"ร.ท.หญิง สุณิสา" โยนเผือกร้อนใส่"สุขุมพันธุ์" ไม่ใช่นักพูด นักปฏิบัติ แค่นักแก้ตัว
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เมื่อได้ฟังการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว พรรคเพื่อไทยรู้สึกสงสัยว่า คนไทยจะเชื่อคำพูดของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม และคนอื่นๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ได้แค่ไหน เช่น กรณีที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์พูดยกยอตัวเองว่าไม่ใช่คนพูดมากและจะให้เกียรติพรรคคู่แข่งนั้น แต่ยังไม่ทันขาดคำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ก็เปิดฉากหาเรื่องพูดเหน็บแนมพรรคเพื่อไทยซะแล้ว โดยเฉพาะกรณีการส่งเสาไฟฟ้าลงสมัครรับเลือกตั้งๆ ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธแล้วหลายครั้งว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ใช่นักพูดและไม่ใช่นักทำ แต่เป็นนักแก้ตัว เพราะมีประวัติเคยทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จ แก้ตัวแบบข้างๆ คู เพื่อปัดความผิดให้พ้นตัว อาทิ กรณีสร้างสนามฟุตซอลเสร็จไม่ทันการแข่งขัน อ้างว่าไม่ได้สร้างสนามฟุตซอลให้ฟีฟ่า แต่สร้างให้คนกรุงเทพฯ เปรียบง่ายๆ กับคนที่ตัดชุดวิวาห์เสร็จทีหลังงานแต่งงาน แล้วอย่างนี้จะจ่ายเงินค่าตัดชุดให้สิ้นเปลืองไปททำไม
นอกจากนี้ วิธีคิดและบุคลิกส่วนตัวของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการประสานงานกับหน่วยงานอื่น จนอาจทำให้การประสานงานระหว่างรัฐบาลและกทม.ไม่ราบรื่น และอาจเกิดปัญหาเหมือนตอนเกิดน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2554 ที่รัฐบาลขอความร่วมมืออะไรไปกทม. ก็เล่นแง่ตลอด ซึ่งไม่ทราบว่ากลัวรัฐบาลจะได้หน้าหากแก้ปัญหาน้ำท่วมได้หรืออย่างไร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จึงพูดว่า ตัวเองไม่ได้มีหน้าที่แก้ปัญหาน้ำท่วมของประเทศ แต่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมให้คนกทม.เท่านั้น ทำให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมต้องรับเคราะห์เพราะการแก้ปัญหาล่าช้า ดังนั้นขอให้คนกรุงเทพฯ นำสิ่งเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาด้วย
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า พฤติกรรมของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังสะท้อนตัวตนแบบคนประชาธิปัตย์ ที่เป็นคนพูดอย่างทำอีกอย่าง ซึ่งสังคมต้องทบทวนให้ดีว่าเชื่อถือได้หรือไม่ โดยจะเห็นว่าสโลแกนหลายอย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดอย่างสวยหรู เช่น การให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนนั้น น่าสงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีทัศนคติที่เป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา ขนาดกัมพูชาจะทำดีกับประเทศไทยโดยการปล่อยตัวและลดโทษให้นายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับไทย แต่นายพณิช วิกิตเศรษฐ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กลับออกมาพูดว่า กัมพูชาทำเช่นนี้เพื่อต่อรองผลประโยชน์กรณีปัญหาปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นการทำลายบรรยากาศในการพัฒนาความสัมพันธุ์กับประเทศเพื่อนบ้าน


