กกต. เผยศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ยังไม่มีการร้องเรียน เตือนผู้สมัครออกทีวีหาเสียงต้องคิดค่าใช้จ่ายแจ้งกกต.ให้ครบถ้วน
พ.ต.อ. พันธ์ระวี วีระพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 แถลงว่าการเตรียมการรับเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งนั้น กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ได้มอบหมายให้พนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมเป็นคณะอนุกรรมการสืบสวน จำนวน 10 คน และจัดชุดตรวจติดตามแนะนำการปฏิบัติด้านสืบสวนสอบสวน โดยแต่งตั้งจากผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย จำนวน 3 คน เพื่อร่วมทำงานสืบสวนสอบสวนหรือกำกับดูแลการสืบสวนสวบสวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนที่ สำนักงาน กกต.กทม. แต่งตั้งให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีมีเรื่องร้องคัดค้าน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องคัดค้าน เพียงแต่มีการแจ้งเบาะแสมาทางโทรศัพท์จำนวน 100 ราย ซึ่งมีทั้งหมด 4 เรื่อง โดยจำแนกเป็น เรื่องป้ายหาเสียงที่กีดขวางการจราจร 2 เรื่อง ส่วนอีก 2 เรื่องเกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนหีบลงคะแนนในย่านเยาวราช และเรื่องการปราศรัยหาเสียงที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในเรื่องกระแสข่าวการเปลี่ยนหีบลงคะแนนนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากปัจจุบันการนับคะแนนเลือกตั้ง นับที่หน่วยเลือกตั้งเลย โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายหีบไปนับคะแนนเลือกตั้งที่เขตเหมือนในอดีต ทั้งกกต. ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ด้าน นายวีระ ยี่แพ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.กทม.) ได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย ไม่ไปใช้สิทธิเรื่องตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา จึงอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ ว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นหน้าที่ของ ปลัดกทม. ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่นประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.ทถ.กทม.) ซึ่งต้องตรวจสอบภายใน 7 วันหลังจากสิ้นสุดวันรับสมัคร โดยวันสุดท้ายคือวันที่ 1 ก.พ.ที่จะประกาศคุณสมบัติของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ส่วนในเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น ในเรื่องการไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ต้องยึดการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งในกทม. มีการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุดคือวันที่ 3 กรกฏาคม 2554 โดยมีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในเขตคันนายาว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2554 และเลือกตั้งซ่อมส.ก.เขตดอนเมืองในวันที่ 2 กันยายน 2555 ดังนั้นต้องดูว่าผู้สมัครมีชื่ออยู่ในเขตใด และไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้สมัครรายใด ขาดคุณสมบัติจากการไม่มีใช้สิทธิการเลือกตั้งที่ผ่านมา
นายวีระ กล่าวว่า กรณีที่ผู้สมัครไปออกรายการโทรทัศน์หรือวิทยุจะต้องนำค่าใช้จ่ายในการออกทีวีแต่ละครั้งมารวมอยู่ในบัญชีค่าใช้จ่ายที่ต้องแจ้งต่อกกต. ใน 90 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้งด้วย หากไม่แจ้งและมีผู้ร้องเรียนเข้ามา ก็จะเข้าข่ายแจ้งค่าใช้จ่ายอันเป็นเท็จ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายอาญา ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ กกต.ได้ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครแต่ละรายในการหาเสียงไม่เกิน 49 ล้านบาท
หากผู้สมัครมีบุคคลอื่นช่วยออกค่าใช้จ่ายหรือได้รับทรัพย์สินที่บุคคลอื่นนำมาให้เพื่อประโยชน์ในการหาเสียง ก็จะต้องนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงด้วย ซึ่งหากผู้สมัครไม่นำมาคิดก็จะมีความผิดตามมาตรา 54 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นปี 2545 อย่างไรก็ตาม หากผู้ใดเห็นว่า ผู้สมัครยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายอันเป็นเท็จสามารถร้องเรียนต่อ กกต.ภายใน 180วัน นับจากวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ ในส่วนของ กกต.ก็จะมีการตรวจสอบติดตามในเรื่องดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลของผู้สมัครแต่ละรายในการออกรายการโทรทัศน์หรือวิทยุในการโฆษณาหาเสียงด้วย





