วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปชป.-พท.'งัดข้อแนวทางยกร่างกฏหมาย

ครม.ออกหนังสือแจ้งสภายึด4 แนวทางยกร่างกฎหมาย สั่งห้ามแก้ไขร่าจากหลักการที่เสนอ "ปชป."อัดแทรกแซง ด้านเพื่อไทย แจงแค่แจ้งให้ทราบ ไม่มีบังคับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รับหนังสือจาก นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้ทราบและให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแนวทาง เรื่อง การเสนอร่างกฎหมายในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ จำนวน 4 ข้อ ได้แก่ 1. ร่างกฎหมายที่ ครม. ได้ร้องขอให้รัฐสภาดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 ที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของสภาฯ หรือวุฒิสภา ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องติดตามการพิจารณากฎหมายดังกล่าว และให้กรรมาธิการซึ่งเป็นผู้แทน ครม. และคณะกรรมการประสานงานสภาฯ ดำเนินงานตามมติ ครม วันที่ 13 ธ.ค. 2554 ว่าด้วยนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2555 - 2558 (แผนนิติบัญญัติ)และมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง2. ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบเร่งรัดการร่างกฏหมายให้เป็นไปตามแผน และคณะกรรมการประสานงานสภาฯ ให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นพิเศษ

3.กรณีร่างกฎหมายที่ไม่ใช่ร่างกฎหมายตามแผนการตรากฎหมายฯ และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานสภาฯ ขอให้พิจารณาความเหมาะสม หากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ให้แจ้งเรื่องต่อนายวราเทพ เพื่อประสานกับคณะกรรมการประสานงานสภาฯ จัดลำดับความสำคัญของการเสนอและการพิจารณาในสภาฯ และ4. ร่างกฎหมายที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของสภาฯ วุฒิสภา หรือ กรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา ควรปฏิบัติดังนี้ 4.1. ร่างกฎหมายที่รอพิจารณาวาระที่ 1 ของสภาฯ หรือ วุฒิสภา ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเตรียมรายชื่อกรรมาธิการเพื่อเสนอ และติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว และ 4.2 ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างพิจารณาในวาระที่ 2 ของสภาฯ วุฒิสภา หรือ กรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา หากรัฐมนตรีไม่ได้ร่วมเป็นกรรมาธิการ ให้กรรมาธิการซึ่งเป็นผู้แทนรัฐมนตรีหรือเจ้าหน้าที่ผู้ชี้แจงดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการและนโยบายของ ครม. ไม่ควรขอแก้ไขหรือชี้แจงให้ผิดไปจากหลักการเดิม หรือยอมตามข้อเสนอของหน่วยงานอื่นโดยพลการและรายงานผลการพิจารณาให้รัฐมนตรีทราบเป็นระยะ ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางที่ระบุเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสอดคล้องกับนโยบายคณะรัฐมนตรี และแผนการตรากฎหมายที่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2555 - 2558 ( แผนนิติบัญญัติ)

ด้านนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นต่อหนังสือดังกล่าวว่า การสั่งการดังกล่าวหากเป็นไปตามลักษณะหน่วยงานของฝ่ายบริหารไม่น่าจะมีความผิดปกติอะไร แต่การทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่เลขาธิการฝ่ายนิติบัญญัตินั้น ตนมองว่าไม่เหมาะสม และเมื่อพิจารณาจากเนื้อหาที่ระบุว่า ในชั้นการพิจารณาแก้ไขกฎหมายไม่ให้ผู้แทน ครม. หรือผู้ชี้แจงแก้ไขกฎหมายให้ผิดจากหลักการ หรือ ยอมตามข้อเสนอของหน่วยงานอื่นโดยพลการ เท่ากับว่าเป็นการเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าที่ยกร่างกฎหมาย ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญได้ระบุชัดเจนว่า ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัตินั้นแยกส่วนการทำงานออกจากกัน ดังนั้นประเด็นที่ ครม. ส่งหนังสือมาเช่นนี้ไม่เหมาะสม

"ผมไม่เข้าใจว่า ครม. ต้องการอะไรถึงได้สั่งการดังกล่าวออกมา ซึ่งประเด็นนี้กระทบต่ออิสระของการยกร่างกฎหมายชัดเจน ผมมองด้วยว่าหากอนาคตฝ่ายบริหารเข้ามาก้าวก่ายบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ ในเรื่องการตรากฎหมาย เชื่อว่ากฎหมายที่ออกมาจะไม่สมบูรณ์ และอาจเป็นไปตามใจที่ฝ่ายบริหารอยากให้เป็น ในที่สุดตัวกฎหมายจะเกิดปัญหา" นายนิพิฎฐ์ กล่าว

ขณะที่นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าประเด็นดังกล่าวทาง ครม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการ ครม. มาชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญไม่ใช่เป็นการเข้ามาก้าวก่าย หรือ แทรกแซงการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ หรือ สมาชิกรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่พิจารณากฎหมาย แต่เป็นการออกคำสั่งเพื่อควบคุมในระดับเจ้าหน้าที่ ผู้มาชี้แจงซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายบริหารที่มาทำหน้าที่ในกรรมาธิการ เพราะที่ผ่านมา คือ มีเหตุการณ์ที่ว่า เจ้าหน้าที่กระทรวง มาชี้แจงในกรรมาธิการฯ ซึ่งพิจารณาร่างกฎหมาย ในชั้น สภาฯ และ ส.ว. เป็นการชี้แจงคนละเรื่อง คนละประเด็น ทำให้ความสับสนต่อการเขียนกฎหมาย ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าเหตุที่ ครม. ทำหนังสือถึงเลขาธิการสภาฯ เพื่อแจ้งให้ทราบเท่านั้นไม่ใช่เพื่อบังคับให้ปฏิบัติตาม

"ปกติในกรรมาธิการซึ่งพิจารณาร่างกฎหมายจะมีตัวแทนของรัฐบาลมาร่วมเป็นกรรมาธิการ จำนวน 5 คน ดังนั้นการออกคำสั่งตรงนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการพิจารณาร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอไม่มีปัญหา" นายพีรพันธุ์ ชี้แจง