วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ภราดร’ แขวะ ‘ฝ่ายค้าน’ บันเทิงธิปไตย ‘ซักฟอก’ ตั้ง18รมต. กล่าวหาแรงไว้ก่อน

“ภราดร” ดักคอ “ฝ่ายค้าน” จ่อ “ซักฟอก” อย่าลากคนข้างนอกมาเกี่ยว ชี้ ปกติ ข้อกล่าวหา“รัฐบาล”แรงไว้ก่อน ดี “บันเทิงธิปไตย”ลากขึ้นเขียงตั้ง 18รมต. เปิดทาง สส.ใช้เอกสิทธิ์ลงมติ พรรค-วิปฯ ครอบงำสั่งการไม่ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนสามารถตอบชี้แจงทุกข้อกล่าวหาได้อยู่แล้ว ถือเป็นอาวุธของฝ่ายค้านที่จะใช้อาวุธในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตาม ม.151 ของรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่อยากจะให้ สส.ได้เคร่งครัดคือ ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติ ก็อย่าพูดถึงไปในทางที่จะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย อย่างไรขอให้ทำตามข้อบังคับ

เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านระบุกินรวบประเทศถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามญัตติและตามรัฐธรรมนูญ ม.151 หน้าที่ของฝ่ายค้านคือมีหน้าที่กล่าวหารัฐบาล รัฐบาลเป็นผู้ถูกกล่าวหา รัฐมนตรีมีหน้าที่ชี้แจง สุดท้ายการลงมติเป็นเรื่องของ สส. แต่ละคน เมื่อฟังข้อกล่าวหาแล้ว จะเชื่อตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน หรือจะเชื่อคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ก็ลงมติกัน ถือเป็นเรื่องปกติ และตามปกติธรรมเนียมของ ม.151 ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่เบา เขาก็ต้องกล่าวหาอย่างรุนแรงไว้ก่อน แต่จะไปหาเหตุผลประกอบหรือหาหลักฐานประกอบข้อกล่าวหานั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณากัน

 

เมื่อถามว่า คำรุนแรงในญัตติของฝ่ายค้านเหมือนต้องการระบายและด่ารัฐบาลโดยตรง นายภราดร กล่าวว่า ก็ดี บันเทิงธิปไตย เป็นแบบไหนก็ลองถามนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าดู ก็ประมาณนั้น 

เมื่อถามว่า 18รัฐมนตรี ถือว่ามากเกินไปหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถึงได้บอกว่ามันบันเทิงธิปไตย

เมื่อถามว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวนมากแบบนี้ เหมือนเป็นการหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนใดคนหนึ่ง อาจมองได้ว่าไม่มีข้อมูลชัดเจนหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา

เมื่อถามว่า มั่นใจเสียงสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า อย่าไปพูดว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย คิดว่าการตัดสินใจของ สส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ทุกคนต้องฟังข้อกล่าวหา และต้องฟังคำชี้แจงของรัฐบาล แล้วจึงจะใช้วิจารณญาณของตัวเอง การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่มีการครอบงำโดยพรรคการเมือง หรือมติวิปใดๆ ไปครอบงำหรือสั่งการ สส.ได้ ดังนั้น อยู่ที่ สส.เมื่อฟังสองฝ่ายแล้วจะตัดสินใจแบบไหนก็อยู่ที่ตัวเอง

เมื่อถามว่า การยื่นญัตติของฝ่ายค้านครั้งนี้ ไม่มี สส.ของพรรคกล้าธรรมลงชื่อด้วย รัฐบาลอาจอุ่นใจที่ได้เสียงของพรรคกล้าธรรมมาช่วยหนุนรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถึงอย่างไรสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาล และต้องดูว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานเป็นไปตามข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น สส.ไม่ว่าพรรคไหนมีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติด้วยตัวเองอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ครั้งนี้เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง อย่างเช่น นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทั้งหมดดำเนินตามข้อบังคับ 

เมื่อถามว่า จำนวนวันที่จะใช้ในการอภิปรายฯ ครั้งนี้ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะขอเวลา 5 วัน นายภราดร กล่าวว่า ดูไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติอยู่ที่ 3-4 วัน เพราะเราจะต้องมีการแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี 18 คนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย คุณอภิปรายเขา แน่นอนฝ่ายกล่าวหาต้องใช้เวลาเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีผู้ถูกอภิปรายถึง 18 คน ก็ต้องแบ่งเวลาให้อย่างเป็นธรรมให้กับผู้ถูกอภิปรายด้วย

เมื่อถามว่า มีการเก็งข้อสอบหรือไม่ว่าจะถูกอภิปรายในประเด็นใด นายภราดร กล่าวว่า หนังซ้ำหนิ 

เมื่อถามว่า มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ที่พุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ทั้ง18คน ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลอื่นเลย นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา มีนัยแบบใดก็ต้องถามผู้ยื่น เราพร้อมชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อกล่าวหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของฝ่ายค้าน ต่อนายภราดร ระบุว่า มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ทำลายคุณธรรม จริยธรรมลงอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวารครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบ รัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย