ประธานวิปรัฐบาล เร่งคุยฝ่ายค้านเคาะวันซักฟอก หวังได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ พร้อมระบุเร็วไป'กล้าธรรม'จ่อร่วมรัฐบาล
ที่รัฐสภานายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(ประธานวิปรัฐบาล) เปิดเผยภายหลังนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. เป็นต้นไปว่า วิปรัฐบาล ได้แจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อแล้ว เพื่อให้นัดหมายการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายว่า จะเป็นการอภิปรายในวันที่ 6-9 ธ.ค. และลงมติในวันที่ 10 ธ.ค. หรือ อภิปราย 7-10 ธ.ค. และลงมติในวันที่ 11 ธ.ค.โดยจะพยายามประชุมร่วม 3 ฝ่ายให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ หรือหากในวันนี้ (28 ต.ค.) ทั้ง 3 ฝ่าย มีเวลาว่างลงตัวก็จะประชุมภายในวันนี้ เลย หรือไม่เกินพรุ่งนี้ (29 ต.ค.) เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ฝ่ายค้านมองอย่างไร และสภาผู้แทนราษฎร จะติดขัดหรือไม่
เพราะในวันที่ 6 ธ.ค. ก็ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งตามปกติจะพยาพยามไม่ให้ตรงกับเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และจะยังคงยึดกรอบการอภิปราย 4 วัน และลงมติ 1 วัน
ส่วนกรอบเวลาการอภิปรายใน 4 วันนั้น ตามปกติจะใช้เวลาตั้งแต่ 09.00 น. ถึง 24.00 น. หรือประมาณ 15 ชั่วโมงต่อวัน หากอภิปราย 4 วัน ก็จะมีเวลา 60 ชั่วโมง ก็จะต้องจัดสรรให้ฝ่ายค้าน คณะรัฐมนตรีให้เหมาะสม ทั้งการอภิปรายกล่าวหา และซักถาม รวมถึงการตอบข้อซักถาม ขณะนี้ ฝ่ายค้าน ยังไม่ได้คุยกัน มีเพียงการนัดเวลา 3 ฝ่าย เพื่อประชุมกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายกัน
นายกรวีร์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรม ยืนยันจะขอรักษาสิทธิในการอภิปรายด้วยว่า พรรคกล้าธรรม ไม่ได้มีตำแหน่งรัฐมนตรี หรือประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
ดังนั้น จึงมีสถานะฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคอื่น ๆ ก็ควรจะมีเวลาอภิปราย และให้เกียรติ สส.ด้วยกัน ในการจัดสรรเวลาให้ สส.อภิปราย ซึ่งที่ผ่านมา ฝ่ายค้านก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ หากพรรคกล้าธรรม จะอภิปราย ก็จะต้องใช้เวลาของฝ่ายค้าน เพราะในฝั่งฝ่ายรัฐบาล ไม่ได้จัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายของ สส.แต่จัดสรรเวลาเฉพาะการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น
เมื่อถามว่า หากการลงมติไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ พรรคกล้าธรรมลงมติให้ความไว้วางใจ จะสะท้อนถึงการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายกรวีร์ เห็นว่า จะต้องรอดูอีกครั้งว่า พรรคกล้าธรรม จะตัดสินใจอย่างไร แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน และยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า พรรคกล้าธรรม จะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และจะลงมติไว้วางใจหรือไม่
นายกรวีร์ ยังฝากไปถึงฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ประชาชนจับตามอง และให้ความสนใจต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านมากเป็นพิเศษ
ดังนั้น ฝ่ายรัฐบาล จึงอยากเห็นการตรวจสอบที่เข้มข้น และขอเชิญชวน หรือท้าทายฝ่ายค้าน ต่อข้อกล่าวหาเป็นบันเทิงธิปไตย จะเป็นโอกาสที่ดีในการตรวจสอบที่เข้มข้น นำหลักฐานที่ชัดเจนมาให้สภาและประชาชน ได้พิจารณาว่า การทำหน้าที่ เป็นไปด้วยเนื้อหา และสาระ ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ ที่ได้แต่ความสนุก และความสะใจ ซึ่งฝ่ายรัฐบาล อยากเห็นการตรวจสอบที่เข้มข้น เพื่อช่วยกันตรวจสอบ และขันน็อตฝ่ายบริหาร หากมีหลักฐานการทุจริต ก็อยากให้ใช้เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เกิดกับประชาชนที่สุด
ขณะที่การเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายของฝ่ายค้าน นายกรวีร์ ระบุว่า การอภิปรายฯ ครั้งนี้ เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังหน้า หน้าที่ของฝ่ายค้าน จึงมีหน้าที่กล่าวหารัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องอดทนฟัง ซึ่งหากไม่เกินเลยข้อบังคับการประชุม ก็คงจะไม่มีการประท้วงใด ๆ และอยากให้เวลาฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่ แต่หากมีการพาดพิงบุคคลให้เสียหาย หรือพาดพิงพรรคการเมืองที่นอกเหนือจากการบริหารของคณะรัฐมนตรี ก็เชื่อว่า สส.จะใช้สิทธิประท้วงกรณีการพาดพิง แต่ไม่ได้มีการตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี มีเพียงการควบคุมการอภิปรายให้อยู่ในระเบียบข้อบังคับการประชุม
นายกรวีร์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ถามของ สส.ว่า ที่ผ่านมา มีการประสานงานกันตลอดว่า ฝ่ายค้าน จะถามรัฐมนตรีคนใด และพยายามประสานนายกรัฐมนตรี แต่ตนก็เห็นใจนายกรัฐมนตรี เพราะในวันพฤหัสบดี มีภารกิจแน่น และหลายครั้งที่ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ก็ไม่จำเป็นที่นายกรัฐมนตรี จะต้องมาตอบกระทู้ถามด้วยตนเอง บางครั้งการมอบหมายรัฐมนตรีที่กำกับดูแลโดยตรง ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะรัฐมนตรีที่ดูแล จะทราบรายละเอียดมากกว่า
ส่วนที่นักวิชาการ วิเคราะห์ที่มีการบีบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจไป-มา เพราะนายกรัฐมนตรี อ่อนซ้อมเกมในสภาฯ นั้น นายกรวีร์ เห็นว่า จริง ๆ นายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมแล้ว และย้ำกับตนว่า อยากจะให้เริ่มการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์นี้ จึงยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้กังวลกับการชี้แจงต่อสภา มีการทำการบ้าน และเตรียมความพร้อม พร้อมมั่นใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่มีข้อมูลเพียงพอมาตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านได้แน่นอน





