ดีเอสไอเตรียมหารือมหาดไทยล้างบางขบวนการทุจริตออกบัตรประชาชนให้คนต่างด้าวหลังปัญหาลุกลาม เปิดทางนักค้ายาใช้เป็นช่องทางหลบหนี-ทำผิดข้ามประเทศ
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้แกะรอยการทุจริตออกบัตรประชาชนไทยให้กับชาวต่างด้าวซึ่งยังพบเป็นปัญหาสำคัญในจังหวัดตะเข็บชายแดนและจังหวัดที่มีชนกลุ่มน้อยเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย แต่การกวาดล้างดำเนินคดียังไม่ได้ผลจริงจัง หากปล่อยให้เรื้อรังต่อไปในอนาคตจะเป็นภัยที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นดีเอสไอโดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ จะได้หารือทำความตกลงกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อร่วมมือจัดการกับปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ภายหลังลงนามความตกลงร่วมกันในวันที่ 23 ม.ค. 2556 จากนั้นในวันที่ 24 ม.ค. 2556 นายธาริตจะนำทีมพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เพื่อนำร่องตรวจสอบเอกสารการบัตรประชาชนให้กับคนต่างด้าวในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งแนวทางการสืบสวนพบว่ามีการออกบัตรประชาชนให้คนต่างด้าวไปแล้วถึง 20,000 ราย โดยคนต่างด้าวที่ต้องการมีบัตรประชาชนไทย จะติดต่อกับนายหน้าเพื่อให้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เป็นเครือข่ายในขบวนการ
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า บัตรประชาชนแต่ละประเภทจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน หากเป็นการสวมตัวเพื่อทำบัตรในหมวดเลข 3 ซึ่งเป็นคนไทยที่เกิดก่อนปี 2527 หรือการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อขอออกบัตรในหมวดเลข 5 ซึ่งเป็นบัตรประชาชนสำหรับบุคคลที่พ่อแม่ลืมแจ้งเกิด โดยบัตรใน 2 หมวดนี้ จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 120,000-180,000 บาท ซึ่งในกรณีสวมตัวนี้จะได้รับบัตรประชาชนภายใน 1 วันทำการ นอกจากนี้ยังมีการออกบัตรประชาชนในหมวดเลข 6 และ 8 ด้วย ซึ่งใน 2 หมวดนี้จะเป็นบัตรที่ออกให้ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานานจนสามารถขอออกบัตรประชาชนได้ โดยเป็นบัตรในหมวดเลข 6 ซึ่งเป็นบัตรประเภทชั่วคราว จากนั้นเมื่อครบกำหนดเวลาสามารถมาขอเปลี่ยนเป็นบัตรหมวดเลข 8 ซึ่งกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่าย 10,000-20,000 บาทต่อใบ หากไม่จ่ายเงินหรือไม่ประสานผ่านนายหน้า เจ้าหน้าที่จะบ่ายเบี่ยงไม่ออกบัตรประชาชนให้
“การทุจริตออกบัตรประชาชนให้กับคนต่างด้าวกลายเป็นช่องทางให้อาชญากรข้ามชาติมีทางเลือกในการกระทำความผิด และหลบหนีคดี ยกตัวอย่างชัดเจนคือรายของเหว่ย เซียะ กัง นักค้ายาเสพติดรายสำคัญชาวว้าแดงที่มีบัตรประชาชนไทย ในชื่อชาญชัย ชีวินนิติปัญญา และสุชาติ พันธุ์เลิศกุล เมื่อถูกดำเนินคดีก็หลบหนีเข้าไปในเขตอิทธิพลของว้าแดง หรือกรณีของ “อาจง แซ่ลู่” หรือชื่อตามบัตรประชาชนไทย คือนายถาวร สมจิตร หรือนายภานุ ปาปือ นักค้ายาบ้าชาวเขาเผ่าลีซอ ถูกจับกุมพร้อมของกลาง 2 ล้านเม็ด หรือล่าสุดกรณีนายสมชัย รักยอดยิ่ง ตัวการรายสำคัญในการลักลอบนำยาแก้หวัดสูตรซูโออีเฟรดรีนออกจากฝั่งไทยไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด เมื่อถูกจับตัวได้ในพม่ากำลังอยู่ระหว่างการประสานขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน แต่คนร้ายอ้างว่าเป็นคนสัญชาติพม่าทำให้ไม่สามารถส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้”ผบ.สำนักคดีความมั่นคงระบุ
แหล่งข่าวจากดีเอไอ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการทุจริตออกบัตรประชาชนเป็นที่แพร่หลายในหลายจังหวัด โดยจ.เชียงใหม่ถือเป็นพื้นที่หลักเพราะเป็นจังหวัดที่มีชนกลุ่มน้อยเข้ามาตั้งรกรากจำนวนมาก ทำให้มีการออกบัตรประชาชนให้คนต่างด้าวในอ.เวียงแห อ.แม่ฟ้าหลวง และอ.อมก๋อย นอกจากนี้ยังลุกลามไปในเชียงราย ตาก และแม่ฮ่องสอนด้วย โดยพบว่าชนกลุ่มน้อยเข้ามาตั้งรกรากในไทยแบบยกเผ่า ไม่ว่าจะเป็นไทยลื้อ ไทยใหญ่ หรือคนภูเขา หากไม่ตรวจสอบให้รัดกุมหรือเข้มงวดการออกบัตรประชาชน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะกลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงได้
แหล่งข่าวเปิดเผยถึงแนวทางการสอบสวนว่า ดีเอสไอได้จับตาและติดตามพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ร่วมเป็นขบวนการทุจริตออกบัตรประชาชนไทยให้คนต่างด้าว จนพบว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้กระทำผิดเป็นอาชีพ เคยมีประวัติกระทำผิดเกี่ยวกับการออกบัตรประชาชนมาก่อน ไม่ว่าจะย้ายไปรับราชการในพื้นที่ใดก็จะไปมีพฤติการณ์ทุจริตออกบัตรประชาชนในพื้นที่นั้นๆ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นจังหวัดที่มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่หรือไม่ เพราะจะมีนายหน้าพาคนต่างด้าวตามไปออกบัตรประชาชนในอำเภอหรือจังหวัดที่ข้าราชการคนนั้นๆย้ายไปประจำการ โดยข้าราชการกลุ่มนี้จะมีสต็อกบัตรประชาชนที่เตรียมสำหรับสวมสิทธิไว้ในมือ ซึ่งเป็นการรวบรวมเลขบัตรประชาชนของคนตาย หรือคนไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศเป็นเวลานาน หรือประชาชนที่ไม่มีความเคลื่อนไหวในข้อมูลทะเบียนราษฎรติดต่อกันหลายปี
“การลงพื้นที่ของดีเอสไอเพื่อตรวจสอบแบบรื้อทั้งระบบของอำเภอที่เป็นเป้าหมาย โดยตั้งเป้าตรวจสอบเอกสาร 100,000 แผ่น ที่ใช้เป็นเอกสารประกอบคำร้องการออกบัตรประชาชนให้กับคนต่างด้าว 20,000 ราย เพื่อดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด พร้อมทั้งดำเนินการให้มีการเพิกถอนบัตรประชาชนที่ออกโดยทุจริตด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการป้องปรามไปยังข้าราชการที่คิดจะเข้าร่วมขบวนการทุจริตออกบัตรประชาชนได้เห็นเป็นเยี่ยงอย่าง”แหล่งข่าวระบุ





