ตระกูลช่างเหลา พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.ขอนแก่น ให้กับ “พงษ์ศักดิ์” อดีตแชมป์หลายสมัย ด้วยจุดสลบหลายปัจจัย และยังปราชัยให้กับพลัง ”เพื่อไทย“ แดงจัดตั้งที่มีเครือข่ายมากกว่า
KEY POINTS
- "พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์" ชนะการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.ขอนแก่น ทวงคืนตำแหน่งจาก "วัฒนา ช่างเหลา" ด้วยคะแนนทิ้งห่างกว่า 1.7 แสนคะแนน
- ชัยชนะของ "พงษ์ศักดิ์"เป็นผลมาจากการสนับสนุนอย่างแข็งขันของเครือข่ายการเมืองพรรคเพื่อไทย และพันธมิตรในพื้นที่
- ขณะที่จุดสลบของ "วัฒนา ช่างเหลา" เกิดจากกองหนุน-เสียงจัดตั้งไม่เพียงพอ เพราะมีพันธมิตรเป็นเครือข่ายพรรคกล้าธรรม-สส.บางเขตของพรรคภูมิใจไทย และยังต้องเผชิญวิบากกรรมคดีความไม่โปร่งใส จนส่งผลต่อภาพลักษณ์
ศึกเลือกตั้งซ่อม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ขอนแก่น เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2569 ปิดฉากลงด้วยชัยชนะที่ชัดเจนของ “พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์” อดีตนายก อบจ.ขอนแก่นหลายสมัย หลังทวงเก้าอี้คืนจาก “วัฒนา ช่างเหลา” อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น คนล่าสุดได้สำเร็จ
พลิกดูแต้มของ “พงษ์ศักดิ์” หมายเลข 2 ได้ 424,397 คะแนน ขณะที่ “วัฒนา” บุตรชาย ของ“เอกราช ช่างเหลา” อดีต สส.ขอนแก่น หมายเลข 1 ได้ 254,180 คะแนน ห่างกันถึง 170,217 คะแนน
ศักดา ศิลปดอนบม เบอร์ 3 ได้ 31,380 คะแนน และหมายเลข 4 พงษ์นิรันดร์ อุทัยกาญจนกุล ได้ 7,786 คะแนน มีผู้มาใช้สิทธิ 785,119 คน จากผู้มีสิทธิ 1,445,631 คน ร้อยละ 54.31
การแพ้-ชนะ ครั้งนี้ของสองผู้ท้าชิงต่างมีความหมายเดิมพันถึงสนามเลือกตั้งระดับชาติ ที่เป็นการวัดกำลังภายในกันระหว่างค่ายแดง-ค่ายสีเขียว ใน จ.ขอนแก่น
ด้วยผลการเลือกตั้ง สส.ทั่วไป จ.ขอนแก่น 11 เขต เมื่อ 8 ก.พ. 2569 กระแสค่ายแดง “เพื่อไทย” ตกลง ได้ สส.เพียง 3 ที่นั่ง ขณะที่ “พรรคกล้าธรรม” ก็ได้ สส. 3 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 3 ที่นั่ง และพรรคประชาชน 2 ที่นั่ง
นี่จึงไม่ใช่เพียงการแพ้ชนะระหว่างผู้สมัคร 2 คน แต่ยังเป็นการวัดพลังของ “เครือข่ายการเมืองขอนแก่น” ครั้งสำคัญ
จากที่ “พงษ์ศักดิ์” พ่ายแพ้เมื่อปี 2567 สู่การทวงคืนเก้าอี้แชมป์กลับคืนมา สะท้อนว่า กระแสของตัว “วัฒนา” ตกลง
ครั้งนั้น “วัฒนา” เอาชนะไปได้ 330,922 คะแนน ขณะที่ “พงษ์ศักดิ์”ได้ 289,908 คะแนน เป็นการเปลี่ยนมือจากอดีตนายก อบจ. 6 สมัย สู่เครือข่ายตระกูลช่างเหลา ที่ขณะนั้นยังมีความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย แตกออกไปสองขั้ว อีกขั้วหนุน “พงษ์ศักดิ์” ขณะที่อีกฝั่งหนุน “วัฒนา”
ทว่าศึกเลือกตั้งซ่อมเที่ยวล่าสุุด เบื้องหลังผลคะแนน 26 อำเภอ จ.ขอนแก่น ของผู้ชนะ “พงษ์ศักดิ์” กวาดแต้มเหนือกว่า “วัฒนา” อย่างท้วมท้น
“พงษ์ศักดิ์” ชนะ 24 อำเภอ 1 เทศบาลนคร เฉพาะเทศบาลนครขอนแก่น ฐานเสียงใหญ่ของ “พงษ์ศักดิ์” ชนะขาด
ส่วน “วัฒนา” ชนะเพียง 2 อำเภอคือ อ.ชุมแพ และ อ.บ้านฝาง
เมื่อวิเคราะห์ ปัจจัยชนะของพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงศ์
ปัจจัยแรก แคมเปญ “ขอนแก่นไม่เอาคนโกง” ประสบความสำเร็จ เพราะคนเมืองและคนรุ่นใหม่ตอบรับ ในโค้งสุดท้าย “พงษ์ศักดิ์” ผนึกประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ไล่ล่าคนโกง เรียกคะแนนนิยมจากกลุ่มครู
ปัจจัยที่สอง ฐานเสียงเพื่อไทย ทั้ง สส.และอดีต สส.ขอนแก่น ทุ่มเทสุดกำลัง
“รุ่งโรจน์ เย็นสบาย” สส.ขอนแก่น เขต 4 ซึ่งตระกูล “เย็นสบาย” เคยเป็นฐานเสียงให้ “เอกราช ช่างเหลา” เมื่อปี 2566 กลับมาเทให้ “พงษ์ศักดิ์”
“สุรพจน์ เตาะเจริญสุข” สส.ขอนแก่น เขต 7 หลาน “นวัธ เตาะเจริญสุข” อดีต สส.ขอนแก่น
“ณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง” สส.ขอนแก่น เขต 9 ผู้แทนหน้าใหญ่ในสังกัดตระกูล “พงษ์พานิช” เสริมศักดิ์-ระเบียบรัตน์
นอกจากนี้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช วันนิวัติ สมบูรณ์ อดีต สส.ขอนแก่น เขต 10 และรัตนา สมบูรณ์ น้องสาวระเบียบรัตน์ ก็เป็นแบ็กอัพกองหลัง “พงษ์ศักดิ์” อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังได้พลังโซเชียลของหมอแคน "อดิศร เพียงเกษ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นกองหนุนปลุกเอฟซีเสื้อแดงขอนแก่น
ปัจจัยที่สาม “องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์” สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ที่มีฐานเสียงแน่นใน อ.พล และ อ.บ้านไผ่ ที่ช่วยพงษ์ศักดิ์ มาแต่สมัยที่แล้วก็ยังทุ่มเทสรรพกำลัง ทำให้ อ.พล “พงษ์ศักดิ์” กรรมการนับคะแนนจึงชูมือให้ชนะขาด
ปัจจัยที่สี่ พงษ์ศักดิ์ มีคอนเนกชันผู้นำชุมชนทั่วทั้งจังหวัด เฉพาะในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่มี “ประสิทธิ์ ทองแท่งไทย” นั่งนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น
ด้วยยุทธศาสตร์ตอบโต้ฝั่งตรงข้าม ด้วยภาพลักษณ์ของ “วัฒนา” ที่ไม่เหมือนเดิม เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.ขอนแก่นหลัง กกต. มีมติแจกใบเหลือง “วัฒนา” จากกรณีหัวคะแนนนำเงินไปมอบให้ชาวบ้าน และศาลฟังพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าส่อไปในทางทุจริตและไม่โปร่งใส
เมื่อวิเคราะห์ภาพรวมแล้ว จุดปราชัยของ “วัฒนา” ล้วนเกิดจากวิบากกรรมที่ “เอกราช” ได้เผชิญกับคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น 431 ล้านบาท ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว
