อิทธิฤทธิ์ลูกเทพ “พลพีร์” องครักษ์พิทักษ์ “อนุทิน” ฟาดเดือดอดีตบิ๊ก มท. “ปลัดหมื่นล้าน” สมราคาเด็กปั้นซุ้มบุรีรัมย์
ส่องบ้านใหญ่โคราช “มท.เต้ย” ทายาท “ไพโรจน์-ระนองรักษ์” รับมรดกฐานเสียง “เลิศ หงษ์ภักดี” จากรุ่นคุณตาถึงรุ่นหลาน
ประเด็นวิวาทะการเมือง ระหว่าง “อดีตปลัด มท.” กับพลพรรคสีน้ำเงิน เริ่มจากปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง เปลี่ยนม้ากลางศึก ตามด้วยโกงสอบท้องถิ่น
เช้าวันที่ 13 ต.ค. 2569 “ปลัดเก่ง” สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกอายต่อกรณีปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ถัดมา “มท.เต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ออกฟาดกลับ “ปลัดเก่ง” และย้อนเกล็ดด้วยวลี “เป็นผมก็คงอาย” พร้อมหยิบยกพฤติกรรมในอดีตขึ้นมาพาดพิง
ที่แสบสันต์ “มท.เต้ย” ประดิษฐ์ถ้อยคำเปรียบเปรยถึงใครบางคนว่า “ปลัดหมื่นล้าน”
ก่อนหน้าจะเกิดมหาอุทกภัย โลกโซเชียลส่งเสียงชื่นชมผลงาน “พลพีร์ สุวรรณฉวี” รมช.มหาดไทย ในฐานะรัฐมนตรีสายลุย เดินหน้าจัดการธุรกิจนอมินี สถานบริการเปิดเกินเวลา และบ่อนการพนัน
พ.ศ.นี้ กระทรวงมหาดไทยยุคน้ำเงินครองเมือง มี รมช. 3 คนคือ “มท.เจ” เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ “มท.โกแพ” วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ และ “มท.เต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี
เป็นที่ทราบกันดีว่า ทั้ง 3 รมช.มหาดไทย ถูกขึ้นป้าย “แก๊งลูกเทพ” ที่มี “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคเป็นหัวหน้าลูกเทพทั้งปวง
ทำไม จ.นครราชสีมา มี สส.สีน้ำเงิน 3 คน จึงได้โควตารัฐมนตรี?
การเลือกตั้ง สส.นครราชสีมา เมื่อต้นปี 69 สนามใหญ่มี สส. 16 คน ปรากฏว่า เพื่อไทยได้ 10 ที่นั่ง ประชาชนได้ 3 ที่นั่ง และภูมิใจไทยได้ 3 ที่นั่ง
3 ที่นั่งของค่าย ภท. คือ เขต 9 พลพีร์ สุวรรณฉวี เขต 10 บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และเขต 16 ตติรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายเล็กของวิรัช รัตนเศรษฐ
ครูใหญ่ “เนวิน” จึงเคาะชื่อ “พลพีร์” นั่ง รมช.มหาดไทย ตามรอยพ่อ-ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตนายอำเภอชายขอบโคราช และคุณตา-เลิศ หงษ์ภักดี อดีตผู้ว่าฯนครราชสีมา
“เต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี เป็น สส.นครราชสีมา 4 สมัย รับใช้ใกล้ชิดนายกฯอนุทินมานาน แถมบิดา “ไพโรจน์” อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นเพื่อนรักของ “เนวิน” มาตั้งแต่สมัยกลุ่ม 16 จึงไม่แปลกหรอกที่เขาจะได้เป็นเสนาบดี
เส้นทาง “เต้ย-เติ้ง”
ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีต สส.นครราชสีมา 5 สมัย และระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีต สส.นครราชสีมา 1 สมัย มีลูกชาย 3 คน ได้แก่ เต้ย-พลพีร์ เติ้ง-พีรพร และณัฐวัชร์
ในรัฐบาลอนุทิน 2 พีรพร สุวรรณฉวี ได้รับตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พลพีร์ ลงสมัคร สส.โคราชครั้งแรกเมื่อปี 2550 สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน และเป็นผู้แทนฯ ที่มีอายุเพียง 25 ปี โดยมารดา-ระนองรักษ์ ก็เป็นผู้แทนฯสมัยแรก เป็น รมช.คลัง รัฐบาลสมชาย และ รมว.ไอซีที รัฐบาลอภิสิทธิ์
ปี 2554 ระนองรักษ์พาลูกชายเต้ย-พลพีร์ ไปสังกัดพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน โดยระนองรักษ์ไม่ลงสนาม แต่ส่งลูกชาย “พลพีร์-พีรพร” ลงสู้ แต่กระแสเสื้อแดงแรงจัด พีรพรสอบตก ส่วนพลพีร์เป็น สส.โคราชสมัยที่ 2
