วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดันกฎหมายเชือด ‘คนโกง’ ภูมิใจไทย ล้างมลทิน ‘ทุจริตสอบ’

ภูมิใจไทย เสนอกฎหมายใหม่ ลงโทษ "คนทุจริตสอบ" หวังตัดตอน "คนโกง" ไม่ให้เข้าสู่ระบบราชการ ทว่าถูกตั้งคำถามว่า การลงโทษ แถวหนึ่ง-แถวสอง เท่านั้น เป็นการตัดตอนใครหรือไม่

KEY POINTS

  • พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อเอาผิดผู้ทุจริตการสอบเข้ารับราชการโดยเฉพาะ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของสังคมหลังเกิดกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
  • สาระสำคัญของกฎหมายคือการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรง เช่น จำคุกสูงสุด 15 ปี ปรับสูงสุด 3 แสนบาท และเพิ่มโทษสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องเป็น 2-3 เท่า
  • มีการตั้งข้อสังเกตว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจมุ่งเน้นเอาผิดเฉพาะผู้เข้าสอบและเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ แต่อาจไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้

พรรคภูมิใจไทย โดย “ศุภชัย ใจสมุทร” ยื่นเสนอร่างกฎหมายว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร

ในเหตุผลของการเสนอร่างกฎหมายถูกอธิบายไว้ว่า เพื่อให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อไว้เอาผิดกับ “ผู้ทุจริตสอบบรรจุ หรือแต่งตั้งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ”

อีกทั้งเพื่อแสดงให้เห็น “สังคม” เห็นว่า “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เอาจริงต่อการปราบโกง-กระบวนการทุจริตสอบ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นฉาว “โกงสอบท้องถิ่น” ที่แม้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี จะบัญชาการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา จน “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” (สถ.) ออกคำสั่งเพิกถอนและยกเลิกการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเป็นราชการที่ถูกสอบว่าพัวพันการโกงเกือบ 4,000 ราย และมีบุคคลที่อยู่ในข่ายถูกตรวจสอบในฐานะ “ตัวการ” อีกหลายราย

ดันกฎหมายเชือด ‘คนโกง’  ภูมิใจไทย ล้างมลทิน ‘ทุจริตสอบ’

ขณะเดียวกันได้ตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568” มอบหมาย “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย นั่งหัวโต๊ะตรวจสอบ ทว่าในผลสอบของชุด “รองนายกฯ ปกรณ์” ระบุได้เพียงว่า “กระบวนการบกพร่อง”

ทำให้สังคมยังคลางแคลงใจต่อ “รัฐบาล-สีน้ำเงิน” เพราะส่วนหนึ่งถูกคาดหวังว่า อย่างน้อยเมื่อ “นายกฯ” ลงมือสั่งการเอง ต้องเจอตัวการใหญ่ ทั้งข้าราชการระดับสูง และฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง แต่ความคาดหวังของสังคมไม่ปรากฏผลว่าเป็นความจริงสักที

ดังนั้น ปรากฏการณ์ที่ “พรรคภูมิใจไทย” เสนอร่างกฎหมายเพื่อเอาผิดคนโกงสอบ ซึ่งเป็นกฎหมายที่หวังผลตรงประเด็น จึงเป็นสิ่งที่ต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากสังคมว่า “รัฐบาล-อนุทิน” เอาจริงเอาจังกับเรื่อง “โกงสอบ” มากขนาดไหน

กับเนื้อหาของร่างกฎหมายที่ปรากฏในชั้นรับฟังความเห็น มีทั้งหมด 15 มาตรา โดยสาระสำคัญ คือการลงโทษคนโกง และผู้ร่วมขบวนการ อย่างรุนแรงทั้งจำคุก และปรับ แบ่งเป็น 

1. ทุจริตสอบ โดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขการสอบ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ 

2. เข้าสอบแทนผู้อื่น จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท 

3. การให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อให้สอบได้โดยทุจริต จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท 

ดันกฎหมายเชือด ‘คนโกง’  ภูมิใจไทย ล้างมลทิน ‘ทุจริตสอบ’

4. กรณีที่ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อให้สอบได้โดยทุจริต จำคุก 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ที่ได้จากการทำผิดให้ “ริบเสียให้สิ้น” 

5. กรณีที่ผู้ใดข่มขืนใจ หรือขู่เข็ญผู้อื่นให้จำยอมร่วมทุจริตสอบ รวมไปถึงใช้กำลังประทุษร้าย เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน จำคุก 15 ปี ปรับ 3 แสนบาท และ 6. ล่วงรู้ข้อสอบหรือคำตอบแล้วเปิดเผยก่อนการสอบ ไม่ว่าจะได้ประโยชน์หรือไม่ จำคุก 15 ปี ปรับ 3 แสนบาท และให้ริบทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้จากการทำผิดด้วย

ดันกฎหมายเชือด ‘คนโกง’  ภูมิใจไทย ล้างมลทิน ‘ทุจริตสอบ’

ขณะที่ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะข้าราชการ พนักงาน หรือ ลูกจ้าง ที่มีส่วนร่วมทำผิด ไม่ว่าจะฐานะผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ให้ถือเป็นความผิดและต้องได้รับโทษหนักขึ้นอีก 1 เท่า และหากเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบการสอบ ต้องรับโทษหนักขึ้นอีก 2 เท่า และถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง และให้ไล่ออกจากราชการ

กับการสอบบรรจุนั้น กำหนดคำนิยามให้รวมถึงสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ หรือแต่งตั้งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และยังรวมถึงการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถ หรือประเมินผลในหลักสูตรการเรียนการสอน และการฝึกอบรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินด้วย

ขณะที่องค์กรที่มีหน้าที่สืบสวน สอบสวน ร่างกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมกับกำหนดให้สอบสวนโดยเร็ว เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า กระทำผิด

ดันกฎหมายเชือด ‘คนโกง’  ภูมิใจไทย ล้างมลทิน ‘ทุจริตสอบ’

พร้อมกันนั้นร่างกฎหมายยังขยายการบังคับไปยัง “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ที่ให้สอบบรรจุ สั่งยุติการสอบบรรจุไว้ชั่วคราว จนกว่า ป.ป.ท. ป.ป.ช. และ ปปง. จะมีหนังสือแจ้งผลการสืบสวนสอบสวน นอกจากนั้นแล้ว ยังมีบทตัดสิทธิ์ “คนทุจริต-โกงสอบ” รับราชการ และปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐทุกแห่ง

ในเนื้อหาของร่างกฎหมาย พบว่าเขียนบทนิยามให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานของรัฐ ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค รวมถึงรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ สำหรับการรับฟังความเห็นที่เปิดให้รับฟังเป็นวันแรก เมื่อ 6 ตุลาคม พบว่า ผู้ที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย มีสัดส่วนที่เท่ากัน

ทว่าในระหว่างการรับฟังความเห็นยังพบการตั้งคำถามว่าจะบังคับใช้ได้จริง เพื่อเอาผิด “คนโกง” รวมถึง “ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ พนักงาน” ที่มีส่วนรู้เห็น หรือเอื้อให้เกิดการโกงสอบ ได้มากน้อยแค่ไหน

ดันกฎหมายเชือด ‘คนโกง’  ภูมิใจไทย ล้างมลทิน ‘ทุจริตสอบ’

ที่สำคัญ ในร่างกฎหมายเขียนให้เอาผิด “คนสอบ-เจ้าหน้าที่” ส่วนคนเบื้องหลัง ไม่มีบทบัญญัติใดที่เชื่อมโยงเพื่อเอาผิด คล้ายกับตัดตอนวงจร-ขบวนการโกงสอบที่ปัจจุบัน มีส่วนที่วิจารณ์ไปถึง “ตัวการใหญ่-นักการเมือง” ที่ไม่มีหน่วยงานใดกล้าขุดลงไปให้ถึงราก

ดังนั้นต้องจับตาให้ดี ในวันที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าสภาฯ เพราะร่างกฎหมายไม่ถูกตีตราว่าเป็นกฎหมายการเงิน ดังนั้นหลังจากครบกำหนดรับฟังความเห็น ในวันที่ 20 ตุลาคม ตามกระบวนการต้องส่งให้เข้าสู่การบรรจุวาระพิจารณาของสภาฯ ทันที

ท้ายที่สุดแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้จะสามารถ “เชือดคนโกง” ได้จริงมากน้อยเพียงใด จึงไม่ได้อยู่ที่บทลงโทษที่กำหนดไว้หนักหน่วงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบังคับใช้ว่าจะสามารถสาวไปถึง “ผู้ร่วมขบวนการ” และ “ตัวการใหญ่” ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตสอบได้หรือไม่  

เพราะนั่นจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า การผลักดันกฎหมายของ “พรรคภูมิใจไทย” จะช่วยล้างมลทินจากปม “ทุจริตสอบ” และเรียกความเชื่อมั่นจากสังคมได้จริง หรือเป็นเพียงอีกหนึ่งกฎหมายที่เอาผิดได้เฉพาะปลายเหตุเท่านั้น