วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอแจงคดีบีทีเอสข้อกม.สรุปส่งอัยการ

"พ.ต.ท.ถวัล"แจงคดีบีทีเอสประเด็นข้อกฎหมายได้ข้อยุติ สรุปสำนวนส่งอัยการหลังจบศึกเลือกตั้ง เรียก"สุขุมพันธุ์-อภิรักษ์-บีทีเอส"รับทราบข้อหา

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ร่วมกับนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการ เดินทางเข้าพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันเดินรถไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้เวลารับทราบข้อหาและให้ปากคำสู้คดีนานกว่า 3 ชั่วโมง พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการขยายอายุสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสโดยไม่มีอำนาจ ฯเปิดเผยภายหลังว่า ทั้งสองให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยชี้แจงว่า ในฐานะที่เป็นบริษัทเอกชนที่ร่วมทำสัญญากับกทม.ไม่ทราบว่า กทม.มีอำนาจหรือไม่ แต่เมื่อกทม.บอกว่าสามารถขยายสัมปทานเดินรถได้จึงดำเนินการ พนักงานสอบสวนได้ซักถามว่าก่อนที่บีทีเอสซีจะทำสัญญากับกทม.ได้ศึกษาข้อกฎหมายหรือกฎระเบียบถี่ถ้วนหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของกทม. และไม่ทราบว่ามีการศึกษาข้อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งคำตอบดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญว่า การขยายสัมปทานดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งบีทีเอสซีแจ้งว่าจะกลับไปตรวจสอบสัญญาอีกครั้งและจะส่งหนังสือมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนรับทราบต่อไป

มีบางคำถามที่ผู้บริหารทั้งสองตอบไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นว่าก่อนลงนามทำสัญญาเหตุใดจึงไม่ตรวจสอบข้อกฎหมายว่าทำสัญญากับกทม.ได้หรือไม่ได้ เนื่องจากการทำสัญญาใดก็ตามจะมีข้อห้ามไว้ และเป็นไปไม่ได้ว่า การลงนามทำสัญญาระหว่างบริษัทเอกชนและกทม.นั้นทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการพิจารณาในข้อกฎหมาย

พ.ต.ท ถวัล กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนได้สอบถามผู้บริหารบีมีเอสซีและขอเอกสารเพิ่มเติมในประเด็น ที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกทม. ได้เคยอนุมัติให้มีการขยายสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าสายสีลม-สะพานตากสินไปถึงถนนพระเจ้าตากสิน ในปี 2548 แต่สัญญามีผลปี 2552 ต่อมาในปี 2554 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่ากทม.ได้อนุมัติให้ขยายสัมปทานการเดินรถสายสุขุมวิท 85-สุขุมวิท107 เพิ่มเติม ซึ่งได้มีการว่าจ้างให้บริษัทกรุงเทพธนาคมทำสัญญาเดินและซ่อมบำรุง ซึ่งทางผู้บริหารทั้งสองรับปากว่าจะส่งเอกสารให้ พร้อมได้ชี้แจงว่าการทำสัญญาดังกล่าวกทม.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรัฐจะต้องทราบรายละเอียดมากกว่าเอกชน

“ข้อเท็จจริงยุติแล้ว เหลือแต่ข้อกฏหมาย แต่ดีเอสไอต้องการสอบสวนพยานบุคคลเพื่อให้ไปยืนยันเอกสารประกอบสำนวนสรุปส่งฟ้อง ซึ่งหลังการเลือกตั้งอาจต้องเรียก ม.ร.ว.สุขุพันธ์ นายอภิรักษ์ นายคีรีและนายสุรพงษ์พร้อมเอกชนเจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีขยายสัมปทานส่วนต่อเพิ่มเติมปี 52-54 เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฐานความผิดจ้างวานให้ทำ และคงต้องหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าจะยืนอำนาจของตนเองหรือไม่”พ.ต.ท.ถวัล กล่าว