเดียวคือนายวัน อยู่บำรุง การเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่าน ๆมาพรรคเพื่อไทยแพ้มาถาวร เพราะผู้สมัครไม่ใช่คนที่ตนพิจารณาไว้ แต่เป็นของเก่า อย่างไรก็ตามยืนยันว่าหากพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ ตนจะไม่ให้สัมภาษณ์ 7 วันตามที่เคยพูดไป และจะแถมให้อีก 3 วันรวมเป็น 10 วันด้วย ซึ่งในวันที่ 23 ก.พ.ตนจะขึ้นรถแห่ช่วยหาเสียงด้วย และจะปราศรัยปิดท้ายที่วงเวียนใหญ่ การที่ตนไม่ออกไปช่วยหาเสียงก่อนเวลา 17.00 น. เพราะอันตราย กลัวถูกหาว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง





