น่าจับตาว่า “อนุทินสไตล์” หากไม่ใช่เรื่องที่ต้องควบคุมด้วยเอง มักจะโยนเผือกร้อนให้ “หนังหน้าไฟ” มารับความเสี่ยงแทน เพราะไม่ต้องการถูกร้องในภายหลังหรือไม่
KEY POINTS
- การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในวาระสำคัญมักเกิดขึ้นในช่วงที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีและอนุมัติวาระดังกล่าวแทนอยู่เสมอ
- บทวิเคราะห์มองว่านายอนุทินจงใจหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในวาระที่อาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง โดยให้ผู้อื่นเป็นผู้รับผิดชอบแทน
- อย่างไรก็ตาม นายอนุทินจะอยู่ร่วมตัดสินใจด้วยตนเองในวาระการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดหรือคนของตนเอง เช่น ตำแหน่งในกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทย
เกิดขึ้นหลายครั้งหลายครา จนมากกว่าเป็นเรื่องของ “ความบังเอิญ” หลาย “วาระร้อน” โดยเฉพาะการโยกย้าย “บิ๊กข้าราชการ” มักจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เวลา “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไม่ได้นั่งเป็นประธาน เพราะไปปฏิบัติภารกิจประเทศเสมอ
เบอร์ 2 ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ครม.แทน “อนุทิน” เพื่อ “เด้ง” หรือ “ตั้ง” บิ๊กข้าราชการทุกรอบ คือ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะรองนายกฯลำดับที่ 1 หรือ “สร.2”
โดยปกติแล้ว วาระแต่งตั้งโยกย้าย “หัวหน้าส่วนราชการ” หรือ “ข้าราชการระดับสูง” ไม่นิยมนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. หาก “นายกฯ” ไม่อยู่ หากแต่ในยุค “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะเดียวกัน การนำเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาครั้งนี้ ก็ไม่ได้เป็นการลักไก่ตอนนายกฯเผลอ หากแต่ “อนุทิน” ได้เซ็นอนุมัติให้ “โกเกี๊ยะ” ซึ่งทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ สามารถนำวาระแต่งตั้งโยกย้ายเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้
หมายความว่า “อนุทิน” รับรู้และรับทราบว่า กำลังจะมีการนำเรื่องอะไรเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในช่วงที่ตัวเองไม่อยู่ และหลายเรื่องจงใจให้เอาเข้าตอนที่ตัวเองไม่ได้นั่งหัวโต๊ะด้วย
เหมือนกับว่า “อนุทิน” พยายามหลีกเลี่ยงไม่มีส่วนกับการพิจารณาของ ครม.ในเรื่องที่เสี่ยงจะมีการฟ้องร้องในภายหลัง โดยเฉพาะเรื่องการเด้งข้าราชการเข้ากรุ หรือเรื่องที่ต้องทำร้ายความรู้สึก โดยให้คนอื่นเป็นผู้รับหน้าเสื่อแทน
ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงพลังงาน” คนใหม่ โดยมีการแต่งตั้ง “มอส” ฉันทานนท์ วรรณเขจร จากผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตหน้าห้องทำงานของ “เนวิน ชิดชอบ” สมัยดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ข้ามฟากไปนั่ง เมื่อการประชุม ครม.วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ “อนุทิน” เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 17–22 สิงหาคม 2569
ต่อมาคือ การประชุม ครม.เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ซึ่ง “อนุทิน” อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ที่ประเทศนอร์เวย์ และ “พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะประชุมแทน
โดยได้มีมติโอนย้าย “ปลัดปั้น” ณัฐพล รังสิตพล จากตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ากรุมาเป็น “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ” หลังไม่สามารถทำงานร่วมกับ “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา เจ้ากระทรวงได้
เรื่องความพยายามโยกย้าย “ปลัดปั้น” เกิดขึ้นมารอบหนึ่งแล้ว โดยมีการนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ก่อนหน้านั้น แต่เหมือนมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ “อนุทิน” สั่งให้เลื่อนไปก่อน
ต่อมา “พิพัฒน์” ทำหน้าที่แทนนายกฯ ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA81) ที่สหรัฐอเมริกา ได้มีมติเด้ง “อธิบดีแพ” พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ จากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” เข้ากรุมาเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ” สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
พร้อมกับตั้ง “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” อธิบดีกรมคุมประพฤติมาเป็น “อธิบดีดีเอสไอ” คนใหม่ ซึ่ง “ปิยะ” คือ 1 ในอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีมติให้ยกคำร้องในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. 229 ราย
ในการประชุม ครม.วันเดียวกัน ยังมีการไฟเขียวแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงการคลังล็อตมหึมา ซึ่ง 2 ในรายชื่อ ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือ “สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์” ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กรมสรรพากร ทะยานขึ้นเป็น “อธิบดีกรมสรรพากร” คนใหม่
รวมไปถึงการแต่งตั้ง “ธีรลักษ์ แสงสนิท” รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปเป็น “อธิบดีกรมธนารักษ์”
ส่วนวาระแต่งตั้งร้อนๆ ที่ “อนุทิน” อยู่เคาะเอง คือ “ปลัดกระทรวงยุติธรรม” ที่มีการโยก “พงษ์สวาท นีละโยธิน” ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ แล้วตั้ง “ปลัดบอย” ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเป็นน้องชายภรรยาคนแรกของ “อนุทิน” มานั่งแทน เมื่อการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
อีกเหตุการณ์ที่ “อนุทิน” อยู่เคาะเอง คือ การแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยล็อตใหญ่ ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีการแต่งตั้งอธิบดีหลายคน 1 ในนั้นคือ “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ “ปภ.” สายตรง มท.1 ที่ได้ดี รวมถึง “ปิยะ ปิจนำ” จากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ “สายตรงครูใหญ่” มานั่งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
ซึ่งสาเหตุที่ต้องอยู่เฝ้า กล้าเอาเข้า เพราะเป็น “คนของตัวเอง” ที่ต้องไม่ให้มีอะไรผิดพลาด น่าจับตาว่า “อนุทินสไตล์” หากไม่ใช่เรื่องที่ต้องควบคุมด้วยเอง มักจะโยนเผือกร้อนให้ “หนังหน้าไฟ” มารับความเสี่ยงแทน เพราะไม่ต้องการถูกร้องในภายหลังหรือไม่




