"บุ๋ม ปนัดดา" จะใช้วิธีการใด ตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้ลามกระทบไปยัง"กลาโหม" ทั้งกรณีสามีรึกที่ทหาร และอาจถูกผูกโยงไปถึงการพิจารณาคัดเลือกกำลังพลสำรอง
KEY POINTS
- ประเด็นสามีรุกที่ทหาร ส่งผลต่อภาพลักษณ์ "บุ๋ม ปนัดดา" แม้จะออกมาแถลงไม่มีส่วนรู้เห็นก็ตาม
- บุ๋ม ปนัดดา เป็นบุคคลมีชื่อเสียง ทั้งวงการบันเทิง การเมือง และการช่วยเหลือสัมคม ทำให้ข้อครหาสามีรุกที่ทหารกลายเป็นที่สนใจ และเธอเพิ่งได้บรรจุเป็น กำลังสำรอง กระทรวงกลาโหม
- ประเด็นสามีรุกที่ทหาร และ กำลังพลสำรอง ของ บุ๋ม ปนัดดา ถูกผูกโยงกัน อีกทั้งคนใกล้ชิด สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์" หรือ "แบมบี้" ก็เป็นกำลังพลสำรองล็อตเดียวกัน
- กลาโหม กังวลเรื่องราวจะบานปลาย ได้ติดตามสถายการณ์อยู่ห่างๆ รอให้ บุ๋ม ปนัดดา เคลียร์ปัญหาส่วนตัว เนื่องจากเธอยังไม่ได้ทำผิดอะไร
แม้ "บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี จะพยายามกันเรื่องส่วนตัวของสามี "อธิป อนันทวรรณ"หรือ "ก๊อต" ซึ่งถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่ดินประมาณ 100 ไร่ ในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก พื้นที่ในความรับผิดชอบของ มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) กองทัพบก โดยไม่ให้กระทบกับ "กระทรวงกลาโหม"
แน่นอนว่า ประเด็นสามี ส่งผลต่อภาพลักษณ์ "บุ๋ม ปนัดดา" ไม่น้อย ชี้วัดได้จากการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เธอเปิดใจทั้งน้ำตากับมรสุมชีวิตภายในครอบครัวตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา
เธอยืนยันว่า สาเหตุที่ต้องรอจนถึงวันนี้จึงออกมาแถลงข่าว เนื่องจากมีหลายเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน และไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องออกมายืนชี้แจงเรื่องส่วนตัวต่อสาธารณะ แต่หากการเปิดเผยข้อเท็จจริงและเอกสารจะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจจุดยืนของตนเองและมูลนิธิองค์กรทำดี ก็ยินดี พร้อมยืนยันไม่มีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับช่วยเหลือบุคคลใด ตามที่มีกระแสข่าวลือ
สำหรับประเด็นที่ดินซึ่งสามีถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่าสงวนนั้น บุ๋ม ปนัดดา ยืนยันว่า ไม่เคยรับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวมาก่อน และไม่เคยเดินทางไปยังพื้นที่แม้แต่ครั้งเดียว โดยทราบเพียงว่าสามีเคยบอกว่าจะไปทำกิจกรรมเทรลรันนิง เนื่องจากเคยเห็นเหรียญรางวัลส่งมาที่บ้าน แต่ไม่เคยได้รับการบอกเล่าถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินหรือการทำธุรกรรมใดๆ
กระทั่งเกิดประเด็นเป็นข่าว จึงได้ตรวจสอบเอกสารภายในตู้เซฟของสามี และพบสัญญาซื้อขายที่ดินลงวันที่ 5 ตุลาคม 2567 ระบุมูลค่าการซื้อขาย 2.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเอกสารที่ตนเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยไม่ทราบว่าสามีไปทำสัญญากับบุคคลใด หรือมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอย่างไร จึงนำเอกสารดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำสัญญาดังกล่าว
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า ความเป็น"เซเลบ-อินฟลูเอนเซอร์" ของ บุ๋ม ปนัดดา บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมากในสังคม ในบทบาทหน้าที่ต่างๆ ซึ่งเธอก็ทำออกมาได้ดีอย่างไม่มีที่ติ ทั้ง พิธีกร นักแสดง อาจารย์ นางแบบ และ นางสาวไทย ประจำปี 2543
ส่วนบทบาททางการเมือง เธอเคยเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ และ อดีตโฆษกจิตอาสาศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
ทำให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินดังกล่าว เป็นที่ดินราชพัสดุอยู่ในความครอบครองของกองทัพบก โดยมี มณฑลทหารบกที่12(มทบ.12) เป็นผู้ดูแล
หน่วยที่รับผิดชอบในการดูแล
กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2พัน.2 รอ.)ใช้ประโยชน์
ในขณะที่บทบาทในปัจจุบันของ "บุ๋ม ปนัดดา" คือ "กำลังพลสำรอง" สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ตำแหน่ง หัวหน้าแผนกแผนประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนากิจการกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2566-2570 ในการเตรียมพร้อมรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
