วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลรธน.อบรมหลักนิติธรรมฯไม่รับนักการเมือง

ศาลรธน.เปิดหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย แต่ไม่เอานักการเมือง "วสันต์"แจงเหตุ หวั่นสนามแลกเปลี่ยน กลายเป็นสนามมวย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีการเปิดโครงการอบรมหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย หรือ"นธป." รุ่นที่1 โดยหลักสูตรดังกล่าวจะมีข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระและนักวิชาการ เข้ารับการอบรม ซึ่งจะเน้นการให้ความรู้ในเรื่องหลักนิติธรรม การเมือง การปกครอง ที่รุ่นแรกมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมรวม 51 คน ล้วนต่างเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งบริกิหารในองค์กรและมีชื่อเสียงในสังคม อาทิ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมุนษยชนเเห่งชาติ น.ส.สาลี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นต้น แต่ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวจะไม่มีนักการเมืองเข้าร่วมอบรม

นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานเปิดการอบรมฯว่า พวกตนเข้าสู่ตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือน มิ.ย. 2551มาตามรัฐธรรมนูญ2550 โดยการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2551 ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่พูดอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ ส่วนตัวในคมช. รู้จักคนเดียวคือพล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีตผบ.สส. เพราะเป็นรุ่นพี่สวนกุหลาบวิทยาลัย แต่ก็ไม่ได้คุ้นเคยกัน ส่วนที่มาของหลักสูตรนี้เดิมมีโครงการมาตั้งแต่ปี 2551 แต่มาจริงจังเมื่อปีเศษที่ผ่านมา เห็นพ้องกันว่าควรมีหลักสูตรอะไรเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีงาม สำหรับคนทั่วๆ ไป เพื่อให้หลักกฎหมาย หรือศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นเรื่องเข้าใจยาก ไกลตัว กลายมาเป็นเรื่องเข้าใจง่าย และถูกนำไปใช้ในหน้าที่การงาน หรือบ้านเมือง โดยที่ผ่านมาศาลพยายามที่จะใช้หลักนี้ในการอธิบาย แม้แต่ในคำสั่งและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็จะใช้ข้อความง่ายๆ แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกัน บางทีคนเราก็โง่จริง หรือแกล้งโง่ ใครที่แกล้งโง่ก็ขอให้โง่จริงต่อไป

นายวสันต์ กล่าวอีกว่า หลักสูตรนี้จะไม่เน้นยัดเยียดความรู้ให้กับผู้เข้าอบรม แต่จะเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่ก็เป็นผู้บริหาร ผ่านการทำงานมามาก ซึ่งในบางครั้งผู้เข้ารับการอบรมก็จะผันตัวขึ้นมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ ซึ่งตุลาการเองก็จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันยิ่งขึ้น

"การแลกเปลี่ยนพวกท่านจะได้รู้ว่าเราถูกด่ามากแค่ไหน แต่ที่เราภูมิใจ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้จะถูกด่าว่าอะไรก็ตาม ก็ยังไม่มีการครหาว่ารับสินบน หรือตุกติกรับประโยชน์อย่างอื่น อาจเพราะพวกผมส่วนใหญ่มีชีวิต ในศาลยุติธรรมมา ทำให้มีกิเลสน้อยหน่อยและเลวน้อยหน่อย” นายวสันต์ กล่าว

นายวสันต์ กล่าวว่า เมื่อวัตถุประสงค์ของหลักสูตรมีเช่นนี้จึงทำให้แตกต่างจากหลักสูตรอื่นที่เห็นได้ชัดคือจะไม่มีนักการเมืองเข้าร่วมอบรมเลย เพราะเกรงว่าถ้าเอานักการเมืองมาเรียนจากที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ ก็อาจจะเป็นสนามแลกหมัด แลกศอก แลกเข่า หรืออาจจะเป็นสนามมวยก็ได้ เพราะจะมีทั้งสัตว์ทั้งหลาย หรืออาจจะมีผลไม้บางอย่าง เช่น กล้วย การขว้างปากัน การแย่งชิงเก้าอี้กันก็ได้ ซึ่งไม่อยากให้มีบรรยากาศเช่นนั้น และเมื่อผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดเป็นรุ่นที่ 1 มีความพอใจหรือไม่พอใจในหลักสูตร ก็วิจารณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา