วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘รักชนก’ ซัด ‘อนุทิน’ อย่าเอาปมเรื่องพ่อแม่ มาด้อยค่ากัน

‘รักชนก’ วิจารณ์ปัญหาน้ำท่วม ย้อน ‘อนุทิน’ อย่าเอาปมเรื่องพ่อแม่มาด้อยค่ากัน ระบุ คนไม่มีพ่อแม่ติดตัวตั้งแต่เกิดเขาเลือกไม่ได้ อัด ‘ภูมิใจไทย’ ทำผิดขอโทษได้ ไม่ตาย

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึง การบริหารจัดการน้ำท่วมของพรรคภูมิใจไทย โดยการตั้งโรงครัว ซึ่งน.ส.รักชนก ได้เบรกสื่อมวลชนว่าวันนี้ขอแค่เรื่องประกันสังคมสังคม และกยศ. เท่านั่น ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ท้วงว่า ประเด็นน้ำท่วมเป็นประเด็นสังคม และน.ส.รักชนกก็โพสต์ Facebook รวมถึงเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนขับเคลื่อนมาตลอด 

น.ส.รักชนก จึงกล่าวว่า ”โอเค ขอความกรุณานะคะ อยากให้ทุกคนโฟกัสเรื่อง ประกันสังคมและกยศ. จริงๆ ซึ่งถ้าเป็นในวาระอื่น ดิฉันตอบแน่ และดิฉันก็ไม่อยากให้ ผู้สื่อข่าวเอาไปเขียนว่า ดิฉันเลี่ยงตอบ หรือดิฉันเดินหนี คือมันไม่ได้เป็นสาระอะไรกับสังคมเลย “ ก่อนจะอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวถามต่อได้ 

เมื่อถามว่า ที่โพสต์ Facebook เรื่องน้ำท่วมทั้งหมด อยากจะบอกอะไร น.ส.รักชนก กล่าวว่า เรื่องโรงครัวของพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ส่งผ่านแอปพลิเคชัน Grab เพื่อให้ไปถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สะท้อนถึงวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย ว่าในการบริหารจัดการวิกฤต ขนาดเรื่องการบริหารการส่งอาหาร ไปให้ถึงผู้ประสบภัย ท่านยังคิดไม่ได้เลย ว่าจะส่งอย่างไรให้ถึงมือผู้ประสบภัยจริงๆ มันเป็นภาพสะท้อน ถึงการบริหารจัดการวิกฤตนี้ทั้งระบบว่า แค่เรื่องส่งข้าวท่านยังคิดไม่ได้เลย แล้วเรื่องอื่น ประชาชนจะไว้ใจให้ท่านดูแล ความเป็นไปของประเทศนี้ได้หรือไม่ 

“ทำผิดขอโทษได้ ไม่ตาย พอแล้วนะคะ” น.ส.รักชนก กล่าว 

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า รู้สึกเสียดายหรือไม่ที่เอาเสียงไปโหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ในตอนนั้น จนได้การบริหารจัดการแบบนี้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ในวันนั้นเราคิดจริงๆ ว่าจะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 

ถามย้ำว่าการจัดการน้ำขณะนี้มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนตอนนี้ ที่ประสบภัยน้ำท่วม คงจะได้เห็น ฝีไม้ลายมือของรัฐบาล ในการบริหารจัดการวิกฤตแล้ว หลังจากนั้นคงเป็นผู้ตัดสินใจเอง

ส่วนรัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมือง หรือ ลาออกด้วยหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ความรับผิดรับผิดชอบทางการเมืองการตัดสินของประชาชน ว่าการบริหารจัดการแบบนี้ แล้วประชาชนยังจะไว้วางใจต่อไปหรือไม่ 

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรี พูดถึงเรื่องพ่อแม่ และมีการตอบโต้ ด้วยคำพูดเหน็บแนมของน.ส. รักชนก ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ไปมาหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ระดับผู้นำประเทศ ท่านควรที่จะเห็นอกเห็นใจ ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง คนที่ไม่ได้มีพ่อมีแม่ ดูแลมาตั้งแต่เด็ก 

“อย่าเอามาบูลลี่กัน อย่าเอาสิ่งที่คน คนหนึ่ง ไม่สามารถที่จะบังคับกะเกณฑ์ชีวิตตัวเองได้ ไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ว่าจะมีสิ่งนั้นหรือไม่ มาด้อยค่ากัน เพราะมันจะทำให้เห็น ถึงวุฒิภาวะของท่านเอง แล้วการที่ท่านอาจจะกระแทกแดกดัน คนๆหนึ่ง เพราะท่านไม่ชอบหน้าเขา แต่ท่านเอาสิ่งที่เขาขาดหรือบกพร่องในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเลือกเองไม่ได้ มาเป็นเครื่องเหยียดหยาม หรือเป็นการบูลลี ดิฉันก็คิดว่า มันเป็นเครื่องสะท้อนวิธีคิดของท่าน ว่าไม่ได้มีความระวัง ไม่ได้มีสิ่งที่เรียกว่า empathy หรือความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์อยู่แล้ว ถ้าเราตอบโต้ทางการเมืองก็เอาประเด็นการเมือง แต่การไปบุลลีหรือเหยียดหยาม พยายามด้อยค่าว่า บุคคลคนหนึ่งไม่มีพ่อแม่ คอยอบรมสั่งสอนเหมือนตัวเอง ดิฉันก็คิดว่า คนที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ติดตัวมาด้วยตั้งแต่ตัวเองเกิด มันไม่ได้เป็นความผิดของเขา แต่อย่างตัวท่านนายกฯเอง ที่มีพ่อมีแม่คอยอบรมสั่งสอน เดี๋ยวคำถามมันจะย้อนกลับไปหาท่านเองว่า ขนาดมีพ่อแม่อบรมสั่งสอนมาแล้ว แต่ก็มาได้เท่านี้ “ น.ส.รักชนกกล่าว พร้อมกับเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที