วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝ่าน้ำท่วมสีรุ้ง “เมืองปราจีนฯ” บ้านใหญ่ “โกทร” ปลุก “ส้ม” ต้าน EEC

สมรภูมิเลือกตั้งเมืองปราจีนฯสมัยหน้า กระแสต้าน EEC และขยะมลพิษ อาจเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองของ “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” ก็ได้ หาก “นายกอุ๊” และผู้แทนฯค่ายสีน้ำเงินเอาไม่อยู่

KEY POINTS

  • จังหวัดปราจีนบุรีกำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมรุนแรงและปัญหามลพิษจากขยะอุตสาหกรรม หรือ "น้ำท่วมสีรุ้ง" ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง
  • วิกฤตการณ์ครั้งนี้เป็นการวัดฝีมือของ "บ้านใหญ่วิลาวัลย์" ในการแก้ปัญหา ขณะที่ "พรรคส้ม" ใช้ประเด็นมลพิษเพื่อปลุกกระแสคัดค้านการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  • สถานการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นสมรภูมิทางการเมืองระหว่างเครือข่าย "บ้านใหญ่โกทร" และ "พรรคส้ม" ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองในจังหวัด

บ้านใหญ่ตระกูล “วิลาวัลย์” ฝ่ามหาอุทกภัย “เมืองปราจีนฯ” วัดฝีมือ “นายกอุ๊-สส.สีน้ำเงิน” ตัวแทน “โกทร” กู้วิกฤติน้ำท่วม

“ม็อบต้าน EEC” ยังคุกรุ่น ชั่วโมงนี้ “คนปราจีนฯ” โชคร้ายเจอ “น้ำท่วมสีรุ้ง” จากขยะอุตสาหกรรม “พรรคส้ม” ชี้เป้ามลพิษท่วมเมือง

ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยใน จ.ปราจีนบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ 61 ตำบล 625 หมู่บ้าน 20 ชุมชน แต่ที่น้ำท่วมหนักสุดคือ อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม อ.กบินทร์บุรี และอ.บ้านสร้าง

สำหรับคนเมืองปราจีนฯ นี่คือ “มหาอุทกภัย” แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลัก เพราะทุกสำนักโฟกัสไปที่น้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร

ที่โหดร้ายไปกว่านั้น แนวร่วม “พรรคประชาชน” ได้โพสต์ภาพ “น้ำท่วมสีรุ้ง” ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ์ เพราะคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันยาวกว่า 1 กม. บริเวณข้างบ่อฝังกลบของโรงงานรับกำจัดกากอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง

ช่วงเกิดน้ำท่วมใหญ่ “นายกอุ๊” กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ตั้ง “กองบัญชาการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ที่สถานีขนส่ง อบจ.ปราจีนฯ

ภาพที่คนปราจีนฯเห็นในช่วงนี้ “นายกอุ๊” สวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงขาสั้นลงพื้นที่บัญชาการกอบกู้วิกฤตน้ำท่วมในทุกอำเภอ

ฝ่าน้ำท่วมสีรุ้ง “เมืองปราจีนฯ” บ้านใหญ่ “โกทร” ปลุก “ส้ม” ต้าน EEC

วันนี้ องค์กรการเมืองท้องถิ่น-ท้องที่ของ “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ อดีตนายก อบจ.ปราจีนฯ ยังเป็นเอกภาพ แม้ประมุขบ้านใหญ่เผชิญวิบากกรรมคดีสังหาร สจ.โต้ง

เฉพาะ “อบจ.ปราจีนบุรี” ยังอยู่ใต้ร่มเงา “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” โดยมี “นายกอุ๊” กฤษฎ์ กษมพันธุ์ มือทำงานโกทรนั่งนายก อบจ.ปราจีนบุรี

เหนืออื่นใด “รองเก๋” ธนาวัฒน์ วารีสมานคุณ นักยุทธศาสตร์เลือกตั้งบ้านใหญ่ตระกูลวิลาวัลย์ ยังเป็นรองนายก อบจ.ปราจีนบุรี คนที่ 1

สมัยที่ “โกทร” เป็นนายก อบจ.ปราจีนฯ ก็มีทีมงานคู่ใจคือ กฤษฎ์ กษมพันธุ์ รองนายก อบจ.คนที่ 1 และธนาวัฒน์ วารีสมานคุณ รองนายก อบจ.คนที่ 2

ในยุทธจักรสายบ้านใหญ่ “นายกอุ๊” เปรียบเป็นสายบู๊ และ “รองเก๋” ก็เป็นสายบุ๋น ในวันที่ไร้เงา “โกทร” ทั้งคู่ก็คือตัวแทนบ้านใหญ่ที่ไว้ใจได้

มินับ สส.ปราจีนบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขต ยังอยู่ในเครือข่ายตระกูล “วิลาวัลย์” ที่มี “ครูโอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ ยืนอยู่หลังม่านแบบเงียบๆ

เขต 1 (เมืองปราจีนบุรี บ้านสร้าง ศรีมโหสถ) “อำนาจ วิลาวัลย์” หลานชายโกทร และเป็น สส.มาแล้ว 4 สมัย

เขต 2 (ศรีมหาโพธิ ประจันตคาม นาดี) “ชยุต ภุมมะกาญจนะ” ลูกชายสมาน ภุมมะกาญจนะ อดีต สส.หลายสมัย

เขต 3 (กบินทร์บุรี) “สฤษดิ์ บุตรเนียร” บ้านใหญ่เมืองกบินทร์ ที่เป็น สส.มาแล้ว 3 สมัย

คู่แข่งที่น่ากลัวของพรรคภูมิใจไทยในสนามปราจีนฯ ตั้งแต่ปี 2566 และปี 2569 คือ “พรรคประชาชน” ที่โตวันโตคืน เพียงแต่สมัยที่แล้ว เจอกระแสชาตินิยมถล่มคะแนนผู้สมัคร สส.พรรคส้มร่วงทุกเขต

ล่าสุด คดีสังหาร สจ.โต้ง ที่ศาลพิพากษาประหารชีวิต “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ ก่อนจะลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมจำเลยบางส่วน

ผลพวงแห่งคดีสะเทือนขวัญ มิได้ทำให้อิทธิพลและบารมีของบ้านใหญ่ “วิลาวัลย์” ลดลงแม้แต่น้อย

ฝ่าน้ำท่วมสีรุ้ง “เมืองปราจีนฯ” บ้านใหญ่ “โกทร” ปลุก “ส้ม” ต้าน EEC แม้ลูกสาวโกทร กนกวรรณ วิลาวัลย์ จะโดนศาลฎีกาลงดาบตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต แต่ “ครูโอ๊ะ” ยังออกพบปะชาวบ้านในงานบุญ งานบวช งานศพ ตามปกติ เหมือนสโลแกนของโกทรที่ว่า “แทนทุกข์ แทนสุข สุขก็เห็นหน้า ทุกข์ก็เห็นหน้า”

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2568 การเมืองปราจีนฯ หลัง สจ.โต้งถูกยิงดับ “โกทร” เข้าเรือนจำ เหมือนเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง

“สจ.จอย” ณภาภัช อัญชสาณิชมน ภรรยา “สจ.โต้ง” ลงสนามนายก อบจ.ปราจีนบุรี สังกัดเพื่อไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สนับสนุนได้รับชัยชนะ

ปลายปี 2568 “นายกจอย” กลับโดนสอยจากตำแหน่งนายก อบจ.แบบงงๆ เพราะเคยถือหุ้นสื่อสมัยที่เป็น สจ.ปราจีนฯ จึงต้องมีการเลือกตั้งใหม่

