วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาด'พงศพัศ'เฉือน'สุขุมพันธุ์1.3แสนคะแนน

ผู้ช่วย ผอ.เอแบคโพลล์ วิเคราะห์ คาด"พงศพัศ" เฉือน"สุขุมพันธ์" 1.3 แสนคะแนน หลังเทียบคะแนนปี 52 พบคนเหนียวแน่นกับเพื่อไทย

นานยเทวินทร์ อินทรจำนงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เผยแพร่บทความ "จับตา จุดเปลี่ยนผู้ว่ากทม. “ความเสี่ยงที่จะทำให้แชมป์เก่าเสียตำแหน่ง” โดยเป็นการวิเคราะโอกาสความเป็นไปได้ในการเลือกตั้ง โดยอิงจากการสำรวจความคิดเห็น และเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการ กทม. เมื่อปี 2552 โดยระบุว่า จากผลสำรวจครั้งล่าสุด ผู้สมัครที่ได้คะแนนนิยมสูงที่สุดคือ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ จากพรรคเพื่อไทย มีคะแนนนิยมร้อยละ 43.9 รองลงมาคือ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 37.6 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 10.4 และคนอื่นๆ เช่น นายสุหฤท สยามวาลา นายโฆสิต สุวินิจจิต ฯลฯ เป็นต้น ได้ร้อยละ 8.1

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2552 จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,150,103 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,120,721 คน คิดเป็นร้อยละ 51.1 เมื่อนับเฉพาะผู้ที่ลงคะแนนเลือกผู้สมัคร (หักผู้ใช้สิทธิไม่ลงคะแนน และบัตรเสียออกไป) พบว่าผู้ที่ชนะการเลือกตั้งคือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ได้คะแนน 934,602 คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 45.4) ติดตามมาด้วยนายยุรนันท์ ภมรมนตรีได้ 611,669 คะแนน (ร้อยละ 29.7) ม.ล. ณัฏฐกรณ์ เทวกุล 334,846 คะแนน (ร้อยละ 16.3 ) นายแก้วสรร อติโพธิ 144,779 คะแนน (ร้อยละ 7.0) และผู้สมัครอื่น ได้ 32,323 คะแนน (ร้อยล 1.6)

จากการสำรวจของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ (วันที่ 8-12 ก.พ. 2556) ได้นำข้อมูลจากการสอบถามว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งที่แล้ว (11 ม.ค. 2552) เลือกใคร มาจำแนกเปรียบเทียบความตั้งใจเลือกผู้ว่ากทม.ในครั้งนี้ พบว่า กลุ่มคนที่เคยเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์(พรรคประชาธิปัตย์)ในครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ตั้งใจจะเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์มากที่สุดร้อยละ 66.4 รองลงมาคือเลือกพล.ต.อ.พงศพัศร้อยละ 22.0 พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ร้อยละ 6.6 และตั้งใจเลือกคนอื่น ๆ เช่น นายสหฤท สยามวาลา นายโฆสิต สุวินิจจิต ฯลฯ ร้อยละ 5.0

กลุ่มคนที่เคยเลือกนายยุรนันท์(พรรคเพื่อไทย)ในครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ตั้งใจจะเลือกพล.ต.อ.พงศพัศมากที่สุดร้อยละ 78.7 รองลงมาคือจะเลือกพล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ร้อยละ 8.5 ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ร้อยละ 6.1 และตั้งใจเลือกคนอื่น ๆ ร้อยละ 6.7

กลุ่มคนที่เคยเลือกม.ล.ณัฏฐกรณ์ (ผู้สมัครอิสระ)ในครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ตั้งใจจะเลือก พล.ต.อ.พงศพัศมากที่สุดร้อยละ 59.1 รองลงมาคือจะเลือกพล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ร้อยละ 21.0 ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ร้อยละ 11.0 และตั้งใจเลือกคนอื่น ๆ ร้อยละ 8.9

กลุ่มคนที่เคยเลือกคนอื่นๆในครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ตั้งใจจะเลือก พล.ต.อ.พงศพัศมากที่สุดร้อยละ 54.5 รองลงมาคือจะเลือกพล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ร้อยละ 15.8 ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ร้อยละ 14.9 และตั้งใจเลือกคนอื่น ๆ ร้อยละ 14.8

พิจารณาพฤติกรรมการเลือกตั้งโดยรวมของคนที่เคยไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งที่แล้ว มีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ คนที่เคยเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ครั้งที่แล้วที่ยังคงยืนหยัดที่จะเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ต่อไปมีประมาณ 2 ใน 3 (หรือร้อยละ 66.4) ในขณะที่ประมาณ 1 ใน 3 (ร้อยละ 33.6) ตั้งใจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจไปเลือกคนอื่น โดยคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เกินกว่าครึ่ง (คือร้อยละ 22.0 จากร้อยละ 33.6) ตั้งใจจะไปเลือกพล.ต.อ.พงศพัศแทน

ในขณะที่คนที่เคยเลือกนายยุรนันท์(พรรคเพื่อไทย)ครั้งที่แล้ว มีความยืนหยัดเหนียวแน่นมากกว่าที่จะเลือกคนจากพรรคเพื่อไทยเช่นเดิม คือตั้งใจเลือกพล.ต.อ.พงศพัศมากกว่า 3 ใน 4 (ร้อยละ 78.7) เรียกได้ว่าครั้งนี้ความจงรักภักดีของคนที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยมีความมั่นคงสูงมากกว่าคนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่คนที่เคยเลือกผู้สมัครผู้ว่า ฯ คนอื่น ๆ ในครั้งที่แล้ว ได้แก่ คนที่เคยเลือกม.ล.ณัฏฐกรณ์ นายแก้วสรร ฯลฯ ส่วนใหญ่ตั้งใจจะลงคะแนนให้กับพล.ต.อ.พงศพัศมากที่สุด ทั้งนี้หากไม่ลงคะแนนให้กับพล.ต.อ.พงศพัศแล้วคนกลุ่มนี้ก็จะหันไปเลือก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มากกว่าที่จะเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์

หากกระแสนิยมยังเป็นเช่นนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง (3 มีนาคม 2556) โดยมีสมมติฐานว่าคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้เท่ากันกับการเลือกตั้งผู้ว่า ฯ ครั้งที่แล้วและภายใต้เงื่อนไขพฤติกรรมการลงคะแนนเป็นไปตามสภาพปกติไม่มีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นใด ผู้ที่จะได้คะแนนจากการเลือกตั้งสูงที่สุดและชนะการเลือกตั้งคือพล.ต.อ.พงศพัศ เมื่อคำณวนจากยอดคนใช้สิทธิแบบเลือกผู้สมัคร จะมีคนลงคะแนนจำนวนประมาณ 2,058,000 คน พล.ต.อ.พงศพัศน่าจะได้รับชัยชนะด้วยคะแนนอยู่ที่ประมาณ 904,000 คะแนน โดยเป็นคะแนนที่ได้รับมาจากคนที่เคยเลือกนายยุรนันท์ในครั้งที่แล้วประมาณ 443,000 คะแนน เป็นคะแนนที่ได้รับจากคนที่เคยเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ในครั้งที่แล้วประมาณ 189,000 คะแนน เป็นคะแนนจากคนที่เคยเลือกม.ล.ณัฐกรณ์ในครั้งที่แล้วประมาณ 182,000 คะแนน และที่เหลือเป็นคะแนนจากคนที่เคยเลือกคนอื่น ๆ ในครั้งที่แล้วรวมกันอีกประมาณ 90,000 คะแนน

ผู้ที่ได้ลำดับติดตามมาคือม.ร.ว.สุขุมพันธ์ คาดว่าจะได้ประมาณ 774,000 คะแนน โดยเป็นคะแนนที่ได้รับมาจากคนที่เคยเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ในครั้งที่แล้วประมาณ 666,000 คะแนน ได้มาจากคนที่เคยเลือกนายยุรนันท์ในครั้งที่แล้วประมาณ 40,000 คะแนน ได้จากคนที่เคยเลือกม.ล.ณัฏฐกรณ์ในครั้งที่แล้วประมาณ 39,000 คะแนน และได้จากคนที่เคยเลือกคนอื่นในครั้งที่แล้วประมาณ 29,000 คะแนน

หากเงื่อนไขและพฤติกรรมการเลือกตั้งเป็นไปตามกระแสนิยมอย่างที่เป็นอยู่นี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์จะพ่ายแพ้ให้กับพล.ต.อ.พงศพัศด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกันประมาณ 1.3 แสนคะแนน หรือเพิ่มขึ้นลดลงเป็นไปตามสัดส่วนจำนวนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเมื่อถึงวันเลือกตั้งจริง

ครั้งนี้โอกาสที่ม.ร.ว.สุขุมพันธ์จะรักษาตำแหน่งให้ต่อเนื่องนั้นอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในแนวทางดังนี้

ทางแรก คือ การแย่งคะแนนจากคนที่เคยเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ในครั้งที่แล้วที่กำลังตัดสินใจไปเลือกพล.ต.อ.พงศพัศในครั้งนี้ให้กลับคืนมา ทางที่สองคือดึงคนที่เคยเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ในครั้งที่แล้ว และกำลังตัดสินใจไปเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่พล.ต.อ.พงศพัศ ให้หันกลับมาเลือกม.รว.สุขุมพันธ์เช่นเดิม และ ทางที่สามคือกระตุ้นให้คนที่ไม่เคยได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งที่แล้ว ให้มาใช้สิทธิเพิ่มมากขึ้นและให้มาเลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ทั้งหมด ซึ่งหากใช้วิธีนี้โดยที่ไม่ได้ดำเนินการในทางที่หนึ่งและสองช่วยเลย ก็จะต้องมีการระดมคนมาลงคะแนนเพิ่มขึ้นมากกว่า 130,000 คนจึงจะมีโอกาสเอาชนะพล.ต.อ.พงศพัศได้

ข้อสันนิษฐานนี้อยู่บนหลักความคิดที่ว่าคะแนนนิยมของพล.ต,อ.พงศพัศ อยู่ในสภาพที่อยู่นิ่งไม่ได้มีการเรียกคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่เป็นอยู่นี้