'วรศิษฎ์' มท.4 ถก ก.กลาง เร่งดึงเงินหลวงคืนย้อนหลัง คดีโกงสอบท้องถิ่น กว่า 3 พันราย แจงปมเรียกบรรจุรอบ 4 ต่ำกว่าเป้า สั่งปรับแผนเชิงรุก ปักหมุดบรรจุรอบ 5 ไม่เกิน 20 พ.ย.
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 ที่ห้องประชุม 5501 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ครั้งที่ 9/2569 โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายปิยะ ปิจนำ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วย นายบุญประสงฆ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงบประมาณ เข้าร่วมประชุม
นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมวันนี้ ในส่วนของกระบวนการถอดถอนและเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งผู้ทุจริตสอบซึ่งมีจำนวนกว่า 3,000 รายในทุกตำแหน่งนั้น ขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่โจทย์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการต่อคือ การติดตามเรียกคืนเงินเดือน เงินตอบแทน และสวัสดิการทั้งหมดที่บุคคลกลุ่มดังกล่าวเคยได้รับกลับคืนมา เนื่องจากจุดเริ่มต้นเกิดจากการบรรจุแต่งตั้งโดยมิชอบทางกฎหมาย
“เพื่อให้การฟ้องร้องและการติดตามเรียกเงินหลวงคืนเป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม ตามกรอบระเบียบของกฎหมาย โดยไม่เกิดปัญหาหรือข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามมาในภายหลัง ที่ประชุม ก.กลาง จึงเตรียมส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยวางแนวทางปฏิบัติและกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ก่อนจะเร่งดำเนินการดึงเงินหลวงกลับคืนมาอย่างเด็ดขาด” นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวถึงกรณีการเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในรอบที่ 4 ที่มีจำนวนผู้ได้รับการบรรจุเพียง 4,200 กว่าคน ดูต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ตั้งเป้าไว้ราว 8,000 - 9,000 ตำแหน่ง โดยอธิบายอย่างละเอียดว่า ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้านั้นเป็นตำแหน่งที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งตำแหน่งที่มีการขอใช้มาและตำแหน่งของผู้สอบแข่งขันได้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการยืนยันและสอบทานความถูกต้องอย่างเป็นระบบก่อนการบรรจุจริง
“นอกจากปัจจัยด้านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ยังติดปัญหาสำคัญในเรื่องข้อจำกัดของระบบรายงานตัว ซึ่งเดิมกำหนดไว้เพียง 2 วัน และสามารถรองรับผู้มารายงานตัวได้สูงสุดเพียงวันละ 2,000 คนเท่านั้น จึงทำให้ยอดการบรรจุในรอบที่ 4 มีจำนวนตามที่ปรากฏ อย่างไรก็ดี ในการเรียกบรรจุรอบที่ 4 นี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยสละสิทธิ์ในรอบที่ 3 ได้รับการคืนสิทธิเพื่อกลับมารายงานตัวและเลือกพื้นที่บรรจุใหม่อีกครั้ง เพื่อคืนความเป็นธรรมและรักษาสิทธิของผู้สอบได้ทุกคน” นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาและแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนการทำงานเป็นแบบเชิงรุกทันที โดยกำลังเร่งรวบรวมตัวเลขตำแหน่งว่างทั้งหมดทั่วประเทศเพื่อเตรียมการเรียกบรรจุในรอบที่ 5 ซึ่งหากพบว่ามีจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกและมีตำแหน่งว่างรองรับเป็นจำนวนมาก จะทำการปรับเพิ่มและขยายจำนวนวันรายงานตัวทันที เพื่อรองรับผู้ผ่านการสอบอย่างเหมาะสมและเร่งใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อราชการ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการเรียกบรรจุรอบที่ 5 ได้อย่างเป็นทางการไม่เกินวันที่ 20 พ.ย.2569 นี้