“สจ.อุ๊” กฤษฎ์ กษมพันธุ์ ประกาศว่า ลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนฯในนามอิสระ ซึ่งผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนฯ เมื่อ 25 ม.ค.2569 “สจ.อุ๊” กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ คว้าชัยตามคาดทิ้งห่างจำรูญ สวยดี ที่แนวร่วมพรรคส้มสนับสนุนกว่า 5 หมื่นคะแนน

จาก “สจ.อุ๊” ขยับเป็น “นายกอุ๊” ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของเครือข่ายบ้านใหญ่โกทรทั้งจังหวัด

หลังเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.ได้ไม่นาน “นายกอุ๊” ก็แต่งตั้ง จู เจิ้นเฉิง นักธุรกิจชาวจีน เป็นที่ปรึกษาพิเศษของ อบจ.ปราจีนฯ โดยอ้างว่า จู เจิ้นเฉิง ดำเนินธุรกิจในไทยมานานกว่า 18 ปี มีโรงงานและกิจการใน จ.ปราจีนบุรี

ถัดมา วันที่ 17 ส.ค.2569 เครือข่ายภาคประชาชนในนาม “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” นำโดย “สุนทร คมคาย” ได้รวมตัวกันด้านหน้าศูนย์ราชการและศาลากลางจังหวัด แสดงจุดยืนคัดค้านนโยบายการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สุนทร คมคาย หรือ “เกษตรแหลม” เป็นแกนนำกลุ่มเกษตรอินทรีย์เขาไม้แก้ว และรองประธานกลุ่มสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี

หมวกอีกใบหนึ่งของ “สุนทร” คือแกนนำพรรคประชาชนปราจีนฯ และเคยลงสมัคร สส.ปราจีนฯ เขต 3 มาแล้ว 2 สมัย แม้จะพ่ายบ้านใหญ่กบินทร์ แต่สุนทรก็ได้มากกว่า 2 หมื่นคะแนน

ฝ่าน้ำท่วมสีรุ้ง “เมืองปราจีนฯ” บ้านใหญ่ “โกทร” ปลุก “ส้ม” ต้าน EEC ม็อบต้าน EEC และขยะพิษ โดยการนำของ “พรรคส้ม” สามารถระดมพลประชาชนนับพันคนมาปักหลักพักค้าง สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของคนในจังหวัด

กระทั่งฝั่งบ้านใหญ่ ต้องจัดตั้ง “ม็อบหนุน EEC” สนับสนุนการขยายเขต EEC นำปราจีนบุรี เข้าร่วมเป็นจังหวัดที่ 4 ออกมาชุมนุมแย่งชิงพื้นที่สื่อ

มหาอุทกภัย 2569 ท้าทายฝีมือการกู้วิกฤติของ “นายกอุ๊” ในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น และ 3 สส.ปราจีนฯ พรรคสีน้ำเงิน ที่กำลังเผชิญคะแนนนิยมร่วงในภาพรวม

“สุนทร คมคาย” และแนวร่วมพรรคส้มปราจีนฯ จะต้องขยายผลเรื่องคราบมลพิษขยะอุตสาหกรรมที่มากับน้ำท่วม ซึ่งหลังน้ำลด คาดว่า “ม็อบต้าน EEC” จะกลับมาชุมนุมอีกครั้ง

ชีวิตทางการเมืองของ “โกทร” จบแล้ว แต่เครือข่ายบ้านใหญ่ยังต้องทำสงครามการเมือง โดยมี “พรรคส้ม” เป็นคู่แข่งหลัก ทั้งในเวทีท้องถิ่นและระดับชาติ

สมรภูมิเลือกตั้งเมืองปราจีนฯสมัยหน้า กระแสต้าน EEC และขยะมลพิษ อาจเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองของ “บ้านใหญ่วิลาวัลย์” ก็ได้ หาก “นายกอุ๊” และผู้แทนฯค่ายสีน้ำเงินเอาไม่อยู่