วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้น 'ส้ม’ ฝ่ากำแพง ‘น้ำเงิน’ ยื่นซักฟอก ม.152 ชกลม ‘รัฐบาล’

ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 แบบไม่ลงมติ เพื่อตอบโต้รัฐบาลที่เลื่อนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปเป็นเดือนธันวาคม

KEY POINTS

  • ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 แบบไม่ลงมติ เพื่อตอบโต้รัฐบาลที่เลื่อนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปเป็นเดือนธันวาคม
  • เป้าหมายหลักของการยื่นญัตติครั้งนี้คือการ "เลี้ยงกระแส" ประเด็นร้อนต่างๆ ของรัฐบาลไม่ให้เงียบหายไปก่อนถึงการซักฟอกจริง
  • ฝ่ายรัฐบาลตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการยื่นญัตติซ้ำซ้อน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถเปิดอภิปรายได้สำเร็จ

กลหมาก “ฝ่ายค้าน” พยายามตอบโต้กลับ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” พลันที่ถูกยื้อเวลา ศึกซักฟอกออกไปถึง 7-11 ธ.ค. หรืออีกกว่า 1 เดือน จำเป็นต้อง “เลี้ยงกระแส” สารพัดประเด็นร้อน จ่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 แบบไม่ลงมติแทน

ก่อนหน้านี้ “ฝ่ายค้าน” นำโดย พรรคประชาชน (ปชน.) พยายามแข็งขืนสู้เกม “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” โดยยืนกราน “ซักฟอก” 4+1 วัน ได้แก่ 26-29 ต.ค. และลงมติ 30 ต.ค. ทว่าในช่วง “น้ำเงิน” กำลังโดน “มรสุม” อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ อาจกำลังลามบานปลายไปถึงขั้นชง “ยุบพรรค” ภูมิใจไทย

แถมในห้วงเวลานี้โดนไล่บี้ปมร้อน พัวพัน “เว็บพนัน” หรือไม่ จากทั้ง “รังสิมันต์ โรม” หัวหอกพรรคส้ม และ “ศิริโชค โสภา” อดีตวอลเปเปอร์ ที่คัมแบ็กกลับมาขยี้เรื่องนี้อย่างเต็มเหนี่ยว โดยสปอตไลท์ทางสังคม กำลังฉายแสงไปที่เรื่องนี้อย่างเต็มที่เช่นกัน

ยังมีกรณี “โกง สว.” ที่แม้ “บิ๊กเนมน้ำเงิน” จะพ้นบ่วงไปแทบยกกระบิแล้ว แต่ “ฝ่ายค้าน” ยังฉวยเอาเรื่องนี้ มาโจมตีใส่อยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงกรณี “โกงสอบท้องถิ่น” ที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องศาลไม่ทัน ทำให้ 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ นี่ยังไม่นับกรณี “เขากระโดง” เรื่องยังคาราคาซังในชั้นศาลที่ให้ฟ้องรายแปลง ทั้งที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลหลายแห่งยืนยันว่า มีการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าว

นี่ยังไม่นับความพยายามในการ “สบช่อง” นำเงิน “ภาษีบาป” กลับเข้ามาบริหารจัดการ ด้วยการยื่นร่างแก้ไขที่มารายได้ของ “ไทยพีบีเอส+ตระกูล 3 ส.” ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสื่อ และประชาชน แม้บางมุม “ไทยพีบีเอส” เองจำเป็นต้อง “ปฏิรูปโดยด่วน” ก็ตาม

เมื่อ “ฝ่ายค้าน” โดยเฉพาะ “พรรคส้ม” พยายาม “คุมเกม” ตามนิสัยดั้งเดิม ทำให้ “สีน้ำเงิน” สวนกลับด้วยเทคนิคการเมือง สไตล์ “น.หนู” คือการ “ซื้อเวลา” ยื้อศึกซักฟอกออกไปก่อน โดยในเดือน พ.ย.นี้ จะเห็นได้ว่า แทบไม่มี “คิวว่าง” ให้ นายกฯ+17 รัฐมนตรี ที่ขึ้นเขียง มาชี้แจงในสภาฯเลย เพราะต่างติดภารกิจ “ไปต่างประเทศ” กันแทบทั้งหมด

เมื่อถูกเดินเกมแบบนี้ “พรรคส้ม” เริ่มเสียงอ่อย พยายามต่อรองวัน ให้เหลือ 3+1 วัน คือ ซักฟอก 3 วัน และลงมติ 1 วัน โดยขอปักหมุดในช่วงต้น พ.ย.นี้ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป “กระแสร้อน” ต่าง ๆ ในขณะนี้ จะไม่สามารถ “เลี้ยงไว้” ให้ “คนอิน” ได้

มีรายงานว่า หลังที่ประชุม “วิป 3 ฝ่าย” คือ วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาล และวิป ครม.เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เบ็ดเสร็จที่ 7-11 ธ.ค.นี้ ซึ่งเลย “ไทม์ไลน์” ที่ “ฝ่ายค้าน” ตั้งธงไว้

ทำให้มีความเคลื่อนไหวว่า ฝ่ายค้านอาจยื่นอภิปรายรัฐบาลเพื่อมีข้อเสนอแนะ แบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 บัญญัติไว้ ปักหมุดให้เกิดขึ้นภายใน พ.ย.นี้

ต้องไม่ลืมว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 (อภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบลงมติ) และมาตรา 152 (อภิปรายแบบมีข้อเสนอแนะ ไม่ลงมติ) สามารถยื่นญัตติได้ภายใน 1 ครั้งต่อปีเท่านั้น ดังนั้นเมื่อใกล้ปิดสมัยประชุมสภาฯในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ จึงมีความจำเป็นที่ “ฝ่ายค้าน” ต้อง “เลี้ยงกระแส” สารพัดปมร้อนเอาไว้ โดยอาศัยการเข้าชื่อ สส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 คือ 50 คน

โดยฝ่ายค้านอาจปรับลดจำนวน “รัฐมนตรี” ที่จะถูกซักฟอกตามมาตรา 152 ลง เพื่อให้ระยะเวลาอภิปรายสั้น และกระชับ เพื่อลดข้ออ้างของรัฐบาล ในเรื่องของเงื่อนไข-เวลา เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อบกพร่องของรัฐบาล ที่ส่อขาดความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน

แต่กลับมามองสภาพความเป็นจริงทางการเมือง ต้องไม่ลืมว่า “รัฐบาลสีน้ำเงิน” วางสารพัดกลเกม-เงื่อนไขในการ “ยื้อ” ศึกซักฟอก “ของจริง” เอาไว้ไปถึง ธ.ค.แล้ว ดังนั้นการแก้เกมของ “ฝ่ายค้าน” ในการยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 ไม่น่าเกิดขึ้นได้โดยง่ายแน่

แม้ว่าแกนนำ “ขั้วน้ำเงิน” จะเปิดไฟเขียว เช่น “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่อยากตรวจสอบรัฐบาล โดยมีความพร้อม ถามมาตราไหน ก็ตอบตามมาตรานั้น ไม่มีประเด็นอะไร โดยมาตรา 152 คือการอภิปรายไม่ลงมติ 

ทว่ามีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลรัฐบาลเองก็รับฟังและตอบ ถ้าฝ่ายค้านมีข้อเสนอที่ดีและมีประโยชน์เราก็รับไปปฏิบัติ ไปดำเนินการตามความต้องการของฝ่ายที่ติดตามตรวจสอบ ถ้ามีประโยชน์กับประชาชนเราก็นำไปดำเนินการ ไม่ได้เสียหายอะไรเลย เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ ตนชื่นชมด้วยซ้ำว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในช่วงนี้

“ไม่ได้อยากไปตำหนิว่าทำไมฝ่ายค้านจะต้องมายื่นญัตติอภิปรายทั้งสองมาตรา ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะนายกฯที่มีภารกิจ รัฐมนตรีหลายคนก็กำหนดเวลาของตัวเองไว้เรียบร้อย เพื่อเตรียมสำหรับการอภิปรายที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หลายคนเคลียร์งานตัวเองเพื่อเอาเวลาว่างไว้ให้ฝ่ายค้าน แต่ตกลงวันกันไม่ได้” ทรงศักดิ์ ระบุ

ด้าน “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย “ไม้เบื่อไม้เมา” กับ “ค่ายส้ม” ตั้งคำถามว่า หากฝ่ายค้านจะยื่นซักฟอกตามมาตรา 152 นั้นมี “ประเด็นใหม่” นอกเหนือจากการยื่นซักฟอกตามมาตรา 151 หรือไม่ เพราะแม้กฎหมายไม่ห้าม แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าการใช้กลไกรัฐสภาดังกล่าว สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

“ศุภชัย” ยังอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 ที่วางข้อจำกัดเกี่ยวกับ “ความถี่” ในการเสนอญัตติอภิปรายทั่วไป สะท้อนถึงความสำคัญของการรักษาสมดุล ระหว่างสิทธิในการตรวจสอบรัฐบาล กับความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน

“ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่า เมื่อกฎหมายไม่ได้ห้าม ก็สามารถใช้ทุกกลไกโดยไม่ต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความเหมาะสม เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล รัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศ และรัฐสภามีหน้าที่รักษาสมดุลของอำนาจทั้งสองฝ่าย” ศุภชัย ระบุ

ขณะที่ "รังสิมันต์ โรม" สส.บัญชีรายชื่อ หัวหอก ปชน.ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธว่าจะมีการ "ซักฟอก" ตามมาตรา 152 หรือไม่ แต่มีแย้ม ๆ มาว่า "มีเพื่อนสมาชิกสนใจที่จะยื่นจริง ๆ แต่ย้ำว่าผมไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าถึงขั้นนั้นหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในกระบวนการ โดยมี สส.ของพรรคประชาชนที่สนใจจะยื่นแน่ ๆ ส่วนพรรคการเมืองอื่นผมไม่ทราบ"

แม้ “ฝ่ายค้าน” โดยเฉพาะ ปชน.ประเมินฉากทัศน์การยื่นซักฟอกตามมาตรา 152 เอาไว้แล้ว นั่นคือไม่สามารถยื่นได้โดยง่าย แต่สามารถนำมาใช้ “ขยายผล” ไปถึง “มวลชน” ได้ต่อ ถึงความไม่ชอบมาพากลของ “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” และยังคง “เลี้ยงกระแส” สารพัดปมร้อนที่จะนำไปใช้เป็น “จุดตาย” ในการซักฟอก ธ.ค.นี้ได้อย่างต่อเนื่อง

เพราะหากไม่ตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง กระแส “ศึกซักฟอก” น่าจะจางหายไป กับกรณี “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ หัวหอกพรรคส้ม ที่ถูก “กุนซือห้องแอร์” วิจารณ์เป็นพวก “บันเทิงธิปไตย” แถมเพลี่ยงพล้ำเสียเครดิตอย่างหนักกับการแชร์โพสต์ “ข่าวปลอม” ของเพจ “Godd Dam” ซึ่งกำลังถูกจับตาในตอนนี้

ดังนั้นผลลัพธ์ในการยื่นญัตติซักฟอกไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของ “ฝ่ายค้าน” ครั้งนี้ ไม่ได้หวังไปถึงว่า จะได้อภิปรายหรือไม่ แต่คือการ “เลี้ยงกระแส” เพื่อไม่ให้สารพัดปมฉาว ต้องหายไปตามกาลเวลา เพราะกว่าจะซักฟอกจริงก็อีกกว่า 1 เดือนเข้าไปแล้ว

ต้องจับตา “ฝ่ายค้าน” จะฝ่า “กำแพงน้ำเงิน” ยื่นซักฟอกแบบไม่ลงมติได้สำเร็จหรือไม่ และถ้าไม่มีประเด็นอะไรใหม่ จะทำให้ศึก “ซักฟอกจริง” กร่อย เพราะเปิดข้อมูลเทหมดหน้าตักไปแล้ว