ป.ป.ง.เร่งกฎกระทรวง3ฉบับ ป้องกันฟอกเงิน

ป.ป.ง.เร่งกฎกระทรวง3ฉบับ ป้องกันฟอกเงิน

ปปง.เร่งออกกฎกระทรวงอีก 3 ฉบับ บังคับใช้กฎเหล็กป้องกันอาชญากรใช้สถาบันการเงินเป็นช่องฟอกเงิน มั่นใจปลดล็อกประเทศไทยพ้นแบล็คลิสต์ได้

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงความคืบหน้าหลังวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบผ่านพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายว่า เมื่อกฎหมาย 2 ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปปง.จะเสนอให้คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน" เอฟเอทีเอฟ (FATF) หรือ แฟทเอฟ ซึ่งจะประชุมกันในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ปลดล็อคประเทศไทยให้พ้นจากบัญชีประเทศเสี่ยงต่อการฟอกเงิน และการสนับสนุนการเงินแก่การก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม กฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้จะต้องมีผลบังคับใช้พร้อมกับระเบียบร่างกฎกระทรวงอีก 3 ฉบับ ซึ่งประกอบด้วย ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการเสนอรายชื่อผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายตามมติของหรือประกาษภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้รัฐมนตรียุติธรรมมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดพ.ศ.... และร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณารายชื่อเป็นบุคคลถูกกำหนดของ ปปง.พ.ศ....

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า การถูกปลดออกจากกบัญชีจากกลุ่มประเทศที่มีความเสียงสูงต่อการฟอกเงินและการก่อการร้ายอาจจะทัน แต่คงไม่สามารถทำให้เป็น ”White list” ได้เลยทันที ที่ผ่านมามีประเทศฟิลิปปินส์และสำนักวาติกัน แม้จะการออกกฎหมายดังกล่าวแล้ว แต่ไม่มีอนุบัญญัติเพื่อบังคับใช้ภายในประเทศ ก็ยังไม่สามารถปลดล็อคให้พ้นจากการถูกขึ้นบัญชีดำได้ สำหรับผลดีหากไทยถูกถอดจากบัญชีดำ ก็จะทำให้การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และการใช้กฎหมายบังคับให้สถาบันการเงินตรวจสอบบัญชีของลูกค้า การขอข้อมูลลูกค้าทำได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังทำให้ต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นว่าเงินที่มีการโอนถ่ายระหว่างประเทศไม่ถูกใช้ไปในการก่อการร้าย

“เมื่อเดือนที่ผ่านมากลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มอียู ไม่อนุมัติปล่อยสินเชื่อเงินกู้กับให้ธนาคารพาณิชย์ของไทย เนื่องจากเราไม่มีกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ปปง.ต้องไปช่วยเจรจาว่าขณะนี้ไทยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ โดยให้ยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งจะทันพอดีกับการปลดไทยพ้นแบล็กลิสต์" เลขาธิการ ปปง.กล่าว

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า หากไทยถูกปลดจากบัญชีกลุ่มประเทศที่มีความเสียงต่อการฟอกเงินในเดือนกุมภาพันธ์นี้ได้ คณะกรรมการแฟทเอฟก็จะต้องส่งผู้แทนเข้ามาประเมินและตรวจสอบอีกครั้งในเดือนมิถุนายนว่าสถาบันการเงินและประเทศไทยทำตามเงื่อนไขที่ ปปง.ได้กำหนดไปหรือไม่ หรือยังปล่อยให้มีการฟอกเงินจากการค้ามนุษย์ ยาเสพติด ผู้หญิง การละเมิดทรัพย์ทางปัญญาผ่านบัญชีธนาคารหรือสถาบันการเงินหรือไม่ หากการไม่มีการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศแฟทเอฟจะขึ้นบัญชีดำประเทศไทยอีก ดังนั้นสถาบันการเงินเองก็ต้องมีเกณฑ์ปฎิบัติต่อกลุ่มลูกค้า โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ต่อไปการจะเปิดบัญชีธนาคารจะทำไม่ง่ายเหมือนในอดีต หากสถาบันการเงินฝ่าฝืนไม่ตรวจสอบบัญชีลูกค้ามีโทษปรับบัญชีละ 1 ล้านบาท