ชายแดนเหงา “สรวงศ์” ศึกสระแก้วส่อแววฉลุย “สุรศักดิ์” ไร้ทายาทการเมือง ปิดชายแดนยาว “เจ้าพ่อบูรพา” ถอดใจ ย้อนเส้นทาง “สุรศักดิ์” โค่นทายาท “ป๋าเหนาะ” เหตุจาก “เทียนทอง” แตกคอ แถม “เจ้าพ่ออรัญฯ” อาสาปั้นผู้แทนคนชายแดน
KEY POINTS
- สรวงศ์ เทียนทอง มีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งซ่อม สส.สระแก้ว เขต 3 หลังคู่แข่งคนสำคัญ สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ เสียชีวิต
- สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ไม่มีทายาททางการเมืองสืบทอด ทำให้พรรคกล้าธรรมยังไม่มีตัวผู้สมัครที่ชัดเจนในการเลือกตั้งซ่อม
- “เจ้าพ่อบูรพา” หรือ บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ผู้สนับสนุนหลักของสุรศักดิ์ ได้ประกาศถอดใจและวางมือทางการเมือง ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป
ชายแดนเหงา “สรวงศ์” ศึกสระแก้วส่อแววฉลุย “สุรศักดิ์” ไร้ทายาทการเมือง ปิดชายแดนยาว “เจ้าพ่อบูรพา” ถอดใจ
ย้อนเส้นทาง “สุรศักดิ์” โค่นทายาท “ป๋าเหนาะ” เหตุจาก “เทียนทอง” แตกคอ แถม “เจ้าพ่ออรัญฯ” อาสาปั้นผู้แทนคนชายแดน
เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2569 “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” สส.สระแก้ว เขต 3 วัดหลวงอรัญญ์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมี สส.พรรคกล้าธรรมมากกว่า 30 ชีวิตเข้าร่วมพิธี เพื่อร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของเพื่อน สส.สระแก้ว
นับแต่ปิดชายแดน ไทย-กัมพูชา มานานเกือบ 1 ปี อ.อรัญประเทศ ก็เงียบเชียบราวป่าช้า สภากาแฟในตัวเมืองอรัญแทบจะไม่มีใครพูดถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.สระแก้ว เขต 3
ทั้งที่ กกต.กำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้งแล้วระหว่าง 9 - 13 พ.ย. และวันเลือกตั้งคือวันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค.นี้ เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง อ.ตาพระยา และ อ.วัฒนานคร (เฉพาะ ต.แซร์ออและ ต.ช่องกุ่ม)
ในสนามรบนี้ “เมืองอรัญ” เป็นจุดชี้ขาดเพราะประชากรมากกว่าทุกอำเภอ ซึ่งในอดีตก็ไม่เคยมีนักการเมืองท้องถิ่นคนไหน กล้าลงแข่งกับเสนาะ เทียนทอง และเครือญาติ
ตระกูล “เทียนทอง” เติบใหญ่มาจาก อ.วัฒนานคร แต่เมื่อ “เสนาะ” เป็น สส. และเป็นรัฐมนตรี ก็สยายปีกยึดเมืองอรัญ โดยให้น้องชาย “วิทยา เทียนทอง” มาทำธุรกิจและสร้างการเมืองท้องถิ่น
“สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” เกิดและเติบโตที่ อ.อรัญประเทศ ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและดูแลตลาดโรงเกลือ ก่อนจะเล่นการเมืองท้องถิ่น
คนชายแดนต่างรู้จัก “บ้านนวรรณ” ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ ซึ่งเป็นบ้านพักของ “เสี่ยศักดิ์” คนใจถึงพึ่งได้
“สุรศักดิ์” มีพี่น้องอีก 4 คน และน้องชายคนหนึ่งก็คือ พล.ต.ท.สุรจิต ชิงนวรรณ์ จเรตำรวจ และอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว
ส่วนทายาท 3 คนของสุรศักดิ์ ไม่มีใครเตรียมตัวจะเล่นการเมืองเหมือนบิดา ฉะนั้น แกนนำพรรคกล้าธรรม จึงยังไม่เคาะว่าจะส่ง “ผู้สมัคร สส.” หรือไม่
ขณะที่ “สรวงศ์ เทียนทอง” อดีต สส.สระแก้ว เขต 3 หลายสมัย เตรียมความพร้อมมานานแล้ว ช่วงน้ำท่วมอรัญฯ “เสี่ยบอย” จึงลงพื้นที่กินนอนช่วยเหลือชาวบ้านเต็มที่
จริงๆแล้ว “เสี่ยบอย” จะไม่สอบตก 2 หนในรอบ 7 ปี หากตระกูล “เทียนทอง” ไม่แตกคอกัน แบ่งเป็นสาย “บ้านใหญ่วัฒนานคร” และ“บ้านใหม่เขาฉกรรจ์”
เหนืออื่นใด “เทียนทอง” สายเมืองอรัญ ก็ไม่เอา “ลุงเหนาะ” นั่นคือ “ทรงยศ เทียนทอง” อดีตนายก อบจ.สระแก้ว 4 สมัย
ย้อนไปต้นปี 2561 มีรายงานข่าวตระกูล “เทียนทอง” จะแยกย้ายกันไปอยู่ 3 พรรค เพื่อความปลอดภัย
“นายกคิงส์” ทรงยศ เทียนทอง อดีตนายก อบจ.สระแก้ว ลูกชายวิทยา เทียนทอง จะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะตอนนั้น “นายกคิงส์”เป็นประธานสโมสรฟุตบอลสระแก้ว เอฟซี ฉายา “นกงูเหล็ก” อยู่ในเครือข่ายบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
“ตรีนุช เทียนทอง” ลูกสาวกำนันขวัญเรือน เทียนทอง จะเบนหัวเรือไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ส่วน “สรวงศ์ เทียนทอง” ยังปักหลักอยู่พรรคเพื่อไทย เหมือนน้องชายต่างมารดา สุรชาติ เทียนทอง อดีต สส.กทม.
ภายหลัง “ขวัญเรือน” เคลียร์กับ “นายกคิงส์” ได้เป็นที่เรียบร้อย ลูกชายวิทยาจึงถอนตัวไม่ลงสมัคร สส.สระแก้ว เขต 1 และขวัญเรือนก็เอาลูกชาย-ฐานิสร์ ลงแทนในสีเสื้อพรรค พปชร.
ว่ากันว่า “ฐานิสร์-ตรีนุช” และ “นายกคิงส์” มีเหตุผลตรงกันคือ “ไม่เอานายใหญ่” จึงยอมแตกหักกับ “ป๋าเหนาะ”
ปลายปี 2563 “ทรงยศ” วางมือไม่ลงสมัครนายก อบจ.สระแก้ว เปิดทางให้ “นายแม่” ขวัญเรือน เทียนทอง เอาชนะเด็กปั้นป๋าเหนาะกว่า 5 หมื่นคะแนน
ต้นเดือน ม.ค.2565 “นายกคิงส์” ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์บนถนนสุวรรณศร เสียชีวิตทันที และปิดฉาก “เทียนทอง” สายเมืองอรัญ
สำหรับ “เสี่ยศักดิ์” สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ที่ได้เป็นผู้แทนขวัญใจคนเมืองอรัญ 2 สมัย นอกจากเหตุปัจจัย “เทียนทอง” น้ำแยกสายไผ่แยกกอ ก็ยังมี “เจ้าพ่อชายแดน” ให้การสนับสนุน เพราะต้องการเห็นคนในพื้นที่ชายแดนเป็นผู้แทนฯ
นั่นคือ “บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย” ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว นักธุรกิจนำเข้า-ส่งออกรายใหญ่ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เจ้าพ่ออรัญประเทศ”
“บำรุง” เป็นเพื่อนรักของ “เจ้าพ่อบูรพาพยัคฆ์” และเป็นกรรมการมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ซึ่งทั้งคู่รู้จักกันมานาน ตั้งแต่สมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ร.12 รอ.(สระแก้ว)
“ลุงป้อม” รักใคร่กับเสี่ยบำรุง และไม่เคยสนิทสนมกับ “ป๋าเหนาะ” ยกเว้น “ขวัญเรือน” ที่เป็นกำนันในยุคสงครามเขมร 4 ฝ่าย ได้ช่วยเหลือทหารในพื้นที่มากมาย
จังหวะนี้เอง “เจ้าพ่อชายแดน” หนุน “เสี่ยศักดิ์” นักการเมืองท้องถิ่นลงสนาม และทุ่มสรรพกำลัง จนได้คนเมืองอรัญเป็นผู้แทนฯสมใจ
ผลการเลือกตั้ง สส.สระแก้ว ปี 2562 “สุรศักดิ์” จึงพลิกชนะ “สรวงศ์” ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกัน 1 หมื่นคะแนน และคนเมืองอรัญรู้สึกสะใจที่โค่นตระกูลเทียนทอง
ปี 2566 “ลุงป้อม-ลุงตู่” แยกทางกัน กระแส พปชร.ตกต่ำในเขต 3 “เสี่ยศักดิ์” จึงสอบตก แม้เจ้าพ่อชายแดนจะออกแรงช่วย แต่ลุงป้อมเรตติ้งตกต่ำ ดันยังไงก็ดันไม่ขึ้น
ปี 2569 “เสี่ยศักดิ์” เลือกไปสังกัดพรรคกล้าธรรม และโหนกระแสชาตินิยม ก็คว้าชัยเบียด “เสี่ยบอย” เข้าป้าย
ชั่วโมงนี้ เศรษฐกิจเมืองอรัญซบเซาหนัก เพราะด่านพรมแดนไทย-กัมพูชายังไม่มีท่าว่าจะเปิดวันไหน “เจ้าพ่อบูรพา” ก็ถอดใจ และขอวางมือเหมือนเพื่อนรักที่บ้านป่ารอยต่อฯ





