สำนักงาน กกต.ออกโรงแจงปมร้อน กาง 6 ขั้นตอนรวบรวมข้อเท็จจริง-พยานหลักฐาน หากมีการยื่นคำร้องสอบ 'ยุบพรรคการเมือง'
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดกระแสเตรียมยื่นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยุบพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตั้งข้อสังเกตว่า น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เคยบริจาคเงินเข้าพรรคภูมิใจไทย หลายครั้งตั้งแต่ช่วงก่อนเป็น สส.จนถึงปัจจุบันกว่า 1.5 แสนบาท เงินที่ใช้บริจาคนั้นมาจากไหนนั้น
ล่าสุด วันนี้ (23 ต.ค.) สำนักงาน กกต. เผยแพร่ขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมืองกรณียื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสั่งยุบพรรคการเมือง โดยระบุว่า สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณากรณีมีคำร้องหรือข้อข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายการกระทำตาตามาตรา 72 มาตรา 74 ประกอบ มาตรา 92 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
โดยการดำเนินการกรณีดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 93 ประกอบระเบียบคณะกรรมการการการเลือกตั้งว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566 ดังนี้
1. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นเมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 นายทะเบียนพรรคการเมืองมอบหมายให้พนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า มีข้อเท็จจริง พฤติการณ์ พยานหลักฐาน หรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการหรือไม่ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับมอบหมาย
2. พิจารณารับเรื่องไว้ดำเนินการเมื่อพนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไปได้ ให้เสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองหากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบที่พนักงานเสนอ ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับไว้ดำเนินการ และแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
กรณีที่พนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไปได้ ให้เสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองหากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นพ้อง ให้ไม่รับไว้ดำเนินการหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี พร้อมแจ้ง
ผู้ร้องและรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ แต่หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นควรรับไว้ดำเนินการ ให้เข้าสู่กระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
3. รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานบุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่รับเรื่องไว้ดำเนินการ หากไม่แล้วเสร็จ ให้รายงานพร้อมเหตุผลความจำเป็นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาได้ ครั้งละไม่เกิน 30 30 วันจนกว่าจะแล้วเสร็จ
ในการดำเนินการดังกล่าว ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องหรือพรรคการเมือง แล้วแต่กรณีได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน ก่อนเสนอรายงานรวบรวมข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณา
4. นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาเมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแล้ว หากเห็นว่าไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามมาตรา 92 ให้ยกคำร้องหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี และแจ้งผู้ร้องพร้อมรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
ทั้งนี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองอาจสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้
5. เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาหากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมือง กระทำการตามมาตรา 92 ให้เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา โดยคณะกรรมการ การเลือกตั้งต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
6. ผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งหากคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นชอบตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น แต่หากไม่เห็นชอบตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยกคำร้องหรือยติเรื่อง แล้วแต่กรณี และแจ้งผู้ร้องทราบ
ส่วนกรณีที่เห็นว่าการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ให้ส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการเพิ่มเติมให้ครบถ้วน
ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาการดำเนินการตามระเบียบกำหนดให้การตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่พนักงานได้รับมอบหมาย การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ดำเนินการโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่รับเรื่องไว้ดำเนินการและหากไม่แล้วเสร็จสามารถขออนุมัติขยายระยะเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันจนกว่าจะแล้วเสร็จ
ส่วนเมื่อมีการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน





