วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บอร์ด สปส.ส้ม' เสี่ยงตกม้าตาย ฝ่า ‘กฎเหล็ก’ ใช้การเมืองหาเสียง

‘บอร์ด สปส.ส้ม'เสี่ยงตกม้าตาย จับตาส่งตีความ ฝ่า‘กฎเหล็ก’ การหาเสียง ลุ้น กกต.ประกันสังคม ประกาศรับรองผลใน 30 วัน

KEY POINTS

  • "ทีมประกันสังคมก้าวหน้า" ชนะการเลือกตั้งบอร์ด สปส. อย่างถล่มทลาย ได้เสียงข้างมากทั้งในส่วนผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน
  • อย่างไรก็ดี ผู้ชนะการเลือกตั้งมีความเสี่ยงที่จะถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากมี "กฎเหล็ก" ที่ระเบียบใหม่กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง และไม่ถูกพรรคการเมืองแทรกแซง
  • มีข้อมูลจากโพสต์ของ "อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์" สส.พรรคประชาชน เล่าเบื้องหลังว่า "ปีกแรงงานของพรรค" มีส่วนร่วมในการรณรงค์หาเสียง สุ่มเสี่ยงขัดต่อกฎระเบียบใหม่ ที่บังคับใช้ปี 69
  • คณะกรรมการ สปส. กำลังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ชนะอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ก่อนจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ

ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า การเลือกตั้ง “บอร์ดประกันสังคม” เมื่อ 11 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา “ทีมสีส้ม” ผงาดได้คะแนนไปถล่มทลาย คว้าชัยเรียบทั้ง “ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง-ตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน” 14 จาก 21 ที่นั่ง กลายเป็นเสียงข้างมาก ที่เตรียมเข้าไป “ปฏิรูประบบ” ตามที่หาเสียงกันไว้ก่อนหน้านี้

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ โดยครั้งแรกเมื่อปี 2566 “ทีมสีส้ม” ในนาม “ประกันสังคมก้าวหน้า” คว้าชัยได้ 7 ที่นั่งในบอร์ด “ตัวแทนผู้ประกันตน” แต่ด้วยเสียงข้างน้อย จึงไม่อาจคานวาระการพิจารณา หรือการอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกโยธินนัก

มาคราวนี้เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 69 “ทีมสีส้ม” วางแผนกันอย่างรัดกุมรอบคอบ ส่งทั้งตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน นำทีมโดย “ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี” หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า รวมถึงส่งตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ที่มี “ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ” นักธุรกิจ พี่สาว “เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) รวมอยู่ด้วย

โดยผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ เมื่อ 12 ต.ค.พบว่า นับคะแนนไปแล้ว 84% จากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 5,233 หน่วยทั่วประเทศ ยอดผู้มาใช้สิทธิอย่างไม่เป็นทางการ ฝ่ายผู้ประกันตน มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 819,482 คน แบ่งเป็น บัตรดี 796,494 ใบ บัตรเสีย 8,308 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 14,680 ใบ คิดเป็นอัตราผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 423% ส่วนฝ่ายนายจ้าง มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 10,737 คน แบ่งเป็น บัตรดี 10,535 ใบ บัตรเสีย 81 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 121 ใบ คิดเป็นอัตราผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 632%

‘บอร์ด สปส.ส้ม' เสี่ยงตกม้าตาย ฝ่า ‘กฎเหล็ก’ ใช้การเมืองหาเสียง (ทีมประกันสังคมก้าวหน้า)

ด้วยชัยชนะถล่มทลายมากขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่ “รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.กังวลใจว่า อาจมีการเล่น “นอกเกม” สกัด “ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้างสีส้ม” หรือไม่ โดยคำถามนี้ถูกโยนไปยังสำนักงานประกันสังคม (สปส.)

ด้าน "จีระภา บุญรัตน์" เลขาธิการ สปส. ยืนยันว่า จะไม่มีการตรวจสอบสิ่งใดเป็นพิเศษนอกเหนือจากกฎหมายกำหนด จึงขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้

เช่นเดียวกับ "มาลากาลัญ ห่อประทุม" รองโฆษก สปส. ระบุว่า การตรวจสอบจะเป็นไปตามข้อกำหนดใน พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ อย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา โดยขั้นตอนการรับรองผลการเลือกตั้ง เมื่อการนับคะแนนสมบูรณ์ 100% คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารผู้ได้คะแนนลำดับที่ 1–7 ของทั้งสองฝ่าย ก่อนส่งให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งกลางตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มงวดตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม 

“โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องความเชื่อมโยง การครอบงำ หรือการแทรกแซงจากพรรคการเมืองและกิจการทางการเมือง ก่อนจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารงาน” เลขาฯ สปส.ระบุ

ต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้การปลุกกระแส กล่าวหาว่า “พรรคส้ม” เข้ามามีบทบาทและอิทธิพล “หนุนหลัง” บรรดาผู้สมัครตัวแทน “ฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง” ชิงบอร์ดประกันสังคม ถูกพูดถึงอย่างหนาหู ในแวดวงโรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีตัวแทน “ขั้วอำนาจเก่า” ในบอร์ดประกันสังคมคุมอยู่

“พนัส ไทยล้วน” ตัวแทนนายจ้าง คือหนึ่งในกลุ่มคนแรก ๆ ที่ออกมาตั้งคำถามเรื่องนี้ พร้อมกับประกาศเดินหน้าชนกับบรรดาผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ที่อาจมีพรรคการเมืองบางพรรคเข้าไปหนุนหลัง เพื่อชิงเก้าอี้ในบอร์ด แถมยังกร้าวไปถึงผู้สมัครฝ่าย “ประกันสังคมก้าวหน้า” ว่าเป็น “เด็กอมมือ” ด้วย

‘บอร์ด สปส.ส้ม' เสี่ยงตกม้าตาย ฝ่า ‘กฎเหล็ก’ ใช้การเมืองหาเสียง (พนัส ไทยล้วน อดีตกรรมการประกันสังคม สัดส่วนลูกจ้าง)

“พนัส” ระบุว่า "เด็กอมมือจะมีความหมายอะไร มันต้องมองข้างหลังเด็กอมมือ เพราะเป็นลูกน้องของพรรคการเมือง ถ้าจะล้มเด็กอมมือ ลำพังตัวต่อตัวกับผม ถ้าได้สัก 100 คะแนนก็ถือว่าเจ๋งแล้ว แต่นี่อาศัยศักดิ์ศรีของพรรคการเมือง เป็นลูกจ้างจะไปด่านายจ้างเขาได้อย่างไร เท่าที่มีการพูดคุยกัน ถือว่าโกรธมาก เพราะถือว่าไปก้าวร้าวต่อเขา"

ประเด็นที่น่าสนใจ ในระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 26 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ลงนามโดย "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" รมว.แรงงาน

มีการเพิ่มเติม “กฎเหล็ก” หลายประการ โดยสำนักงาน สปส.สรุปประเด็นการปรับปรุงแก้ไขร่างดังกล่าวไว้ สาระสำคัญคือ กำหนดหลักเกณฑ์การเป็นผู้มีสิทธิสมัครเพิ่มเติม ต้องเป็นผู้ “มีความเป็นกลางทางการเมือง” และไม่เป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมกับข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใสในการบริหารกองทุนประกันสังคม

กฎเหล็กข้างต้นน่าสนใจ เพราะตามหลักการเพื่อป้องกันมิให้ “ฝ่ายการเมือง” เข้ามาแทรกแซง หรือแสวงหาผลประโยชน์ในเม็ดเงิน “ประกันสังคม” ที่มีวงเงินหมุนเวียนนับแสนล้านบาท และลงทุนอยู่ในกองทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ จำนวนมาก

อย่างไรก็ดีเมื่อ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา “อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เล่า “เบื้องหลังการรณรงค์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฝั่งนายจ้าง” ตอนหนึ่งเกิดขึ้นจากการผนึกกำลังเครือข่าย “ปีกแรงงาน” ของพรรค ปชน.

โพสต์ดังกล่าวของ “อิสริยะ” ระบุว่า “การสื่อสารแบบ Targeted อย่างเดียวคงสำเร็จไม่ได้ หากไม่ได้กระแสแบบ Mass เข้าช่วยให้คนตื่นตัวกันมากด้วย อันนี้ขอขอบคุณปีกแรงงานของพรรคที่ใช้วิธีลงพื้นที่จริงทั่วไทย ลงไปเจอแรงงานจริงๆ หน้าโรงงาน ทีมของไอซ์ (รักชนก ศรีนอก สส.ปชน.) ที่ทำ Social ได้ทรงพลัง คนตื่นตัวกันเยอะมาก สื่อมวลชนต่างๆ ที่เข้ามาทำข่าวเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงก่อนลงทะเบียน และที่ขาดไม่ได้เลย (สำคัญจริงๆ) คือคุณพนัส ที่กลายเป็นสุดยอดพรีเซนเตอร์ของการเลือกตั้งโดยแท้ ถ้าลองคำนวณกันจริงๆ ผมคิดว่าคุณพนัสคนเดียวน่าจะมีส่วนให้คนออกมาเลือกตั้งได้เกินครึ่งของทั้งหมดด้วยซ้ำ (ในภาษาอังกฤษมันมีสำนวนว่า Single-handedly คุณพนัสคือตัวอย่างที่ตรงเป๊ะมากๆ)”

ทว่าเพียงเวลาไม่นานโพสต์ของ “อิสริยะ” ก็ถูกลบออกไปจากโซเชียลมีเดียทางการของเขา ทว่าไม่ทันแล้ว เมื่อมี “มือดี” แคปข้อความเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ส่งต่อกระจายใน “เครือข่ายแรงงาน” ทั่วประเทศ

จึงไม่แปลกที่ “ไอซ์ รักชนก” จะขยับโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียภายหลัง “ทีมสีส้ม” ชนะบอร์ดผู้ประกันตนว่า “ประเทศนี้หล่อหลอมให้ไอซ์เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายก่อนจะดีใจเสมอ แม้ชนะ 600,000 คะแนน ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นแล้วยังไง? ถ้า กกต.ประกันสังคมยังไม่ประกาศรับรองก็ยังใช้อำนาจเต็มไม่ได้ และ สปส. สามารถหาเรื่องตัดสิทธิ์ผู้ชนะได้เสมอนะคะ ต้องจับตาดูต่อเนื่อง”

ดังนั้นรอดูว่า “เบื้องหลังชัยชนะ” ของ “ทีมสีส้ม” ในบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ ซึ่งถูก “อิสริยะ” นำมาเล่าเสียหมดเปลือกว่า “ปีกแรงงานของพรรค” เข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องด้วย 

ประเด็นสุ่มเสี่ยงนี้ ฝ่ายตรงข้ามเตรียมส่งตีความด้านกฎหมายว่า การหาเสียงของทีมสีส้ม มีความเกี่ยวโยงกับกลไกพรรคการเมืองหรือไม่ และจะส่งผลให้ทีม“ประกันสังคมก้าวหน้า” ตกม้าตายตอนจบหรือไม่