สองประเด็นนี้ แม้จะเป็นคนละเรื่องแต่ก็ถูกผูกโยงกันจนได้ ถึงการได้รับคัดเลือกเป็น "กำลังพลสำรอง" ของ บุ๋ม ปนัดดา และที่สำคัญยังมีบุคคลใกล้ชิดช่วยงานในมูลนิธิมูลนิธิองค์กรทำดี "สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์" หรือ "แบมบี้" ก็เป็นกำลังพลสำรอง ตำแหน่งประจำแผนกแผนประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ล็อตเดียวกัน
ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า "กระทรวงกลาโหม" มีความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวจะลุลามบานปลายออกไป
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ เพียงแต่ติดตามสถานการณ์ และปัจจุบัน กระทรวงกลาโหม ไม่ได้เรียกใช้งาน บุ๋ม ปนัดดา เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนยังทรงๆ จึงให้ใช้โอกาสนี้เคลียร์เรื่องส่วนตัว
สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกกำลังพลสำรอง นั้น กระทรวงกลาโหม ได้กำหนดคุณสมบัติกว้างๆ การคัดเลือกพิจารณาจากความเหมาะสมและความสามารถ และประโยชน์ที่กองทัพจะได้รับจากบุคคลนั้นมาเป็นตัวชี้วัด เพราะจุดประสงค์หลักคือ การระดมกำลังพลเรือนเข้ามาช่วยเหลือประเทศในยามวิกฤติ เช่น น้ำท่วม สถานการณ์ชายแดน
และในขณะนั้นมีปัญหาเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา กระทรวงกลาโหม มองว่า มีความจำเป็นที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลซึ่งสามารถดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมดังนั้น บุ๋ม ปนัดดา คือ เป้าหมาย ส่วน "สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์" ก็ช่วยงานในมูลนิธิฯอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีบุคคลอื่นอีกเช่นเดียวกัน
แหล่งข่าว กระทรวงกลาโหม กล่าวว่า คุณบุ๋ม ปนัดดา เป็นอินฟลูฯ มีมูลนิธิองค์กรทำดี เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้รวดเร็ว กระทรวงกลาโหม ต้องการบุคคลที่ช่วยเป็น แขน ขา ในยามที่ประชาชนเดือดร้อน คุณบุ๋มปนัดดา ในฐานะเป็นตัวแทนของกระทรวงกลาโหม เป็นกำลังพลสำรอง เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว เพราะกว่าทหารกว่าลงพื้นที่ ต้องรอคําสั่งการ เตรียมการ มีกระบวนการ ระเบียบขั้นตอนกว่าจะอนุมัติ แต่ถ้าเป็น พลเรือนหรือมูลนิธิลงพื้นที่ได้ทันที
ตอนมีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ของทหารทำได้ยาก และไม่สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่เหมือนกับมูลนิธิที่ทำได้ เพราะฉะนั้นจึงมองว่า การดึง คุณบุ๋ม ปนัดดา จะได้ประโยชน์เป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์ในมิติการช่วยเหลือของทหาร รวมถึงการร้องขอการสนับสนุน ซึ่งเขาอยู่ในพื้นที่ก็จะรู้ว่าชาวบ้านต้องการอะไรนี่คือเหตุผล ของกระทรวงกลาโหมเพื่อเป็นกระบอกเสียงในพื้นที่
"ส่วนจะกระทบต่อการเป็นกำลังพลสำรองหรือไม่นั้น ขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบอะไร เพราะ คุณบุ๋ม ปนัดดา ก็ยังไม่ได้ทำผิดอะไร อีกทั้งยังมีความชัดเจน ว่าที่ดินตรงนั้นเป็นเรื่องของสามีที่ต้องรับผิดชอบ และเขาไม่ขอร่วมด้วย และไม่ได้รู้เรื่องดังกล่าว ส่วนกองทัพบกได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว เป็นสิ่งยืนยัน ไม่มีใครมาแทรกแซง หรือ มาวิ่งเต้น ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม" แหล่งข่าวกระทรวงกลาโหม ระบุ
สำหรับความคืบหน้าประเด็นดังกล่าว ร.2 พัน 2 รอ. ได้แจ้งความไว้กับทางตำรวจ เพื่อจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มีเพียงกรณี สามี บุ๋ม ปนัดดา เท่านั้นยังพบประชาชนบุกรุกที่ดินเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ "อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีมีข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีชื่อปรากฎในเอกสารขายที่ดินให้ "อธิป อนันวรรณ" สามี บุ๋ม ปนัดดา
สุดท้ายแล้ว ต้องติดตามกันต่อไป บุ๋ม ปนัดดา จะใช้วิธีการใด ตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้ลามกระทบไปยังกระทรวงกลาโหม ทั้งกรณี
การบุกรุกที่ดินราชพัสดุของสามี พื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพ และอาจถูกผูกโยงไปถึงการพิจารณาคัดเลือกกำลังพลสำรองที่กำหนดคุณสมบัติไว้เพียงกว้างๆ อาจกลายเป็นช่องโหว่หรือไม่





