ศาลฎีกาไต่สวน 2 สว. 'แดง-สมพาน' คาดปิดคดีสิ้นปี 'อัครวัฒน์' จี้หักคำสั่ง กกต.ปมสวมสิทธิขายหมู-ขายก๋วยเตี๋ยว 'สมชัย' เผยกองทุนไฟเขียวช่วย 'เบญจพร' น้องเปิดหีบชลบุรี
เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ ลต สว 10/2569 ที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งตามมาตรา 44 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. พ.ศ.2561 กับการลงสมัคร สว.ผิดกลุ่มอาชีพ ของผู้สมัครจากจังหวัดอำนาจเจริญ 2 คน ได้แก่ นางแดง กองมา ส.ว. และนายสมพาน พละศักดิ์ ส.ว. ซึ่งได้ระบุอาชีพเป็นค้าขายหมูสด และขายก๋วยเตี๋ยว
โดยตามที่ผู้ร้องระบุ อาชีพดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่ม 19 ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้เป็น ส.ว. ในกลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น โดยขอให้ศาลทำการเพิกถอนคำวินิจฉัยเดิมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าว
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง กล่าวภายหลังตัวหลักฐานเสร็จสิ้นว่า ตามที่ เจตนารมณ์ ของ กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่าบุคคลที่จะลงสมัครในแต่กลุ่มจะต้องมีการรับรองความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับสาขาหรือกลุ่มที่ลงสมัคร ตนได้นำเรื่องนี้จากที่ กกต. มีคำวินิจฉัย ไปแล้วตั้งเเต่ ธ.ค.2567 ว่าผู้ที่ลงสมัครอาจจะมีคุณสมบัติ ไม่ตรงกับกลุ่ม ผ่านมา 2 ปีกว่าพึ่งได้คำวินิจฉัยจากข่าวสื่อมวลชน เห็นว่าประเด็นการวินิจฉัย ของ กกต. น่าจะ ไม่ถูกต้องจึงได้นำเรื่องราว มาร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดี เลือกตั้งได้ช่วยพิจารณาว่าคำวินิจฉัยของ กกต. นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ วันนี้ศาลท่านให้โอกาส กกต. ชี้แจงเอกสารคัดค้าน เเละนัดไต่สวนอีดครั้งวันที่ 6 พ.ย.นี้
“ประชาชนทั้งประเทศมีความเคลือบเเคลงสงสัยว่า ข้อมูล ถูก ปกปิดหรือไม่ ทำให้บุคคลหลายคนในการสมัครรับเลือก สว.ขาดอำนาจ ที่จะไปใช้ทางศาล ตรงนี้เป็น ประเด็นที่อยากให้ กกต. รับผิดชอบ ตอนนี้คดีต้องฟ้อง เป็นรายบุคคล ส่วนใครจะเข้าข่ายหรือความผิด ต้อง บอกเลยว่าโดยส่วนใหญ่คุณสมบัติ ไม่ตรงปก ไม่ตรง อาชีพ มีการสมัครในลักษณะเพื่อจะให้ได้ คะแนนมาโดย ไม่สุจริต หรือให้ คะแนนมาตามเป้าประสงค์ เพื่อให้ผลโหวต ผลฮั้วในคดีเป็นไปตามที่เขาได้วางไว้” อัครวัฒน์กล่าว
นายอัครวัฒน์กล่าวอีกว่า ตนเคารพในกระบวนการยุติธรรม ซึ่ง มันเป็น ปลายทาง ของ ประชาชน เป็นสิ่งที่เราจะพึ่งพาอาศัยจากที่เราไม่ ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระ ที่เรา เรียกว่า กกต. แต่เมื่อวันหนึ่งสำนวนคำร้องเดินทางมาสู่ศาลฎีกาเราก็มีความเชื่อมั่นว่าศาลจะให้ความสุจริตเที่ยงธรรมนำข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับรู้ เพื่อลดความขัดแย้ง
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวว่า คดีนี้ศาลฎีกาได้ตีกรอบในการวินิจฉัยว่า จะพิจารณาเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการรับสมัครผิดกลุ่ม หรือไม่ เเละจะขาดคุณสมบัติของการเป็น สว. หรือไม่ ศาลบอกว่าจะไม่ไปก้าวล่วงเกี่ยวกับคดี ฮั้ว สว.
โดยตอนนี้ถ้าพิจารณาในแง่ของกระบวนการรับสมัคร ถ้าหากว่าเป็นเรื่องของผู้สมัครแต่ละคน มันมีความรับผิดชอบส่วนตัวของแต่ละคนอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ผอ. กกต. ระดับอำเภอ ก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ แต่ว่า เรื่องนี้ มีการร้องไปถึง กกต. กลาง และ กกต. กลาง ก็มีคำวินิจฉัยเเล้วฉนั้นคนที่จะผิดในเรื่องนี้ก็จะมีไปถึง ระดับ กกต. กลางด้วย เพราะเป็นคนที่ทำคำวินิจฉัย
วันนี้ศาลให้โอกาสแก่ฝ่ายถูกร้องอย่างเต็มที่ ศาลก็บอกว่าทุกอย่าง จะให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ หมายความว่า การ วินิจฉัยในเรื่องจะเป็นเป็นตัวอย่างแรก สมมุติเคสแรกศาลบอกว่าผิด คงจะต้องมีเรื่องตามมา อีก ไม่น้อย ซึ่งขณะนี้เท่าที่ทราบมีอยู่หลายคดีที่ศาลรับเป็น คดีดำแล้วอย่างน้อย 3-4 คดี มันก็จะเป็นโดมิโน เเต่ยังไม่ถึงขั้นการเลือกตั้ง สว.เป็นโมฆะ เป็นรายบุคคลไป
ส่วนเรื่องเงินดูจากที่เรามีการเปิดรับตั้งแต่ที่มีการฟ้องนายยิ่งชีพ ระดม เงินกัน 4-5 วัน ได้เงินมสประมาณ 2.2ล้าน วันนี้ยังไม่มีการถอนเงินออกมาแม้แต่บาทเดียวแต่มีอนุมัติให้กับผู้ได้รับการช่วยเหลือ2ราย คือน.ส.เบญจพร สุขสว่าง น้องผู้หญิงที่ชลบุรี ซึ่งได้เปิดหีบบัตรเลือกตั้ง โดยมีการร้องขอมา ไม่เกิน 100,000 บาทและไม่เกินกว่าจำนวนจริง และนายยิ่งชีพ ในคดีที่โดนนายกรัฐมนตรีมอบอำนาจให้ไปฟ้องดำเนินคดี โดยกองทุนมีคณะกรรมการ5 คน ลงมติตัดสินใจ ไม่มีตนอยู่ในนั้น ต้นเหมือนเป็นคนช่วยประชาสัมพันธ์ระดมทุน และไม่ใช่ผู้ก่อตั้งกองทุนดังกล่าว





