'โรม' ปัดแจ้งความ 'สส.ไอเดียร์-สามี' ปมเว็บพนัน เรื่องใหญ่กว่าตัวบุคคล ไล่บี้รัฐบาล-หน่วยงานรัฐละเว้นหน้าที่หรือไม่ จี้ 'อนุทิน-ไชยชนก' รับผิดชอบ หวั่นเลือกปฏิบัติ
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายไท่หยาง ซาง สามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.พรรคภูมิใจไทย ถือหุ้นเว็บพนัน ว่า หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงทำไม่ได้เพราะ น.ส.สุชาดา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี และมองว่า เรื่องนี้ใหญ่กว่าการเป็น สส. 1 คนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน
วันนี้สิ่งที่เราเห็นวันนี้ต้องให้เครดิตกับนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่าการเปิดเผยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเหรียญ SHFL (Shuffle) ที่ถูกกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้เห็นปัญหาว่าเรื่องการพนันออนไลน์ที่ไม่ได้หมดไปส่วนหนึ่งคือหน่วยงานที่มีอำนาจรัฐเป็นปัญหาเสียเองไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) สอบสวนกลางทั้งไซเบอร์หรือแม้กระทั่งก.ล.ต. หน่วยงานเหล่านี้มีปัญหาแน่ๆ ดังนั้นตนคิดว่าในส่วนของน.ส.สุชาดา ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายสิ่งที่ตนเน้นตอนนี้ไม่ใช่ ต้องการดำเนินการทางกฎหมายกับ น.ส.สุชาดา เพียงอย่างเดียวแต่กำลังตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานรัฐทั้งหลายทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
“หน่วยงานรัฐทั้งหลายกำลังดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่เพราะหากไม่ดำเนินการสุดท้ายก็จะกลายเป็นว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปัญหาไม่ได้แค่ สส 1 คน ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันแต่ระบบของเราทั้งระบบมีคนที่ไม่แตกต่างกับอาชญากรไปอยู่ข้างในแล้วใช้อำนาจรัฐในการเกื้อหนุนให้กับบรรดาอาชญากรต่างๆต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นคนที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการไม่แจ้งความดำเนินคดีคือคนที่ไม่เข้าใจการทำงาน เพราะคดีนี้ผิดอาญาแผ่นดินหรือไม่ คดีนี้ในฐานะของฝ่ายตรวจสอบเราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องการดำเนินคดี สส 1 คน แต่เรากำลังมองว่าผู้มีอำนาจรัฐช่วยหรือไม่ เรื่องมันใหญ่กว่านั้น ดังนั้นเมื่อเราทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้จึงเป็นการตรวจสอบทุกองค์คาพยพว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ดังนั้นคนที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ยังไม่เข้าใจในเรื่องของกลไกการทำงาน และสิ่งที่ตนต้องยืนยันคือเรากำลังใช้กลไกนั้นอยู่ ตนในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย ฯ อำนาจถูกบังคับตามรัฐธรรมนูญอย่างไรเราก็ปฏิบัติตามดังนั้นและสิ่งที่อยากเห็นคือหน่วยงานของรัฐปฎิบัติหน้าที่ได้ตามกฏหมาย
"กลับมาที่ สส.ไอเดียร์ คุณปิดที่เว็บ แล้วคุณเว้นเว็บ สส.ไอเดียร์ ที่ยอมรับแล้วว่าสามีถือหุ้น ยอมรับเองเลย ไม่ต้องพิสูจน์กันแล้วว่า นายไทหยาง เป็นคนเดียวกันหรือไม่ ถ ถือหุ้น 1% เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องตั้งคำถามว่าหน่วยงาน DSI เพราะไม่ใช่ส้มก็เลยไม่ตรวจสอบ หากเป็นแบบนี้คุณก็กำลังปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายใช่หรือไม่หรือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร หรือกลัวว่าจะขยายวงไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนอื่นๆ หรือไม่" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจไซเบอร์เกิดมาเพื่อปราบเว็บพนันไม่ใช่หรือ แต่คำถามคือตำรวจไซเบอร์อยู่ไหนในการทำเรื่องนี้ จะบอกว่าเว็บ SHFL (Shuffle) ถูกกฎหมายในประเทศคูราเซา ที่ไปเปิดหลายหลายที่ก็ถูกกฎหมายในประเทศนั้นๆทั้งหมด เพียงแค่ว่าจุดมุ่งหมายไม่ใช่แค่คนต่างประเทศในการเล่น แต่รวมถึงคนไทยในการเล่น ในข้อมูลเห็นกันอยู่ว่ามีคนไทยไปเล่น แม้กระทั่งสอบสวนกลางตั้งต้นจากคดี 40 ล้านบาท ก็สามารถขยายขอบเขตสอบสวนเรื่องนี้ได้แต่ไม่ทำ และแม้กระทั่งกระทรวงดีอี นายไชยชนก ชิดชอบหายไปไหน ก่อนหน้านี้โฆษณาว่าปราบมาแล้ว 1 ล้านเว็บ ตอนนี้ไม่สนใจจะปราบเว็บ SHFL (Shuffle) เรารู้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และสามารถขยายวงได้ ซึ่งมีไม่กี่เว็บที่จะสามารถขยายวงไปถึงขั้นการยึดทรัพย์ได้ นี่ไม่ใช่โอกาสทองหรือที่จะขยายผล เอาคำพูดของ น.ส.สุชาดาไปสู่การขยายผลต่อไป
ส่วนการยึดอายัดทรัพย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ไหนต้องลองคิดให้ดี ปปง. สามารถดำเนินการเชิงรุกได้เลย ขณะที่กรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ดำเนินการอย่างไร ก็ถือโอกาสนี้ใช้กับกรณี สส.คนอื่น ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันได้เช่นกัน แม้คดีความทางอาญา ของ น.ส.สุชาดา ยังไม่มีความคืบหน้า แต่หลัก ๆ ก็ต้องพิสูจน์ทางกฎหมายในกรณีการถือหุ้นว่า มีองค์ประกอบความผิดอย่างไร แต่เบื้องต้นถ้าดำเนินการเท่ากับว่าเป็นการตัดต่อน.ส.สุชาดา ออกจากความเสี่ยงทางกฎหมายในการดำเนินคดีไปแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเอาผิดในทางกฎหมายสามีภรรยาเป็นคนเดียวกัน หากพยานหลักฐานเอาผิด ได้เฉพาะสามีก็เอาผิดกับสามี ก็ว่ากันไปตามนั้น แต่ นับเวลาที่ น.ส.สุชาดา เป็นเลขานุการ รมว.ดีอี ใช้อำนาจไหน ในการที่จะอุ้มชูเว็บไซต์และต้องไปดูเส้นเงินด้วยถ้าสมมุติโอนเงิน 1-2 ล้าน ไปให้บุคคลต่างๆโดยไม่มีเหตุผล ที่เหมาะสมก็ต้องดูว่าเส้นเงินเหล่านี้เกี่ยวข้องกันได้อย่างไรเรื่องนี้ต้องขยายกันอีกเยอะ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าน.ส.สุชาดา และสามีถือว่าเป็นบุคคลบริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษา
ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรฐานจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ น.ส.สุชาดา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก่อนจะถึงคดีอาญามีคดีทางแพ่งคือการยึดอายัดทรัพย์ ในกรณีการร่ำรวยผิดปกติและไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้ได้ เรื่องนี้ ปปง. ก็สามารถไปพิจารณาได้ แต่ตนยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวของปปง. อย่าให้ถูกกล่าวหาว่ามีการตัดตอนเรื่องนี้ ส่วนเรื่องจริยธรรมทุกคนรู้ว่าพรรคประชาชนมีข้อห่วงกังวลเรื่องนี้แต่เราไม่อยากเห็นการใช้นิติสงครามที่ไม่ผิดแล้วต้องการทำให้เขาผิด ซึ่งเป็นขอบเขตที่เป็นดุลพินิจกว้างขวาง ดังนั้นจึงต้องดูว่าในการดำเนินการไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ต้องดูไปกลไกทางกฎหมายในการดำเนินคดีประเทศไทยหลายเรื่องพยายามบีบให้ใช้กลไกทางจริยธรรม ดังนั้นเรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอีกสมควร
เมื่อถามว่าเส้นเงินอาจจะโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทยถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่รู้ในรายละเอียดว่าเงินของพรรคภูมิใจไทยมีที่มาอย่างไร แต่ก่อนจะไปถึงการยุบพรรค สิ่งที่ต้องดำเนินการลำดับแรกคือดูรายละเอียดทั้งหมดว่าเข้าข้อกฎหมายอะไรบ้าง เรื่องยุบพรรคทุกคนเข้าใจว่าพรรคประชาชนมีจุดยืนอย่างไรสำหรับเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคนั้น ต้องไปดูรายละเอียดในการบริจาคทั้งหมด ตนไม่มั่นใจว่าอาจจะไม่ใช่แค่เงินเดือนอาจจะมีมากกว่านั้น จึงต้องไปดูที่มาและต้องดูว่าเป็นเงินเว็บพนันหรือไม่ และถ้าหากเป็นเงินเว็บพนันพรรครู้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายรายละเอียดที่ต้องไปดูต่อ
ถ้าหากกลับไปสู่จุดตั้งต้นเราไม่เคยคิดว่าพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาไม่ควรจะต้องถูกยุบด้วยกลไกพวกนี้เว้นแต่พรรคการเมืองนั้นมีวัตถุประสงค์ทำผิดตั้งแต่ต้นหรือเกิดมาเพื่อเป็นโจร ซึ่งคงไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มีวัตถุประสงค์เช่นนั้นดังนั้น การให้เงินสนับสนุนเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในกรณีนี้ตนให้น้ำหนักว่าหากมีการตัดสินว่าทำผิดจริงเส้นเงินทุกอย่างชัดเจน คงไม่ได้คิดไปถึงการยุบพรรคสิ่งที่อยากเห็นมากกว่าคือความรับผิดชอบทางกฎหมายและทางการเมืองของนายไชยชนก รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้ ส่วนที่มีการโยงไปถึง ส.ส ภูเก็ตของพรรคประชาชน ที่เป็นนอมินีใน 28 บริษัท แล้วไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีของ น.ส.สุชาดา
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ต้องใช้คำพูดของนายอนุทิน คือปิดชื่อถือพฤติกรรม แต่นายอนุทินอาจจะดูสีด้วย หากเทียบ กรณี สส.ภูเก็ตหรือนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอถามกลับว่ากรณี น.ส.สุชาดา ไม่ได้ร้ายแรงหรือ ตอนนี้เริ่มไปกันใหญ่ ซึ่งถือว่าร้ายแรงเพราะเว็บดังกล่าว ใช้เพื่อการฟอกเงินได้ แล้วรัฐบาลดำเนินการอะไรกับ น.ส.สุชาดา บ้าง ตนไม่มีปัญหาหากรัฐบาลจะดำเนินการกับสส. ภูเก็ตพรรคประชาชนหรือนายภาวุธ หากมีพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดจริง แต่ขอให้ช่วยนำมาตรฐานนี้ไปใช้กับ น.ส.สุชาดา ด้วยรวมถึงปรับใช้กับนักการเมืองทุกคนเป็นมาตรฐาน
“แต่ปัญหาในวันนี้คือ ส.ส.ภูเก็ต กับนายภาวุธ เข้าสู่กระบวนการแล้ว แต่ น.ส.สุชาดา ยังไม่เข้าสู่กระบวนการ เงียบเป็นเป่าสาก เหมือนมีอะไรอุดปากเขาอยู่ ผมคิดว่าเราต้องดำเนินการกับรัฐบาล ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะคิดว่าพอเป็นพวกพ้องก็จะปกป้อง พอเป็นพวกเดียวกันช่วยเหลือ สีเดียวกันทำเป็นมองไม่เห็น ถ้าเป็นแบบนี้เรารับไม่ได้” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ ยังเปรียบเทียบกรณีนายภาวุธ ที่มีข่าวว่า จะออกหมายเรียก นายภาวุธไปด้วยตนเอง โดยที่ยังไม่ทันมีการออกหมายเรียกขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยงานที่กำกับดูแลกลับเงียบในเรื่องของ น.ส.สุชาดา กังวลว่าสังคมจะมองว่ารัฐบาลช่วยเหลือ





