background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'โฆสิต สุวินิจจิต' ชูกรุงเทพฯ 24ชั่วโมง

'โฆสิต สุวินิจจิต' ชูกรุงเทพฯ 24ชั่วโมง

'โฆสิต สุวินิจจิต' ผู้สมัครผู้ว่า กทม.เปิด 4 นโยบายกทม.ชู กรุงเทพฯ24 ชั่วโมง

นายโฆสิต สุวินิจจิต อดีตประธานกรรมการบริษัทสปริง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ แถลงข่าวเปิดนโยบายกรุงเทพ ฯ 4 นโยบายแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและสามารถทำได้ทันที ภายใต้กรอบ ”กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง” บริเวณสวนสมเด็จย่า 84 ถนนวิภาวดีรังสิต โดย 4 นโยบายคือ แก้ไขปัญหาจราจร พัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ รองรับ AEC และบริการ 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและทรัพย์สิน

นายโฆสิต กล่าวว่า เพราะวันนี้ กรุงเทพฯเป็นสังคมที่มีชีวิต 24 ชั่วโมง กรุงเทพฯต้องตอบสนองประชาชนในทุกๆด้าน รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ และสังคม ด้วยการให้บริการที่ทั่วถึงตลอด 24 ชั่วโมง หรือ 3 กะ เพื่อให้กรุงเทพฯเดินหน้าเป็นศูนย์กลางของ Asian นโยบายหลักต้องทรอดคล้องพร้อมแก้ปัญหา นโยบาย กรุงเทพฯเดินทางได้สะดวก 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเน้นการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อให้การเดินทางในกรุงเทพฯสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ทำได้ทันทีหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.นั้นคือ การติดป้ายบอกทางให้มากขึ้น เนื่องจากสาเหตุหลัก อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถติดมาจาก คนขับรถหลงทาง เนื่องจากมีป้ายบอกทางน้อย และไม่ชัดเจน

นายโฆสิต กล่าวอีกว่า นโยบายการเรียนรู้ 24 ชั่วโมงนั้น จะจัดตั้งโรงเรียนสาธิตกทม. ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ เพื่อรวบรวมเด็กๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และการยกระดับโรงเรียนของกทม.ให้เทียบเท่าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง โดยจะมีการประสานความร่วมมือกับโรงเรียนรัฐที่เด่นและดัง ที่มีคณะครูอาจารย์เป็นที่ยอมรับในสังคมการศึกษา นำมาถ่ายทอดสดระบบการศึกษาผ่านโทรทัศน์ดาวเทียมและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม.ทุกแห่ง ได้เรียนกับคณะครู อาจารย์ที่สอนอยู่โรงเรียนรัฐบาลที่เด่นดังทางการศึกษา เพื่อยกระดับให้มีมาตราฐานเดียวกันหมด และยังเป็นการเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนได้พร้อมๆกัน และในส่วนของประชาชนทั่วไปนั้น ก็จะมีการเปิดไวไฟอินเตอร์เน็ทความเร็ว 20 เมก ให้กับคนกทม. เพื่อให้คนกทม.เข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ทที่เป็นจริง นอกจากนี้ยังมีการเปิดบริการห้องสมุดประชาชนในสังกัดกทม. 24 ชั่วโมง รวมทั้งเปิดศูนย์อินเตอร์เน็ทอีกด้วย

นายโฆสิต กล่าวอีกว่า ในส่วนของการทำงาน เรามีนโยบายทำงาน 24 ชั่วโมง โดยเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะเราจะแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งประเทศไทยเรามีพื้นที่และภูมิประเทศที่ได้เปรียบประเทศสิงคโปร์อย่างมาก หากเราเปิดทำการ 24 ชั่วโมง รองรับการทำงานของ Head Office บริษัทชั้นนำทั่วโลก ที่เขามีเวลาทำงานที่ไม่ตรงกับเรา เพื่อให้เขาสามารถติดต่อประสานงานทำธุรกิจต่างๆได้ และนโยบายภาษีที่เราจะเก็บเท่ากับสิงค์โปร คือ 17 % ซึ่งจะจูงใจทำให้เหล่าบริษัท Head Office เข้ามาตั้งในกทม. ทำให้เราสามรถแข็งขันกับสิงค์โปรได้ และนโยบายเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โดยจะสร้างให้กทม.เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม มาเป็นจุดเด่นในการสร้างเสริมเศรษฐกิจ อาทิเช่น การตั้งศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียนที่จะรวบรวมวัฒนธรรมของทุกประเทศในอาเซียน และสร้าง Hollywood of Asia ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรม สร้างหนัง โรงละครแห่ง Asia เพื่อเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมไทย พร้อมการแปรรูปวัฒนธรรมสู่ธุรกิจ เพื่อหารายได้สู่ประเทศไทย

นายโฆสิต กล่าวถึงนโยบายสุดท้ายอีกว่า นโยบายปลอดภัย 24 ชัวโมง เป็นนโยบายที่จะทำใก้คนกทม.มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความปลอดภัยตลอกเวลา โดยจะทำให้กรุงเทพฯมีไฟสว่างรอลกรุง มีกล้องวงจรปิด หรือ CCTV รอบกรุง รวมทั้งมีรปภ.ทั่วทั้ง 50 เขตจุดเสี่ยง และจะมรการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูล GPS ที่ติดในรถแท็กซี่ทุกคัน เพื่อให้คนกทม.หรือประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของรถแท็กซี่ ที่บุตรหลาน หรือตัวท่านนั่งใช้บริการว่าไปถูกเส้นทางหรือไม่ และอีกกี่นาทีจะถึงจุดหมาย

นายโฆสิต กล่าวอีกว่า รวมถึงการปรับภูมิทัศน์ให้กับเมืองหลวง ด้วยการนำสายไฟต่างๆ บนเสาไฟฟ้าลงสู่ใต้ดิน ซึ่งนอกจะทำให้ภูมิทัศน์ของกทม.ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถลดปัญหาความเสียหายต่างๆจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

“และทั้งหมดคือนโยบายที่สามารถทำได้จริง และทันที เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีสวัสดิภาพและสวัสดิการที่ดีขึ้น เพราะกรุงเทพฯไม่ใช่เมืองหลวงของกรุงเทพฯเท่านั้น แต่เป็นเมืองหลวงของคนไทยทั้งชาติ” นายโฆสิต กล่าว

นายโฆสิต ได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า รู้สึกชื่นชมทุกคนที่ออกมาลงสมัครตั้งผู้ว่าฯกทม. ซึ่งคนที่ออกมาก็ล้วนแล้วมีแต่คนดีๆทั้งนั้น และที่ผ่านมาผู้ว่าฯกทม.ก็มาจากพรรคการเมืองใหณ่ๆทั้งนั้น น่าจะพอได้แล้ว อย่าเอาสภาฯใหญ่ มาทำให้สภากทม.เสียหาย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ลงในนามอิสระได้แล้ว โดยในการลงสมัครในนามอิสระของตนนั้น ต้องทำงานหนัก เนื่องจากไม่มีฐนเสียงของพรรค แต่ในเรื่องของโอกาสมีแน่นอน

“ผมขออาสาเป็นผู้ว่าฯกทม. ถ้าเห็นด้วยกับผม ก็เลือกผม ผมไม่มีเงินไปซื้อเสียง” นายโฆสิต กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายหลังที่นายโฆสิต แถลงข่าวเสร็จนั้น ก็ได้มีการพาสิ่อมวลชนลงพื้นที่บริเวณ 5 แยกลาดพร้าว เพื่อไปดูป้ายบอกทางของตนที่นำมาติดตั้งเอาไว้ เพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจรติดขัดอันเนื่องมาจากการขับรถหลงทาง ซึ่งภายในป้ายนั้นจะมีข้อความบอกทางที่จะไป พร้อมลูกศรชี้ว่าต้องไปช่องทางไหน และมีรูปนายโฆสิต ยืนชี้ทิศทางอยู่ในป้ายด้วยเช่นกัน