วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สัมฤทธิ์' พ่อ 'ไอเดียร์' เชื่อลูกเขย ทำธุรกิจสุจริต พร้อมถูกสอบ

'สัมฤทธิ์' บิดา 'สส.ไอเดียร์' เปิดใจแจงปมร้อน หลังลูกสาวฟ้องหมิ่น 'โรม' ปมอภิปรายโยงสามีพันสแกมเมอร์ ยันพร้อมถูกตรวจสอบทรัพย์สิน 1.9 พันล้าน เชื่อเขยทำธุรกิจสุจริต

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย บิดาของ "สส.ไอเดียร์" สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เปิดใจ หลังลูกสาวแจ้งความดำเนินคดี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ปมอภิปรายพาดพิงสามีเชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์ และตั้งข้อสงสัยบัญชีทรัพย์สินกว่า 1.9 พันล้านบาท โดยยืนยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ในฐานะบุคคลสาธารณะ มั่นใจลูกเขยทำธุรกิจสตาร์ตอัปสุจริต และพร้อมแจงเอกสารต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ

หลัง น.ส.สุชาดา ซางแทนทรัพย์ หรือ “สส. ไอเดียร์” เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีอภิปรายพาดพิงถึงสามีและตั้งข้อสงสัยเรื่องความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ โดย สส. สุชาดา ยืนยันว่า สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ขณะที่นายรังสิมันต์ระบุว่า เตรียมเชิญ สส. สุชาดา และสามีเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 7 ตุลาคมนี้

ล่าสุด ที่สวนน้ำแม่ฟุ้ง อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส. ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร บิดาของ สส. สุชาดา ชี้แจงกรณีข้างต้นว่า ไม่ได้กังวลกับกระแสตรวจสอบ เพราะเมื่อบุตรสาวเข้าสู่การเมืองก็ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะ และพร้อมถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากบุตรสาว สามีประกอบธุรกิจในต่างประเทศ และมีระบบตรวจสอบการดำเนินธุรกิจอย่างเข้มงวด ส่วนรายละเอียดธุรกิจไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย แต่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจสตาร์ตอัป และสามียืนยันกับครอบครัวว่าทรัพย์สินได้มาโดยสุจริตและสามารถตรวจสอบได้

ส่วนการแจ้งความนายรังสิมันต์ นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของบุตรสาว หลังถูกพาดพิงถึงสามีในประเด็นที่มีความร้ายแรง พร้อมระบุว่า การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ และเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบที่มาและรายละเอียดต่อไป หากมีข้อสงสัยก็ควรชี้แจงด้วยเอกสารและข้อเท็จจริง

สำหรับกรณีคณะกรรมาธิการเตรียมเชิญบุตรสาวและสามีเข้าชี้แจง นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ควรพิจารณาขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการให้ชัดเจน โดยเห็นว่าบุคคลภายนอกไม่ควรถูกเรียกเข้าไปชี้แจง หากไม่มีอำนาจตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้บุตรสาวหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่หากเป็นการเรียกจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานตรวจสอบอื่น ก็ควรให้ความร่วมมือ

นายสัมฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อเรื่องเป็นที่สนใจของสังคม นางสุชาดา ควรชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ และเชื่อว่าเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมต่อไป