"อภิสิทธิ์"อัดคอ.นธ.เป็นเครื่องมือล้างผิด"ทักษิณ" ชี้ข้อเสนอลงชื่อไม่รับนิรโทษกรรมทำไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอนธ.) เสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และให้สภาพิจารณา 3 วาระรวด ว่า ไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไรที่จะเสนอกฎหมายดังกล่าว ซึ่งตนได้ย้ำหลายครั้งแล้วว่าหากรัฐบาลยึดเป็นเรื่องเดียวกับการสร้างความปรองดองก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่รัฐบาลต้องแสวงหาจุดร่วมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิดการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินเท่านั้น
ทั้งนี้ เห็นว่ารัฐบาลควรรับฟังข้อเสนอของผู้เสียหาย อย่างข้อเสนอของของนางนิชา หิรัญบูรณะ ภรรยาพ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 หากรัฐบาลจริงใจที่จะปรองดองน่าจะหาจุดเริ่มต้นในเรื่องเหล่านี้ แต่หากยังยึดแนวทางที่จะนิรโทษกรรมทุกความผิดก็ไม่เป็นการสร้างความปรองดอง ส่วนการดำเนินการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหลายรูปแบบนั้น เป็นการเคลื่อนไปเป็นกระบวนการเดียวกัน และดูช่องทางไปเรื่อยๆและทำในลักษณะไปทางไหนได้ก็ไป เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือล้างผิดให้พรรคพวกและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งข้อเสนอของ คอ.นธ.ก็เป็นอีกช่องทาง และเครื่องมือหนึ่งที่จะนำไปสู้เป้าหมายล้างผิดให้พรรคพวก และ พ.ต.ท.ทักษิณของรัฐบาล
"การที่นายอุกฤษเสนอให้แกนนำที่ไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรมลงชื่อในสัตยาบันไม่ยอมรับการนิรโทษกรรมนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ปฏิบัติไม่ได้ เพราะเวลาที่กฎหมายออกมาแล้วจะบอกว่าไม่รับเงื่อนไขไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของคนเขียนกฎหมายที่ต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครบ้างที่จะได้รับประโยชน์ และข้อเสนอดังกล่าวก็เป็นเพียง เพียงความพยายามเพื่อลดกระแส และเลี่ยงประเด็นที่จะถูกโจมตี แต่เป้าหมายยังเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งผมอยากเห็นความจริงใจของรัฐบาลที่จะคุยกับฝ่ายอื่นๆมากกว่าหากลไกมารองรับความต้องการตัวเอง"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคนิคทางกฎหมาย แต่อยู่ที่เป้าหมายคืออะไร ทั้งนี้หากมีการผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าวก็เชื่อว่าจะไม่แตกต่างจากการผลักดันกฎหมายปรองดอง 4 ฉบับในปีที่ผ่านมา และจะทำให้เกิดความขัดแย้งและรุนแรงมากขึ้น ส่วนการที่จะดำเนินการ 3 วาระรวดนั้นเป็นไปได้ยากมาก อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลตั้งหลักให้ดีว่าการจะเกิดความปรองดองต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีความชัดเจนในเรื่องนี้ว่าจะช่วยพี่ชายแต่ไม่แก้ปัญหาพื้นฐาน หรือจะทำให้เกิดความปรองดองก็ต้องหารือกันว่าทุกฝ่ายยอมรับเงื่อนไขอะไรกันได้บ้าง