ปี 2555 ระนองรักษ์เบนเข็มลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครราชสีมา โดยดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2563
ปี 2561 “เนวิน” ส่ง อนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาเจรจากับ “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ผนึกกำลัง นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา และระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา จัดทัพผู้สมัคร สส.โคราช
การเลือกตั้งปี 2562 ค่ายสีน้ำเงินได้ สส. 3 คน ส่วนเต้ย-พลพีร์ที่สวมเสื้อน้ำเงินหนแรกแพ้น้องเมียของวิรัช รัตนเศรษฐ
สมัยรัฐบาลประยุทธ์ พลพีร์ได้รับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) เพื่อปูทางสร้างฐานการเมืองต่อไป
ปี 2566 “กำนันป้อ” หอบลูกหลานทิ้งน้ำเงินไปซบแดง สร้างความเจ็บปวดให้แก่นายใหญ่บุรีรัมย์อย่างมาก เมื่อเพื่อไทยโคราชกวาด สส.ไปได้ 12 คน
ค่ายสีน้ำเงินเมืองย่าโม เหลือเพียง “เต้ย” เป็น สส.หนึ่งเดียว และกลับมาเป็น สส.โคราชเขต 9 สมัยที่ 3 แบบเหงาๆ เพราะน้องชาย-พีรพรพ่ายแพ้อีกรอบ
ด้วยการลงทำงานพื้นที่อย่างหนักของ “เต้ย” บวกกระแสชาตินิยม จึงเพิ่มจำนวน สส.โคราช เป็นสส. 3 คน ในปี 2569
ตำนานบ้านใหญ่โคราช
43 ปีที่ผ่านมา ที่มั่นของบ้านใหญ่ “หงษ์ภักดี+สุวรรณฉวี” จะอยู่ในโซนอำเภอชายขอบนครโคราช ประกอบด้วย ห้วยแถลง จักราช โชคชัย ครบุรี เสิงสาง และหนองบุนนาก
สมัยเลือกตั้งแบบพวงใหญ่เบอร์เดียว เขต 3 นครราชสีมา จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกมันสำปะหลัง เพราะมีโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮง ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง เปิดลานมันรับซื้อหัวมันรายใหญ่
ตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” เจ้าของโรงงานแป้งมัน ยังไม่คิดเล่นการเมืองในเวลานั้น แต่เป็นฐานเสียงให้ “เลิศ หงษ์ภักดี” อดีตผู้ว่าฯโคราช ได้รับเลือกเป็น สส.นครราชสีมา พรรคชาติไทย ปี 2526
เลิศ หงษ์ภักดี เป็นชาวนครพนม แต่มาเป็นผู้ว่าฯโคราชอยู่ 4 ปี ก่อนจะขยับเป็นรองปลัดมหาดไทย หลังเกษียณ “เลิศ” จึงลงเล่นการเมือง
ปี 2529 ค่ายแป้งมันเอี่ยมเฮง ส่ง ร.ต.วิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ พี่ชายคนโตของ “หน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยากำนันป้อ ลงสมัคร สส.นครราชสีมา ในทีม “สส.เลิศ” และเป็นผู้แทนฯคนแรกของค่ายแป้งมันพันล้าน
จังหวะนั้น “ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” ชาว จ.เพชรบุรี มารับราชการเป็นนายอำเภอแถวห้วยแถลง จักราช และครบุรี จึงทำให้ “นายอำเภอหนุ่ม” รูปหล่อได้แต่งงานกับ “ระนองรักษ์” ลูกสาว สส.เลิศ
ต้นปี 2535 “ไพโรจน์” ลาออกจากนายอำเภอมาลงสมัคร สส.โคราช ที่เขตเลือกตั้งของพ่อตา-เลิศ หงษ์ภักดี ในนามพรรคสามัคคีธรรม
ไพโรจน์ สุวรรณฉวี เป็น สส.นครราชสีมา 5 สมัย เป็น รมช.พาณิชย์ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ภรรยา-ระนองรักษ์ และลูกชาย-พลพีร์ เป็น สส.โคราช
วันนี้ “ไพโรจน์-ระนองรักษ์” จากไปแล้ว ทิ้งไว้แค่ตำนาน “นักการเมืองคู่ขวัญ” บ้านใหญ่ชายขอบนครโคราช
ส่วน “พลพีร์” ผู้รับมรดกการเมืองจากคุณตา-เลิศ หงษ์ภักดี และบิดามารดา ได้ทำให้ตระกูล “สุวรรณฉวี” โดดเด่นอีกครั้งในหัวโขน รมช.มหาดไทย
ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ “เนวิน-อนุทิน” บ้านใหญ่สุวรรณฉวี หวังที่จะเจาะฐานที่มั่น “กำนันป้อ” เพิ่มจาก 3 ที่นั่งเป็น 4-5 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งสมัยหน้า





