ดีเอสไอชี้คดี 396 โรงพัก "อภิสิทธิ์"ละเว้นปฏิบัติหน้าที่
คดีฮั้วสร้าง 396 โรงพักทดแทน ลาม"อภิสิทธิ์" อธิบดีดีเอสไองัดหลักฐานผู้รับเหมาร่วมลงชื่อค้านรวบประมูลสัญญาเดียว ชี้ฝ่ายการเมืองส่อละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เตรียมเรียกอดีตนายกฯแจงพร้อม"สุเทพ" ย้ำหากคดีมีมูลต้องแยกส่ง ป.ป.ช. ขณะที่ ปชป.แจงแทน"พีซีซี"ไม่มีฮั้ว โวยถูกดิสเครดิตช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
หลังจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)อนุมัติให้มีการสอบสวนโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ ทดแทน 396 หลัง วงเงิน 5,848 ล้านบาทและโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจ 163 แห่ง วงเงิน 3,709,880,000 บาท ในฐานความผิดตามพ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ(ฮั้วประมูล)
วานนี้ (6ก.พ.2556)นายธาริต เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนว่า ล่าสุดดีเอสไอพบหลักฐานสำคัญว่า ก่อนหน้านี้ที่จะยกเลิกการอนุมัติประมูลก่อสร้างเป็นรายกองบัญชาการ 1-9 แล้วให้เปิดประมูลแบบรวมสัญญาจากส่วนกลาง บริษัทผู้รับเหมาเคยรวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ในขณะนั้น ซึ่งมีสาระสำคัญระบุว่า หาก สตช.จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเดิมจากการประมูลรายภาคมาเป็นสัญญาเดียวทั้ง 2 โครงการ ก็ขอให้นายกฯอย่าได้ลงนามอนุมัติหรือเห็นชอบโดยเด็ดขาด เพราะเป็นการกีดกันผู้รับจ้างในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้รับจ้างส่วนใหญ่ของประเทศ ถ้านายกฯอนุมัติจะเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างรายเดียวทันที เพราะผู้รับจ้างในภูมิภาคมีผลงานและวงเงินค้ำประกันสัญญาไม่สูงพอที่จะรับงาน
หนังสือดังกล่าวยังระบุด้วยว่า การก่อสร้างโดยรวมเพียงสัญญาเดียวก็ขัดต่อความเป็นจริงโดยทั่วไป เพราะผู้รับจ้างรายเดียวไม่สามารถก่อสร้างอาคารในสถานที่ห่างไกลทั่วประเทศได้ภายในเวลาพร้อมกัน พร้อมทั้ง ยกตัวอย่างความล้มเหลวการจัดจ้างแบบรวมสัญญาที่ สตช.เคยประสบมาแล้ว คือแฟลตตำรวจที่มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติดำเนินการ ไม่เสร็จตามสัญญา เช่น ในจังหวัดภาคเหนือและชายแดนภาคใต้ที่ใช้เวลาก่อสร้าง 4-5 ปี อีกทั้งที่ผ่านมา ไม่มีหน่วยงานหรือกระทรวงใด ใช้แนวทางจัดจ้างแบบรวมงบฯเป็นสัญญาเดียว เช่นการก่อสร้างโรงพยาบาล หอพักแพทย์ พยาบาลทั่วประเทศของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (เอสพี 2) เช่นเดียวกับ สตช.ก็ไม่ใช้วิธีจัดจ้างแบบรวมสัญญา
ดังนั้น จึงถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฮั้วประมูล โดยหนังสือคัดค้านฉบับดังกล่าวมีการเข้าชื่อกันรวม 8 บริษัท โดยชื่อแรกคือ บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ฉะนั้น ดีเอสไอจึงเห็นควรว่าจำเป็นต้องเรียกนายอภิสิทธิ์เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเช่นกัน โดยจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะเรียกมาในวันเวลาเดียวกับนายสุเทพหรือไม่
จ่อเรียกสอบ"อภิสิทธิ์"เพิ่ม
นายธาริต กล่าวต่อว่า หนังสือร้องเรียนของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างยังอ้างถึงโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจชั้นประทวนทั่วประเทศ 532 หลัง ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในโครงการเอสพี 1 จำนวน 1,800 ล้านบาท ซึ่ง สตช.โอนเงินไปให้ตำรวจภูธรจังหวัดจัดจ้างเอง ซึ่งสามารถบริหารจัดการการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาเพียง 180 วัน
"ขณะนี้มีเอกสารหลักฐานชัดเจนว่ามีการส่งหนังสือฉบับดังกล่าวส่งบุคคลทั้งสอง แต่การคัดค้านไม่เป็นผล ฝ่ายการเมืองยังคงสั่งอนุมัติยกเลิก ให้รวมการประมูลเป็นสัญญาเดียว เมื่อมีหลักฐานโยงไปถึงนายอภิสิทธิ์ ผมจึงได้หารือพนักงานสอบสวนแล้วว่า นอกจากนายสุเทพแล้วจำเป็นต้องเชิญนายอภิสิทธิ์มาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม หากพบมูลความผิดจะต้องแยกส่งสำนวนไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ"
นายธาริต กล่าวด้วยว่า หลังได้รับเรื่องร้องทุกข์ ดีเอสไอยังพบการกระทำความผิดเข้าข่ายข้อหาฉ้อโกง ซึ่งล่าสุดมีบริษัทรับเหมาช่วง 5 บริษัท เข้ามาให้ถ้อยคำและร้องทุกข์ฐานฉ้อโกงกับบริษัท พีซีซี ซึ่งมีพฤติการณ์ทั้งฉ้อโกงงบประมาณ สตช.ที่มีการเบิกจ่ายไปแล้วมากกว่า 1,500 ล้านบาท รวมถึงฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วง ด้วยการจ่ายเงินไม่ครบหรือไม่จ่ายเงินค่าจ้าง แต่กลับนำงานก่อสร้างไปขอรับเงินค่างวดงานจาก สตช.เพิ่ม จากกรณีดังกล่าว ดีเอสไอจึงได้อนุมัติให้สอบสวนกรณีฉ้อโกงเป็นคดีพิเศษทันที โดยเชื่อว่ายังมีผู้รับเหมาอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้ร้องทุกข์ ซึ่งดีเอสไอขอให้มาร้องทุกข์ต่อเนื่องได้ทันที
เนื่องจากการสอบสวนพบข้อเท็จจริงพอสมควร ว่ามีการหลอกลวง ปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้มาซึ่งงบประมาณของสตช. ในวันนี้จึงได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะที่ สตช.เป็นผู้เสียหายโดยตรงเข้ามาร้องทุกข์ในคดีฉ้อโกงงบประมาณกับดีเอสไออย่างเป็นทางการ
ปชป.แจงแทน"พีซีซี"ยันไม่มีฮั้ว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)แถลงตอบโต้ว่า การประมูลโครงการนี้เปลี่ยนจากเดิมที่แยกเป็นรายภาค 1-9 ภาค มารวมเป็นครั้งเดียว โดยเป็นความเห็นของ สตช.ฝ่ายปฏิบัติเอง ซึ่งครม.อนุมัติเงิน 6,672 ล้านบาท สตช.เห็นว่า ไม่มีระเบียบใด ให้ไปแบ่งการประมูลเป็น 9 ครั้ง 9 ภาค ดังนั้นจึงไม่มีความผิดปกติ ตรงกันข้าม หากมีการอนุมัติประมูลเป็นรายภาค จะเป็นการทำผิดระเบียบของ สตช.
ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่มีการฮั้วประมูลตามที่ดีเอสไอกล่าวหา เพราะตั้งราคากลางไว้ 6,388 ล้านบาท บริษัท พีซีซี ประมูลได้ 5,848 ล้าน ต่ำกว่าราคากลาง 540 ล้านบาท ขณะที่ บริษัท สามประสิทธิ์ จำกัด ประมูลต่ำกว่าราคากลาง 293 ล้านบาท บริษัทที่ชนะห่างกับบริษัทที่สองกว่า 250 ล้านบาท ตรงนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าไม่มีการฮั้วประมูล เมื่อเป็นเช่นนี้นายธาริต จึงเปลี่ยนข้อกล่าวหาว่า จงใจประมูลต่ำกว่าราคากลาง และจงใจทิ้งงาน โดยอ้างว่า บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนเพียง 500 ล้านบาท และไม่เคยรับงานใหญ่ ทั้งที่ความจริงแล้วบริษัท พีซีซี มีบริษัทในเครือหลายบริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ผลิตวัตถุดิบในการก่อสร้าง เคยรับงานใหญ่ ของราชการอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการโดม คอมเพล็กซ์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลพหลพลพหุเสนา ธนาคารแห่งประเทศไทย กองทัพบก สตช.
ส่วนกรณีเงินเบิกล่วงหน้าที่ถูกถามว่าหายไปไหน บริษัทก็ชี้แจงว่านำไปพัฒนาโครงการ แต่หากจะมีปัญหาก็เรื่องเงินทุนหมุนเวียนสมัยโครงการบ้านเอื้ออาทร เพราะไม่สามารถชำระเงินให้ซัฟพลายเออร์ได้ จึงมีข่าวถูกแบล็คลิสต์ แต่ก็แก้ปัญหาโดยรับงานจากรัฐบาลไปจ่าย เป็นการหมุนเงิน ยืนยันว่าการประมูลไม่มีขั้นตอนใดที่ผิดกฎหมาย แต่ปัญหาเกิดจากการบริหารให้เป็นไปตามสัญญา
นายชวนนท์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พยายามชี้นำว่าบริษัทที่ประมูลได้เป็นบริษัทเดียวกับพ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ ชื่อ เชียงใหม่ คอนสตรัคชั่น ทั้งที่เป็นคนละบริษัท 100 % อยากถามว่าในช่วงที่ให้สัมภาษณ์เมาไวน์อยู่หรือเปล่า ขอท้าให้นายธาริต เดินหน้าเรื่องนี้ให้เต็มที่ โดยเชื่อว่านายสุเทพ จะเอาผิดกับนายธาริตอีกคดีหนึ่งแน่นอน เพราะพยายามทุกวิถีทางที่จะเล่นงานปชป.ในช่วงการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.เพื่อดิสเครดิต โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม เข้ามาผสมโรงด้วย
"ขอตั้งข้อสังเกตว่านายธาริต เรียก อดีต ผบ.ตร.เฉพาะในส่วนที่อยู่รัฐบาลประชาธิปัตย์เท่านั้น โดยไม่เชิญ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาให้ปากคำ จึงอยากถามว่า กลัวคนตระกูลดามาพงศ์มากนักหรือ และยังไม่มีการเชิญพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนปัจจุบันมาชี้แจงด้วย" นายชวนนท์ กล่าวว่า
"เฉลิม"ป้อง"เพรียวพันธ์"ไม่เกี่ยว
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า โครงการนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขณะเป็น ผบ.ตร.ไม่เกี่ยว งานนี้ ปชป.รับไปเต็มๆ ตนได้เห็นเอกสารในเรื่องนี้แล้ว ก็คิดว่าเขากล้าทำขนาดนี้หรือ ทั้งนี้ ตนได้รับหนังสือร้องเรียนถึงกรณีของนายอภิสิทธิ์ เมื่อค่ำวันที่ 5 ก.พ.
สำหรับบริษัทที่ก่อสร้างนั้น เรามีข้อมูลประวัติความเป็นมาและรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ เจ้าหน้าที่จะไปที่ธนาคารออมสินเพื่อตรวจสอบการโอนเงินและเส้นทางการเงิน ขณะเดียวกันตนได้ขอให้พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันแลปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) เข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช.ระบุว่า ในการประชุมบริหาร เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ร.ต.อ.เฉลิม ได้กำชับและสั่งการให้แก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่งทั่วประเทศ และกำชับให้ตำรวจประสานข้อมูลกับดีเอสไอ โดยสัปดาห์หน้า ผบ.ตร.ได้เรียกหัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่ง มาประชุมเพื่อวางแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วย





