วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พงศพัศ'ปัดนโยบายประชานิยมอ้อนคะแนนคนกรุง

"พงศพัศ"ปัดนโยบายประชานิยมอ้อนคะแนนคนกรุง ยันอยากคืนความสุขประชาชนหลังลงพื้นที่รู้ปัญหาหมักหมมมานาน

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.หมายเลข 9 ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ "ช่วงเจาะข่าวเด่น" ทางช่อง 3 ถึงการลงสมัครผู้ว่าและนโยบายการหาเสียงว่า การอาสามาทำงานเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนหลังลงชุมชนมายาวนาน และทราบว่าทุกคนมีความทุกข์ ซึ่งการสมัครผู้ว่าก็เพื่อต้องการทำงานและวัดดัชนีความสุข สำหรับนโยบายที่เป็นข้อเด่นคือได้เห็นปัญหาที่หมักหมมมานานเช่นเรื่องชุมชน ปัญหาใกล้ตัว ระวังความปลอดภัยบ้านทุกหลัง กระบวนการต้องประสานกับตำรวจ ตลอดจนนโยบายการแก้ปัญหายเสพติด ที่ต้องร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแก้ปัญหาขยะจาก 2,020 ชุมชน ซึ่งตนมีแนวคิดว่าว่าการแยกขยะต้องมีโรงงานกำจัดขยะเล็ก ๆ ในชุมชน ผู้ว่ากทมฯในฐานะพ่อบ้านก็อยากกระจายการตัดสินใจในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชน ช่วยกัน คนละไม้คนละมือก็จะช่วยคืนความสุขกลับไป

ส่วนนโยบายให้ขึ้นรถเมล์ฟรีนั้นก็เพื่อลดรายจ่าย หากประชาชนสามารถประหยัดรายจ่ายในส่วนนี้ได้ ก็จะมีเงินเก็บในละเดือนได้ ทั้งนี้นโยบายหาเสียงดังกล่าวไม่ใช่นโยบายประชานิยมแต่อะไรที่เป็นการคืนความสุขก็จะทำและสร้างความหวังกำลังใจ ทั้งนี้ในส่วนของเมล์นั้นขณะนี้มีรถเมล์ที่เป็นรถร้อน 1,600 คันให้บริการเป็นรถฟรีไปแล้ว 800 คัน และจะนำรถร่วมบริการเข้ามาประมาณ 1,600 คัน รวมเป็น 3,200 คัน ค่าใช้จ่ายกทม.และรัฐบาลจะแบ่งจ่ายคนละครึ่ง นอกจากนี้จะจัดระบบของรถเมล์ใหม่ทั้งหมด เพราะบางคนรอรถเมล์นานมาก แต่ต่อไปสามารถขึ้นได้ทุกสายเพื่อลดเวลาการเดินทาง ที่สำคัญคือการลดปริมาณรถเมล์ออกจากท้องถนน รถเมล์บางส่วนสามารถรับประชาชนจากชุมชนได้เลย ถือเป็นบริการพื้นฐาน ทุกคนต้องการความสะดวกและรวดเร็ว การลดค่าใช้จ่าย

ส่วนประสานงานแบบไร้รอยต่อกับรัฐบาลนั้น ความตั้งใจของรัฐบาลและกทม.ในการทำงานให้ประชาชนมีความสุขคือเป้าหมายเดียวกัน งานของกทม.ทุกกระทรวง ทบวง มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่างเช่นการติดตั้งระบบสายไฟ กทม.ก็ต้องอนุญาตก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ รัฐบาลจะมีส่วนอย่างยิ่ง ซึ่งมีผู้ว่าเป็นคนเชื่อมโยงให้กับคนกทม. หากเราสามารถคิดแบบเนื้อเดียวการดำเนินการจะเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น

"หลังเดินย่ำแทบทุกพื้นที่ในกทม.มานานก็เห็นปัญหาซึ่งต้องอาศัยการประสานกับรัฐบาล ตนอาจมีความรู้ในส่วนหนึ่งแต่ความรู้เฉพาะเรื่องก็จะมีคนมาช่วยดูแล ตั้งเป้าวัตถุประสงค์ เป็นการบริหารจัดการ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ส่วนชื่อเล่น"จูดี้"นั้นสมัยที่เรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจเพื่อน ๆ ที่เล่นรักบี้ด้วยกันเพื่อน ๆ เป็นคนเรียกคงเห็นว่าน่ารัก "