วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

‘อนุทิน’ ถกร่วม ‘ผู้ว่าฯ76จังหวัด สั่ง อย่าให้ซ้ำรอย ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’

“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ ถก “น้ำท่วม” ร่วมผู้ว่าฯทั่วประเทศ สั่งช่วย ปชช. ด้วยมาตรฐานที่สูงทุกด้าน ป้องกันไม่ให้ซ้ำรอยหาดใหญ่ เผย ตั้งแต่1ต.ค.นี้ มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นกลไกจ่ายเยียวยา

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางเพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เพื่อเน้นย้ำสิ่งสำคัญของการบรรเทาสาธารณภัย คือ การให้บริการและช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรฐานที่สูง ทั้งด้านที่พักอาศัย สถานที่พักพิง อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำชับส่วนราชการและนายอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจตราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ใช้เครือข่ายในพื้นที่ร่วมทำงาน เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ และความเดือดร้อนของประชาชนถึงระดับหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมระดมสรรพกำลัง ทรัพยากรและและเครื่องจักรกล ยานพาหนะที่มีอยู่ลงไปในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นกรณีที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยหากพื้นที่จังหวัดใดเกิดภัยพิบัติหรืออุทกภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้มีการประสานงานกับกรมบัญชีกลางแล้วว่า หากเป็นกรณีมีความร้ายแรงที่จำเป็นต้องขอขยายวงเงินทดรองราชการ ให้รีบแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งดำเนินการ

‘อนุทิน’ ถกร่วม ‘ผู้ว่าฯ76จังหวัด สั่ง อย่าให้ซ้ำรอย ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเน้นย้ำว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ สำหรับจังหวัดที่ยังไม่มีสถานการณ์ ให้มีการเตรียมการรับมืออย่างเต็มกำลัง โดยประเมินความเสี่ยงและจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้า ไม่รอให้เกิดเหตุการณ์ก่อนแล้วดำเนินการแก้ไขในภายหลัง และต้องมีระบบการรายงานผลกลับมายังผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนสื่อสารและรายงานสถานการณ์มายังหน่วยงานส่วนกลางอย่างทันต่อเหตุการณ์ เนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องระดับความรุนแรง ความเสี่ยงของประชาชน ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและอาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ยิ่งจำเป็นต้องรายงานโดยทันที และต้องให้ความสำคัญกับการจัดทำรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันที่ครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือประชาชน อุปสรรคและปัญหาในการปฏิบัติงานในพื้นที่ และการขอรับการสนับสนุน

หลักสำคัญในการปฏิบัติงานคือ "ยึดถือการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ และในด้านการเยียวยา ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เร่งประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะมีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มาเป็นกลไกการจ่ายเงินเยียวยา จึงให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งเตรียมการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มศักยภาพที่สุด และป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานและเจตนารมณ์ที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้

‘อนุทิน’ ถกร่วม ‘ผู้ว่าฯ76จังหวัด สั่ง อย่าให้ซ้ำรอย ‘น้ำท่วมหาดใหญ่’

นายอนุทิน ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทุกกรม และทุกรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งได้มอบหมายให้3รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบในการดูแลประชาชน โดยทุกท่านมีอำนาจในการสั่งการและประสานงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อให้การสนับสนุนต่างๆ ส่งถึงมือประชาชนผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยความรวดเร็ว

นายอนุทิน ได้เน้นย้ำถึง ความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจกจ่ายอาหารกล่องจะต้องมีคุณภาพดี ปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม นอกจากนี้ เรื่องระบบการแจ้งเตือนภัย (Cell Broadcast) ข้อความแจ้งเตือนต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสารตรงไปตรงมาว่า พื้นที่ใดมีน้ำท่วมและประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไร และสร้างความเข้าใจผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอำนาจอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า หากดำเนินการด้วยความสุจริตและมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือประชาชน ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะพิจารณาตรวจสอบโดยดูที่เจตนาเป็นหลัก

ในการประชุมฯ ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดกาญจนบุรี ได้รายงานสถานการณ์ และการบริหารจัดการ รวมถึงการให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่