วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ท้าคนไทยรักชาติฯยื่นฟ้องกต.ต่อศาลอาญา

ท้าคนไทยรักชาติฯยื่นฟ้องกต.ต่อศาลอาญา

"สุรพงษ์" ท้า กลุ่มคนไทยรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นฟ้อง กต. ต่อศาลอาญา 21 ม.ค.นี้ ชี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาล แจง หากไทยไม่ต่อสู้ชั้นศาลโลกก็จะแพ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน เดินทางไปศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อยื่นฟ้องกระทรวงการต่างประเทศ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ว่า เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กัน โดยศาลจะรับพิจารณาหรือไม่ก็เป็นดุลยพินิจของศาล เพราะสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศนำเสนอนั้นเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ในมุมมองของอีกฝ่ายอาจมองว่าเป็นเรื่องเท็จ โดยที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศระมัดระวังเรื่องนี้มาก เนื่องจากทราบว่าเป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อสังคมไทย โดยเฉพาะมีบางกลุ่มที่ต้องการนำเรื่องนี้ไปใช้ก่อให้เกิดความแตกแยก และล้มล้างรัฐบาล

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งก็ได้กำชับให้ทุกฝ่ายในกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าพร้อมสู้คดีทุกรูปแบบ ไม่มีปัญหา แต่ผู้ฟ้องควรคิดให้รอบคอบ ตนไม่หนักใจ และจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของกระทรวงการต่างประเทศต่อการสู้คดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก

ส่วนกรณีที่แนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดินจะเดินหน้ารวบรวม 1 ล้านรายชื่อ ที่ไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าว และเรียกร้องให้ไทยปฏิเสธการรับอำนาจศาลโลก ไปยื่นต่อประธานศาลฎีกาในฐานะประธานสูงสุดของอำนาจตุลาการ เพื่อให้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการพิทักษ์รักษาเอกราชอธิปไตยความมั่นคงของรัฐ พร้อมประกาศชุมนุมในวันที่ 21 ม.ค.นี้ นั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไทยไม่ได้รับเขตอำนาจศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2505 แต่หากไทยไม่ไปต่อสู้ในชั้นศาล ก็จะแพ้ เพราะศาลจะว่าความฝ่ายเดียว จะเอาอย่างนั้นหรือ อย่าใช้อารมณ์ ต้องใช้ข้อเท็จจริง ตนถามว่า ทำไมรัฐบาลนี้ต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล เพราะเรื่องนี้เป็นคดีมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ทำไมมาเลือกยื่นสมัยตน ไม่ไปยื่นสมัยรัฐบาลที่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มธรรมยาตรา เสนอแนวทางอื่นในการต่อสู้คดีนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แต่ละฝ่ายก็มีแนวคิดต่อสู้ต่างกัน แต่ไม่รู้ข้อเท็จจริง ทำให้เข้าใจไปในอีกรูปแบบหนึ่ง ตนจึงได้กำชับกระทรวงการต่างประเทศว่าจะต้องมีหลักฐานเอกสารที่ชัดเจนในการทำสารคดี

"ถ้าจะใช้จินตนาการแล้วพูดเอาตามความรู้สึกจะทำให้ประชาชนไม่ได้รับข้อเท็จจริง ยิ่งคนพูดเก่งคนก็คล้อยตาม แต่กระทรวงการต่างประเทศ พูดด้วยทฤษฎี เป็นวิชาการตรงไปตรงมา บางทีคนอาจฟังแล้วไม่สนุกเพลิดเพลิน" นายสุรพงษ์ กล่าว