กมธ.กฎหมาย ใช้อำนาจเรียกนายกฯ คดีโกงสอบท้องถิ่น 'โรม' บี้ 'ทองเจือ' แจง หลังเชิญหลายครั้งแต่เงียบ หวั่นคนบงการ ถูก ป.ป.ช.ตัดตอน
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนประชุมพิจารณา กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมติดตามประเด็นดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาข้อมูลและข้อเท็จจริงหลายอย่าง เรายังไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลระดับสูง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีไปจนถึงระดับอธิบดี จึงได้เชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตอบข้อซักถามและให้ข้อมูลเพิ่มเติม อาทิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ที่ปล่อยให้มีบุคคลภายนอกเข้าถึงตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ พร้อมย้ำว่า คนที่เราอยากได้ข้อมูลมากที่สุดคือ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกรัฐมนตรี แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือหรือมาชี้แจง
นอกจากนี้ ที่ประชุมจะติดตามกรณีการชี้มูลของคณะทำงาน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยจะไล่ตามข้อมูลต่างๆ ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าจะไม่ยอมให้ใครมาโกงบนหัวท่าน แต่ในขณะนี้ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว และเผลอๆอาจจะเกี่ยวโยงกับบุคคลที่สูงกว่าท่านด้วย ฉะนั้นเราจะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปเพื่อให้มีข้อมูลที่ครบถ้วน
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ จึงเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีถึงไม่ยอมส่งข้อมูลให้กับ ป.ป.ช. แต่อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันกับสื่อมวลชนว่าคณะกรรมาธิการฯ จะตามติดประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเราได้จิ๊กซอ รวมถึงตัวละครต่างๆ และข้อมูลใหม่ๆ ที่พบว่าบางคนเป็นเด็กนายและน่าสงสัยว่าเป็นกลุ่มประเภทที่ไม่ต้องซื้อตำแหน่ง แต่ใช้คอนเนกชั่น หรือ ตั๋ว เพื่อเข้ามาเป็นข้าราชการท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าบุคคลที่เป็นเด็กนาย จะไม่มีชื่ออยู่ในสำนวนคดีของ ป.ป.ช. ที่กำลังทำอยู่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ที่เราตามเรื่องมาขนาดนี้ เพราะเป็นห่วงว่าจะมีการตัดตอน โดยที่นักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูง ไม่ถูกดำเนินคดีอะไรเลย และจบเพียงแค่บางคน คนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะไม่ถูกดำเนินการตามกฏหมาย และทำให้ฝ่ายการเมืองรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบ
เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการเปิดตัวละครใหม่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีใหม่เรื่อยๆ แต่ไม่ใช่แค่เรื่องการเปิดตัวละครใหม่ เพราะอย่างนายทองเจือ เราเชิญมาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่มา และไม่ตอบ ก่อนจะกล่าวติดตลกว่า “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้”
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ต้องแจ้งกับสื่อมวลชน เผื่อนายทองเจือ จะทราบว่ากำลังถูกตั้งคำถาม ว่าทำไมถึงไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และตนคงไม่ต้องสาธยายว่านายทองเจือมีมีความสำคัญอย่างไรกับนายอนุทิน เพราะมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ไหนก็มีนายทองเจือที่นั่น
ถามอีกว่า เหตุใดถึงมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และอดีตเลขาฯ ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาในวันนี้ด้วย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริง ๆ ก็เป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อยก็คนในครอบครัว ก็ต้องเชิญมาว่าตกลงท่านเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะบุคคลเหล่านี้ อาจจะถูกเชื่อมโยงการทุจริตสอบท้องถิ่นแต่ได้ดี เติบโตในหน้าที่การงาน ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขา และสอบข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมของ กมธ.กฎหมายในวันนี้ ที่ได้เชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิการบดี มศว ไม่มีใครเดินทางมา แต่ได้มอบบุคคลอื่นมาชี้แจงและให้ข้อมูลแทน





