"ถาวร"แฉนักการเมือง เอี่ยวประมูลขุดลอก 7 ลุ่มน้ำของ"คมนาคม" มั่นใจเอาผิดได้ เหตุหลักฐานมัดแน่น เตรียมเข้าให้ข้อมูลป.ป.ช.
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นถอดถอน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย ในฐานะรมช.คมนาคม กำกับดูแลกรมเจ้าท่า ซึ่งได้ดำเนินการฮั้วประมูลในโครงการขุดลอกลุ่มน้ำ 7 ลุ่มน้ำ ในวงเงินงบประมาณ 1.2 พันล้านบาท นั้น เมื่อวันที่18ม.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ทำหนังสือลับเชิญตนไปให้ปากคำในชั้นไต่สวน ในวันนี้ (22 ม.ค.) เวลา 13.30 น. ซึ่งตนได้จัดทำร่างคำให้การเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไปให้การในฐานะเป็นผู้กล่าวหาด้วย พร้อมทั้งได้นำเอกสารที่มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ จำนวน 26 สัญญา โดยเป็นสัญญาที่พล.ต.ท.ชัจจ์ เซ็น 16 สัญญา ส่วนอีก 10 สัญญา เป็นอำนาจของรองปลัดกระทรวงคมนาคม และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ไปมอบให้กับ ปปช.ด้วย
นายถาวร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พล.ต.ท.ชัจจ์ แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทตนหลังจากที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ตนไม่สะทกสะท้าน ถือว่าเป็นการแจ้งความแก้เกี้ยวของ พล.ต.ท.ชัจจ์หรือไม่ แต่ขอให้พล.ต.ท.ชัจจ์ไปแก้ตัวกับปปช. ดีกว่า โดยหลังจากที่ตนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนได้นำหนังสือไปยัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ให้ตรวจสอบสัญญาจ้าง และยกเลิกสัญญาจ้าง เพราะเป็นสัญญาจ้างที่ส่อว่าโมฆะ เป็นการทำสัญญาผิดกฎหมาย ควรระงับการจ่ายเงินในโครงการทั้งหมด แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่า นายชัชชาติได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว นอกจากนี้ตนยังทำหนังสือถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ให้ลงไปตรวจสอบ ระงับยับยั้งไม่ให้กระทรวงคมนาคมตรวจรับงาน เพราะมีการกระทำที่ส่อการทุจริต รวมทั้งขอให้มีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย
“ผมมั่นใจว่า จะสามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด โดยเฉพาะนักการเมือง เนื่องจากตนมีหลักฐานชัดเจน ทั้งเรื่องของการออกทีโออาร์ การเชิญชวนให้บริษัทมาเสนอราคาเพียง 14 บริษัท ซึ่งส่อว่าเป็นการฮั้ว และ 14 บริษัทมีการผลัดกันเสนองานประกบ และจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ จึงขอให้ปปช.เร่งไต่สวนโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อการทำงานของปปช. และป้องกันไม่ให้คนทุจริตได้ใจ “นายถาวร กล่าว
เมื่อถามว่า มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า ใน 14 บริษัทที่เข้าประมูล มีนักการเมืองที่ตั้งคนเป็นนอมินีอยู่ 2 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทตั้งอยู่ในจ.นครสวรรค์ และจ.กำแพงเพชร ซึ่งขณะนี้บุคคลที่เกี่ยวข้องยังเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ และบางบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองในแง่ของเครือญาติ เช่นเป็นพี่ น้อง ที่ไปนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท บางบริษัทตั้งอยู่ในบ้านนักการเมือง