“ขอนแก่นไม่เอาคนโกง” เปลี่ยนเกมในโค้งสุดท้าย เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการวางแคมเปญ ซึ่งสามารถเชื่อมการเลือกตั้งท้องถิ่นเข้ากับประเด็นเรื่องความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการเมือง
โดยเฉพาะการนำประเด็นคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการหาเสียง ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนถึงเครือข่ายของตระกูลช่างเหลา จนกระทั่งคะแนนลดลงและพ่ายแพ้หมดรูป
ปัจจัยที่สอง 3 สส.หน้าใหม่ ของพรรคกล้าธรรม ฐานเสียงไม่แน่นในพื้นที่ โดยเฉพาะ “เอกชัย สืบสารคาม” สส.ขอนแก่น เขต 3 เลือกตั้งต้นปี 2569 ชนะ “ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง” อดีต สส.พรรคประชาชน แค่ 900 คะแนน
“ปราชญา หงอกชัย” สส.ขอนแก่น เขต 5 ที่พลิกชนะ “เสี่ยซัน” ภาควัต ศรีสุรพล อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ประมาณ 3,000 คะแนน
ขณะที่ “ธนิก มาสีพิทักษ์” สส.ขอนแกน เขต 8 และอดีต สส.พรรคเพื่อไทย น่าจะเป็นคนเดียวของค่ายสีเขียวที่มีประสบการณ์และฐานเสียงแน่นกว่า สส.ของพรรคกล้าธรรม
ปัจจัยที่สาม “วิศรุต ปู่เพ็ง” สส.ขอนแก่น เขต 6 พรรคภูมิใจไทย อดีตเด็กปั้นของ “เอกราช ช่างเหลา” แม้จะแสดงตัวหนุนตระกูลช่างเหลา แต่ผลคะแนนใน อ.ชุมแพ “วัฒนา” กลับชนะ “พงษ์ศักดิ์”ด้วยแต้มเพียง 1,000 คะแนน
ปัจจัยที่สี่ “พงศกร อรรณนพพร”สส.บัญชีรายชื่อ และ “พชรกร อรรณนพพร” สส.ขอนแก่น เขต 10 พรรคภูมิใจไทย รอบนี้วางเฉยไม่ช่วยใคร หลังจากสมัยที่แล้ว “พงศกร” หนุนหลังช่วยตระกูลช่างเหลาจนได้รับชัยชนะ
จุดสลบของเครือข่ายตระกูลช่างเหลา ถูกผสมโรงด้วยภาพลักษณ์เกี่ยวกับความโปร่งใส ที่ต้องยืนสู้กับผลงานฐานเสียงแน่นและคนมีประสบการณ์ ทำให้ผลเลือกตั้งซ่อม นายก อบจ.ขอนแก่น รอบนี้ไม่ได้อยู่บนการแข่งขันเรื่องนโยบายท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว
แต่สูตรของผู้ชนะ คือ การได้พลังเครือข่ายที่เข้มแข็งในพื้นที่ที่ยืนอยู่ตรงข้ามพรรคกล้าธรรมและภูมิใจไทย
ศึก อบจ.ขอนแก่นครั้งนี้ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า หากวันนี้มีการเลือกตั้งใหญ่ระดับชาติ “พรรคการเมืองค่ายไหนจะครองแชมป์ สส." ใหญ่ที่สุดใน จ.ขอนแก่น
เกมสนามการเมืองท้องถิ่นไม่เหมือนเลือกตั้ง สส.ระดับชาติ ฉะนั้น สูตรเอาชนะคู่แข่งได้ จึงมีสูตรเดียวกันแทบทุกจังหวัด คือ เครือข่ายใครสามารถกุมแต้มคะแนนจัดตั้งไว้ที่ตัวเองได้มากที่สุด และยังมีฐานเสียงการเมืองบ้านใหญ่ ผู้นำท้องถิ่น และชุมชนผสมโรงช่วยด้วยกันได้มากที่สุดแล้ว ผู้นั้นจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด





