กกต.หวังแยกอำนาจนายทะเบียนฯออกจากประธาน

กกต.หวังแยกอำนาจนายทะเบียนฯออกจากประธาน

"อภิชาต"ชี้หน้าที่นายทะเบียนพรรคการเมืองสุดกดดัน อยากให้มองแยกออกจากตำแหน่งประธานกกต. ดันตั้งสำนักนายทะเบียน

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. กล่าวในระหว่างการบรรยายพิเศษเรื่องบทบาทของนายะเบียนพรรคการเมืองกับการควบคุม ตรวจสอบ และส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองให้กับนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 4 ของสำนักงานกกต.ว่า ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งเป็นประธาน กกต. ไม่คิดว่างานจะมีความท้ายทายอะไร แต่เมื่อทราบว่ารัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องดำรงตำแหน่งเป็น นายทะเบียนพรรคการเมือง ด้วยนั้น จึงรู้ว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก

เพราะนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องทำงานท่ามกลางการต่อสู้ แข่งขันทางการเมือง และสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่อยู่ในภาวะปกติโดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา เช่น กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ ในคดีรับเงินบริจาคจาก TPI จำนวน 258 ล้านบาท ที่มีทั้งม็อบมากกดดันและการพิจารณาของ กกต ก็สร้างความกดดันกันเอง โดยตอนนั้นตนเห็นว่า เป็นเรื่องที่ที่ประชุม กกต. ควรพิจารณาลงมติ พอตนลงมติว่าเรื่องนี้ ไม่มีความผิด และมี กกต.1 คน ลงความเห็นว่า มีความผิด แต่กกต. อีก3 มีความเห็นว่า เรื่องนี้ต้องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาก่อน ซึ่งตนก็เห็นว่า ได้มีความเห็นไปแล้ว จะให้มามีความเห็นในฐานะนายทะเบียน ความเห็นจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร จึงมีความเห็นไป ว่า เป็นเรื่องสำคัญที่กกต. ต้องพิจารณา แต่พอส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ศาลก็กลับมีความเห็นว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่มีความเห็น และมองว่านายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นเรื่องให้ศาลวินิจฉัยเกินว่าระบะเวลาที่กฎหมายกำหนด

"เรื่องนี้ได้ทำให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความกดดันมาก ทำให้คิดว่าในอนาคตคนที่จะมาเป็นประธาน กกต. ต้องคิดให้มากขึ้น เพราะการเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองนั้น ในบางสถานการณ์ก็เป็นอันตราย แม้จะพยายามทำตัวเป็นกลางแล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้การทำหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองดีขึ้น หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ทั้งแนวทางการปฏิบัติของนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ไม่ว่านายทะเบียนพรรคการเมืองจะมีความเห็นในทางใด ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมกกต.ก่อน"นายอภิชาต กล่าว

นายอภิชาต กล่าวด้วยว่า ตนอยากเสนอให้มีการแยกนายทะเบียนออกมาจากการตำแหน่งประธานกกต.ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นโดยตำแหน่ง และอยากให้มีการตั้งสำนักนายทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อทำงานเป็นลูกมือของนายทะเบียนฯอย่างแท้จริง เพราะทุกวันนี้นายทะเบียนฯสวมหัวโขนนั่งโดดๆอยู่คนเดียว ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีเจ้าหน้าที่ มีอะไรก็ต้องไปหยิบยืมจากด้านส่วนกิจการพรรคการเมือง ที่จะเน้นการทำงานด้านจดจัดตั้งพรรคการเมือง การบริหารงานพรรคการเมืองเป็นหลัก