กมธ.ทหารฯ ถกปัญหาภาคใต้ ชี้ต้องมีนโยบายต่อเนื่องแม้เปลี่ยนรัฐบาล แนะสานแนวทางอื่นควบด้านความมั่นคง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการทหาร (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎรที่มีพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีการพิจารณากรณีปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเชิญ ส.ส.ภาคใต้ทุกพรรคการเมือง รวมถึง พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ส.ว.พะเยา ในฐานะเลขากมธ.การทหาร วุฒิสภา เข้าร่วมหารือ ทั้งนี้นายณรงค์ ดูดิง ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาภาคใต้เปรียบเสมือนอาหารข้าวยำ เพราะทุกอย่างปนกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทั้งการก่ออาชญากรรมส่วนตัว การแบ่งแยกดินแดน การขัดแย้งผลประโยชน์ในพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งระยะเวลาที่เกิดขึ้นนั้นมีมานานแล้ว เรื่องนี้นักการเมืองในพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมกันแยกแยะลักษณะการก่อเหตุโดยมุ่งเน้นไปที่การข่าว เพื่อที่จะหาผู้กระทำและแยกแยะปัญหาได้ถูกวิธี
ขณะที่นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อรัฐต้องทำงานในพื้นที่ก็จะต้องลบข้อกล่าวหาให้ได้ว่ารัฐไม่ได้เป็นผู้กระทำเหตุเสียเอง เพื่อให้ชาวบ้านมีทัศนคติที่ดี และในฐานะที่ตนเป็นคนในพื้นที่มองว่านโยบายจากฝ่ายการเมืองยังไม่ตรงกันนัก กล่าวคือเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายก็จะหยุดชะงัก แทนที่จะทำอย่างต่อเนื่อง เหตุนี้ต้องหาวิธีการรวมกันเพื่อที่จะมีแนวทางทำงานที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลแต่ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ นอกจากนี้ตนเห็นว่าควรสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ ให้เทียบเท่าประชาชนที่ชุมนุมทางการเมืองที่มีเงินชดเชยหากเสียชีวิตถึง7.5ล้านบาท
ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการ กล่าวว่า แม้มิติด้านความมั่นคงจะเป็นหนทางหนึ่งก็จริง แต่การแก้ปัญหาต้องมองถึงมิติด้านอื่นๆด้วย อาทิ ด้านเศรษฐกิจที่มีข้อมูลชี้ว่าแม้สถานการณ์ความไม่สงบไม่แน่นอน แต่จำนวนเงินที่มีการซื้อขายในชายแดนไทย-มาเลเซีย ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ในระดับ6-7แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งแสดงว่าประชาชนของทั้ง2ประเทศยังซื้อขาย แลกเปลี่ยนและมีความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจกันอยู่ เหตุนี้นโยบายที่จะออกมาจากรัฐควรต้องมีความถ่วงดุลในด้านต่างๆให้ดี อย่ามองแค่เรื่องการเมือง การทหารอย่างเดียว เปรียบเสมือนการให้อาหารต้นไม้ที่เน้นไปที่สารใดสารหนึ่งแทนที่จะทำให้เติบโตก็อาจตายได้
ด้านพล.ท.พงศ์เอก ตัวแทนจากวุฒิสภา กล่าวว่า ข้อสรุปที่กมธ.กับฝั่ง ส.ว.มีความคล้ายคลึงกัน จึงเห็นด้วยหากจะใช้แนวทางเช่นนี้แก้ไขปัญหา ทั้งนี้กมธ.ในส่วนวุฒิสภา แบ่งประเด็นการแก้ปัญหา อาทิ ด้านงบประมาณ ที่ควรจะลงไปในส่วนไหนอย่างไร ให้เกิดความเหมาะสม สมดุล ด้านวิธีคิดในการแก้ปัญหา ที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ด้านรูปแบบการปกครองพิเศษ ที่ให้คนในพื้นที่ปกครองตัวเอง อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีอยู่ผลที่ออกมาก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่ามักเป็นคนในพื้นที่เองที่ได้รับตำแหน่งบริหารไป ทั้งนี้ต้องนำมาพิจารณาด้วยว่าในหลักการการเมืองนำการทหารนั้นควรมีการออกแบบมาตรการอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม สมดุลกับด้านอื่นๆ





