“อรรถวิชช์" จี้ "นายกฯ" ชี้ขาด ดันบึงรับน้ำคู้บอน กลับเข้าผังเมือง กทม. หวังเป็นพื้นที่รับน้ำ แก้น้ำท่วม ลั่นหมดหวัง "ชัชชาติ" หลังไม่กล้าปะทะ-เจรจา
ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมือง รับเรื่องบึงรับน้ำคู้บอน กลับเข้าสู่ผังเมืองกรุงเทพฯ ว่า ผังเมืองกรุงเทพฯฉบับปี 2556 เมื่อเปรียบเทียบกับฉบับปัจจุบัน พบว่าพื้นที่รับน้ำมีขนาดลดลงอย่างมาก และเห็นว่าการนำพื้นที่บึงรับน้ำตามแนวพระราชดำริมารวมอยู่ในสมมติฐานของการจัดทำผังเมือง ส่งผลให้พื้นที่รับน้ำมีขนาดแคบลง และเปิดพื้นที่สีเหลืองสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยมากขึ้น จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า หากพื้นที่รับน้ำดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ อาจทำให้สมมติฐานในการจัดทำผังเมืองไม่สอดคล้องกับสภาพการบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ
"ตลอดช่วง 5 วันที่ผ่านมา ตนได้เสนอให้ทวงคืนบึงรับน้ำคู้บอน ซึ่งเป็นพื้นที่แก้มลิงหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชการที่9 แต่กรุงเทพฯ ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณสูงถึง 11,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะบึงรับน้ำคู้บอนเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นที่ตาบอด ขนาดประมาณ 130 ไร่ สามารถเข้าถึงได้ทางถนนจากหมู่บ้านเสนาและทางคลองเท่านั้นและปัจจุบันราคาที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในระดับไม่สูง และเป็นพื้นที่ของบบริเวณเสนา ดิวิลอปเมนท์ และยังไม่มีการก่อสร้าง สามารถดำเนินโครงการได้อยู่แล้ว"นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญคือ บึงรับน้ำคู้บอนไม่ได้ถูกนำกลับเข้าไปอยู่ในผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ซึ่งอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นและมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า ในเอกสารการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำผังเมืองกรุงเทพฯ มีการนำพื้นที่รับน้ำหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริมาประกอบการจัดทำผังเมืองด้วย
“แม้ไม่ได้ร่วม ครม. แต่พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และผมเป็นหนึ่งใน สส. ที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ จึงขอฝากความหวังในเรื่องดังกล่าวไว้กับนายกฯ ตัดสินใจถึงแนวทางดำเนินการต่อประเด็นบึงรับน้ำคู้บอนโดยเร็ว เพราะตอนนี้เราหวังพึ่งนายชัชชาติ สิทธพันธุ์ ผู้ว่ากทม. ไม่ได้แล้ว ก็ต้องหวังพึ่งนายกฯ “นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การทำแก้มลิงกับการสร้างอุโมงค์เป็นคนละส่วนกัน แต่มันต้องทำงานพร้อมกัน คือการระบายน้ำฝนต้องดูเรื่องลอกท่อ จัดระเบียบคลอง ทำแก้มลิง เพื่อดูดซับระบายน้ำผิวดิน แล้วพอลงไปสู่ใต้ดินต้องผ่านอุโมงค์ยักษ์ ปัจจุบันอุโมงค์ยักษ์กรุงเทพฯ ทำงานเพียง 30-40% เท่านั้น เพราะไม่สามารถนำน้ำผิวดินลงไปได้
"ท่านผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องพูดให้หมด ท่านผู้ว่าฯเป็นคนที่คนกทม. เลือกมาล้านกว่าคน เพราะว่าท่านได้ฉายาว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี แต่สิ่งที่ท่านทำอยู่วันนี้ท่านหวานเย็น ท่านทำงานลอกท่อ ทำงานพื้นผิวถนนดี ไฟส่องสว่าง แอโรบิคเสริมสร้างสุขภาพท่านทำได้ แต่งานที่ต้องมีการปะทะ งานที่ต้องใช้การเจรจา เช่นระบบระบายน้ำ ท่านแย่มาก" นายอรรถวิชช์ กล่าว





