"อภิสิทธิ์ บอก "อนุทิน" อย่าด้อยค่า "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" เป็นแค่พิธีกรรม ทำให้ผ่านๆ จี้จัดคิวงานใหม่ ค้านหั่นเวลา รมต. แจง มาให้ฝ่ายค้าน
ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กำหนดชัดเจนว่าจะเป็นวันที่ 27 - 30 ตุลาคม เพราะหลังจากนั้นติดภารกิจต่างประเทศ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลจะบอกว่าสะดวกตอบวันไหน ซึ่งตนมองว่าภารกิจของนายกฯ สามารถบริหารจัดการได้ เพราะไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป ส่วนที่นายกฯ บอกว่าจะลดเวลาชี้แจงเพื่อเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้าน คงไม่ใช่แบบนั้น ดังนั้นขอให้ไปทบบทวน
"นายกฯ พูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในแบบที่ด้อยค่ากระบวนการตั้งแต่ต้น มองว่าเป็นพิธีกรรม ที่ปล่อยผ่านไปให้เสร็จๆ แต่ไม่ใช่ เพราะนี่เป็นกระบวนการสำคัญต่อการตรวจสอบรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ที่อยากให้ได้ฟังทั้งผู้อภิปราย และผู้ชี้แจงเต็มที่ แล้วตัดสินใจว่ารัฐมนตรีทั้ง18ราย สมควรจะได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ หากเคารพกระบวนการประชาธิปไตยแบบนี้ จะไม่มีปัญหา และเรื่องนี้สามารถบริหารจัดการเวลาได้ ผมก็เคยเป็นนายกฯมาแล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่านายกฯบอกว่าหลังจากวันที่30ตุลาคมเป็นต้นไปไม่ว่างแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ถ้าไม่ได้ ก็ไปวันหลังก็ได้ เข้าใจได้หากมีนัดหมายล่วงหน้าไปต่างประเทศที่จำเป็น แต่ไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถบริหารจัดการเวลาที่จะให้สภาฯใช้เวลาเพียง1สัปดาห์ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ"
เมื่อถามว่าหากไม่ได้จริงๆฝ่ายค้านจะรอหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้อยู่แล้ว ถ้าจะให้ แต่ต้องรอการหารือของวิป 3 ฝ่าย ที่จะหารือกันด้วยเหตุผล ว่าความจำเป็นของรัฐมนตรี18คน มีผู้อภิปรายกี่คน คนละกี่นาที ใช้เวลากี่ชั่วโมง มันคำนวณออกมาได้อยู่แล้วถ้ารัฐบาลบอกไม่ต้องตอบ ยกมือให้อย่างเดียว มันก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่าในที่สุดรัฐบาลนี้ไม่ได้เคารพการทำงานของสภาฯ มองแค่ทุกอย่างเป็นเรื่องพิธีกรรม
เมื่อถามว่ามีการมองกันว่าภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการควบรวมกันระหว่างพรรคกล้าธรรม กับพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้อยู่ทั้ง2พรรค ได้ยินข่าวว่าจะเปลี่ยนขั้ว ควบรวม ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้เป็นฝ่ายค้าน มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
เมื่อถามว่ามองว่าการควบรวมในทางการเมืองจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะในอดีตเคยเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยเจตนาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้ให้ควบรวม แต่ส่วนใหญ่ใช้วิธีขับตัวเองออกจากพรรค แล้วไปสังกัดพรรคใหม่





