คพ.รอลุ้นศาลปกครองสูงสุด นัดพิพากษาคดีค่าโง่หมื่นล้านคลองด่าน หลัง 9 ก.พ.นี้ครบกำหนด90 วันจ่ายเงินเอกชนแล้ว
จากกรณีปัญหาโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียจังหวัดสมุทรปราการ (คลองด่าน) วงเงิน 23,000 ล้านบาท ของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาถูกต่อต้านจากชาวบ้าน รวมทั้งมีการทุจริตในโครงการจนนำไปสู่การฟ้องร้องคดีอาญาระหว่างคพ. กับกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG) ทำให้ต้องระงับโครงการมานานร่วม 10 ปีแล้ว
นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เชิญนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เข้าชี้ แจงความคืบหน้าโดยเฉพาะกรณีที่ศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2555 มีคำพิพากษาให้ทาง คพ. ต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายให้เอกชนสูงกว่า 9,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 90 วัน รวมทั้งสอบถามแนวทางแก้ปัญหาและทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว
นายวิเชียร ชี้แจงว่า โครงการคลองด่านมีการทำสัญญาก่อสร้างกับเอกชนตั้งแต่ปี 2540 แต่ภายหลังในปี 2546 มีการตรวจสอบพบว่าการบริษัทนอร์ธเวสวอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญด้านการจัดการน้ำเสีย และเป็นส่วนหนึ่งของกิจการร่วมค้าฯถอนตัว จึงถือว่าสัญญาเป็นโมฆะ แม้ว่าในขณะนั้นโครงการจะแล้วเสร็จไปแล้ว 98% และเบิกจ่ายเงิน 90% รวมกว่า18,300 ล้านบาทก็ตาม จากนั้น คพ.จึงได้ฟ้องคดีทางแพ่ง และอาญา อนุญาโตตุลาการ และคดีปกครอง ทำให้ในช่วงเวลากว่า 10 ปีที่ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายทางคพ. จึงไม่สามารถเข้าดำเนินการใดๆกับโครงการคลองด่านได้เลย แม้ว่าจะมีความพยายามในการไกล่เกลี่ยกับเอกชนมาตั้งแต่ปี 2551แต่ยังไม่มีข้อยุติใดๆ
สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น ปัจจุบันนี้มีคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ คดีปกครองเพื่อเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ซึ่งได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2555 ให้คพ. ต้องจ่ายเงินกับเอกชน รวมดอกเบี้ยอีกร้้อยละ 7.5 รวมเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นคพ.จึงมอบหมายให้พนักงานอัยการดำเนินการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ไปแล้วเพราะมีตุลาการเสียงข้างน้อยได้มีความเห็นแย้งว่าคดีดังกล่าวศาลปกครองกลางควรพิพากษาปฎิเสธการขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลา การ และให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวตามคำร้องของผู้คัดค้าน และคืนเงินค่าธรรมเนียมศาลให้กับผู้คัดค้าน ทั้งนี้พนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดไปเมื่อวันที่7 ธ.ค.2555
"เนื่องจากต้องมีการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมศาลรวม 11.8 ล้านบาท ก่อนห้านี้ คพ. ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้และไม่สามารถปรับแผนรายจ่ายงบปี 2556 ได้ จึงทำเรื่องของบกลางจากรัฐบาลมาแล้วคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดคพ.ได้รีบนำเงินก้อนนี้จ่ายค่าธรรมเนียมศาลไปแล้ว และตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเราก็ลุ้นอยู่ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีการนัดตัดสินมาเมื่อไหร่ แต่เราได้ยื่นตามกระบวนการไปแล้วก่อนครบกำหนด 90 วันหลังศาลปกครองกลางตัดสินไว้ ส่วนคดีอาญาฟ้องกิจการร่วมค้าฯ กับพวก 19 คนฐานฉ้อโกงนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นอกจากนี้จากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐ ขณะนี้คพ. ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดขึ้นมาอีก 1 ชุดด้วย" นายวิเชียร กล่าว


