"ประยุทธ์"ไม่ห้ามทหารบุกผู้จัดการ-เอเอสทีวี ไฟเขียวสื่อผู้จัดการกลับเข้าทำข่าวทัพบกวันที่14ม.ค. ด้านม็อบทหารบุกผู้จัดการรอบ2 จี้ขอโทษผบ.ทบ.
ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกำลังพลของกองทัพภาคที่ 1 ไปรวมตัวกันที่หน้าบริเวณสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เพื่อเรียกร้องให้หยุดเสนอข่าวด้วยถ้อยคำรุนแรงต่อผบ.ทบ.ว่า สามารถทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย เขาปกป้องกองทัพบกไม่ได้ปกป้องตน ส่วนที่มีความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลายได้นั้น ในส่วนของตนคิดว่าไม่บานปลาย ถ้าสื่อไม่ขยายความ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา มีนายทหารของสำนักงานเลขานุการกองทัพบกได้โทรศัพท์แจ้งไปยังผู้สื่อข่าวเอเอสทีวีผู้จัดการ ไม่ให้เดินทางมาทำข่าววันเด็กแห่งชาติในวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า ล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 12 ม.ค. ระหว่างจัดงานวันเด็ก ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้แจ้งไปยังผู้สื่อข่าวของเอเอสทีวีผู้จัดการแล้วว่า ในวันที่ 14 ม.ค.นี้ สามารถเข้ามาทำข่าวที่กองทัพบก และไปทำข่าวผบ.ทบ.ได้ตามปกติแล้ว
พล.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว ว่าทหารเพียงเดินทางไปแสดงออกในความเป็นทหารของเขา เราไม่ได้ไปข่มขู่ ซึ่งก่อนที่ทหารจะเดินทางไปก็ได้มาขออนุญาตกับตนแล้ว คิดว่า เมื่อเขาอยากทำก็ให้ทำ ตนจึงได้ตัดสินใจอนุญาตให้ไป เพราะตนจะไปจำกัดสิทธิ์ที่เขาจะแสดงออกต่อผู้บังคับบัญชาไม่ได้ แต่ได้บอกว่า อย่าทำผิดกฎหมาย อย่าระรานใคร ต้องทำบนพื้นฐานเคารพสิทธิของผู้อื่น และเคารพกฎหมายของบ้านเมือง ต้องไปพูดกับเขาให้เข้าใจ ไม่ใช่ไปพูดจาข่มขู่ ซึ่งเราไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่หากทหารไปทำอะไรผิด ตนจะเป็นคนจับมาลงโทษเอง ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า การรักนายถือเป็นคุณสมบัติของทหาร ถ้าจะแสดงออกว่า รักผบ.ทบ.รักผู้บังคับบัญชา ถือเป็นเรื่องปกติ และถือเป็นคุณสมบัติขององค์กร แต่เรื่องนี้แล้วแต่มุมมองใครก็สามารถมองได้ ส่วนจะมีทหารออกมาอีกหรือไม่ ตนไม่รู้ แต่ถ้าขอมาตนก็คงให้ไป เพราะไม่มีสิทธิ์ไปห้ามเขาได้ แต่ขอร้องว่า อย่าไปเกเร
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อบางฉบับนำเสนอข่าวเชิงตำหนิ ผู้บังคับบัญชาและกองทัพบกต่อกรณีปัญหาปราสาทเขาพระวิหารว่า ขอเรียนว่า กองทัพบกจำเป็นต้องแก้ปัญหาตามแนวทางกรอบกติกา ข้อตกลงพันธะสัญญา และคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการแก้ปัญหาในระดับของกองทัพบกมีการจัดทำแผนการปฎิบัติไว้หลายแนวทางครอบ คลุมในทุกมิติ มีทั้งสามารถเปิดเผยได้ และเปิดเผยไม่ได้เพราะเกรงว่า จะส่งผลเสียต่อการแก้ปัญหาโดยรวม ทั้งนี้กองทัพบกโดย ผบ.ทบ. ยืนยันพร้อมรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน สื่อ รวมถึงกลุ่มพลังต่าง ๆ ที่จะสามารถเสริมให้องค์กร ได้บรรลุถึงประสิทธิผล จนนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของประเทศ และที่สำคัญเพื่อความพึงพอใจของประชาชนในสังคมส่วนรวมด้วย. แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย และกฎกติกา ของทางบ้านเมือง
"กองทัพบกไม่อยากให้ สื่อ ประชาชน หรือกลุ่มพลังใดๆ ก็ตาม มองกองทัพบกเป็นฝั่งตรงข้าม เพียงเพราะ ไม่ได้แสดงออกถึงการสนับสนุนคล้อยตามความเห็นหรือคล้อยตามการแสดงออกของ สื่อ หรือประชนบางกลุ่ม. จนนำไปสู่การว่ากล่าวให้ร้ายกัน มีการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในบางข้อมูลมีข้อความไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจเป็นเพียงความรู้สึกหรือจินตนาการเชิงลบของผู้ให้ข้อมูล จึงอาจเป็นเหตุให้นำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชา และกองทัพบก รวมถึงทำให้สถาบันกองทัพบกเสียหาย อยากขอร้องประชาชน ทุกภาคส่วน สื่อ เชื่อมั่นในแนวทางการทำงาน การแก้ปัญหา ของ ทบ. ที่สำคัญอยากให้ใช้สติและวิจารณญาน ใช้เหตุใช้ผลทำความเข้าใจเพื่อความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วย. การดำเนินการทุกอย่างนั้นเป็นไปตามระบบ ทุก ๆ กระบวนการสามารถตรวจสอบได้ทั้งสิ้น"รองโฆษกกองทัพบก กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ได้มีนายทหารของกองทัพบก ประมาณ 30 กว่านาย เดินทางมาที่บริเวณบ้านพระอาทิตย์ สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เอเอสทีวีเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน เพื่อแสดงพลัง และแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อกรณีที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเอเอสทีวีใช้ถ้อย คำที่รุนแรงต่อผบ.ทบ. โดยกลุ่มทหารที่มาแสดงออกวันนี้ ต้องการให้สื่อในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการขอโทษผู้บัญชาการทหารบก เนื่องจากเห็นว่า หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เอเอสทีวีวิพากษ์วิจารณ์ผบ.ทบ.ด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ และเป็นการหมิ่นศักดิ์ศรี พร้อมยืนยันว่าการมาครั้งนี้มาด้วยใจไม่มีการจัดจ้าง โดยกลุ่มทหารได้ใช้โทรโข่งในการแสดงพลังประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับ จากนั้นได้มีมวลชนผู้สนับสนุนหนังสือพิมพ์ผู้จัดการมารวมตัวกันที่หน้า บ้านพระอาทิตย์โดยได้มีการวิพากษ์วิจารณ์การเดินทางมาแสดงพลังของทหารด้วย ถ้อยคำที่รุนแรง





