วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

สูตร‘รัฐบาล4น.’ 345ค้ำเสถียรภาพ ‘กล้าธรรม’ รีเทิร์น ‘น้ำเงิน-แดง-เขียว’ 

การได้ “กล้าธรรม” เข้ามาเสริม “รัฐบาลภูมิใจไทย” นอกจากความเข้มแข็งจะเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังช่วยบาลานซ์ “เพื่อไทย” ไม่ให้ออกลายว่าน้ำเงินต้องพึ่งแดงอยู่ฝ่ายเดียว เขียวเข้ามาก็เพื่อลดความสำคัญของพรรคอันดับ2

KEY POINTS

  • สูตรจัดตั้ง "รัฐบาล 4 น." ประกอบด้วย3พรรคหลัก น้ำเงิน แดง เขียว หนู เน หนิม นัส
  • รัฐบาลทมีเสถียรภาพเข้มแข็งกว่า345เสียง ลดอำนาจต่อรองระหว่างพรรคร่วมฯ
  • กล้าธรรม ที่เตรียมรีเทิร์น นอกจากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่าง หนู-นัส แล้ว คดีโกง สว. อาจเป็นอีกเงื่อนไขให่ เนฯ โอเค

สถานการณ์ของ พรรคกล้าธรรม ปัจจัยต่างๆ เริ่มฉายให้เห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการเป็น พรรคฝ่ายคอย ใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาเรื่อยๆกับการเป็น ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ไม่ช้าไม่นานหลังจากนี้

เมื่อ “กล้าธรรม” ถูกขับพ้นวิปฝ่ายค้าน หลังโหวตหนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี70 ส่งสัญญาณเสริมแกร่ง พร้อมร่วมหัวจมท้ายไปกับรัฐบาลภูมิใจไทย สะท้อนสัมพันธ์ “หนู-นัส” ที่แน่นปึ้ก

คีย์แมนคนสำคัญของ “ภูมิใจไทย” และ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ หลังพ้นบ่วงคดีโกง สว. ในชั้น กกต. ไม่ถูกส่งชื่อไปศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ก็ถูกมองว่าถึงเวลาต้องตอบแทนธรรมนัส ได้แล้ว

หลังเกมพลิกคำให้การของ3พยานคดีโกง สว. แบบใจถึง คือ เอกราช ช่างเหลา เพื่อนสนิท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อัษฎางค์ แสวงการ คนใกล้ชิดเอกราช และ ขจรศักดิ์ ศรีวิราช สว.พะเยา พ่อตาธรรมนัส

การเป็นพรรคฝ่ายคอย มาตลอดเกือบครึ่งปีของกล้าธรรม กำลังจะได้ลิ้มรสความหอมหวานของการหวนคืนสู่อำนาจอีกครั้ง

ภูมิใจไทย” ในเกมต้องบาลานซ์ “เพื่อไทย” เพราะในช่วงที่ผ่านมา สส.บางคน ออกแอ็กชั่น “นวดน้ำเงิน” ซ้ายขวา โดยเฉพาะความเห็นในเรื่องโกง สว. หรือการอภิปรายในสภากระทบการทำงานรัฐบาลในหลายมิติ จนอาจจี๊ดใจบิ๊กบางคน ทั้งที่สถานะคือพรรคร่วมด้วยกัน หรือแม้แต่ท่าทีของ “ทวี สอดส่อง” ที่พรรคน้ำเงินตีว่าใกล้ชิดหรือคือแดง

แตกต่างจากท่าทีของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เวลาถูกถามเรื่องที่กระทบกับคนของ “ภูมิใจไทย” ก็มีวิธีตอบแบบรักษามารยาทพรรคร่วม บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น

ความนิยมของ “ภูมิใจไทย” เป็นอีกเรื่องที่ยังแก้ไม่ตก การขยับปรับเกม ท่ามกลางการจับตาว่าการดึง “กล้าธรรม” เข้าร่วม เป็นการปิดประตู พรรคร่วมฯ อีกพรรคอย่าง “เพื่อไทย” ไม่ให้ขี่คอในวันข้างหน้า หากประแสของรัฐบาลดิ่งลงไปกว่านี้

อีกมุมก็มองได้ว่าแทนที่ภูมิใจไทยจะปล่อยให้ “กล้าธรรม” อยู่นอกวงโคจรนานเกินไปกว่านี้ อาจเป็นจังหวะให้เพื่อไทย จูนกับพรรคเขียวติด สร้างแรงต่อรองเพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาล

ค่ายน้ำเงิน” เลยต้องออกตัวก่อนที่จะควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ หาก“แดง - เขียว” สบโอกาสขึ้นมา โดยเฉพาะในช่วงที่ฝ่ายค้านกำลังตั้งท่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งมีเงื่อนไขให้ต่อรองระหว่างพรรคร่วมฯ ได้เสมอ

สูตรการรวมทั้ง “น้ำเงิน-แดง-เขียว” เพื่อที่จะให้ เพื่อไทย-กล้าธรรม อยู่ในภาวะยักแย่ยักยัน หวาดระแวงซึ่งกันและกัน เมื่อนั้น “ภูมิใจไทย” ก็ยังจะกุมสภาพได้อยู่ ไม่มีพรรคไหน กล้าแข็งข้อ

ท่าทีของ “เพื่อไทย” ห่วงอยู่เรื่องเดียวคือ โควตารัฐมนตรีเดิมที่ดีลกับ “ภูมิใจไทย” ไว้แต่แรกต้องไม่กระทบ แกนนำพรรคย้ำแล้วย้ำอีก ไล่มาตั้งแต่ “จุลพันธ์” ถึง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ส่งสัญญาณว่า 5 กระทรวงที่เพื่อไทยคุมต้องเป็นไปตามเดิม โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ค่ายแดงยังลุยได้ไม่เต็มสูบ

ตำแหน่งในครม.ปัจจุบัน ที่ยังเว้นว่างไว้1ตำแหน่ง จะเป็นโควตาของ “กล้าธรรม” หรือไม่ ท่ามกลางการจับตาว่า หากเป็นไปตามสูตรที่ไม่กระทบโควตาเพื่อไทย

ภูมิใจไทย” จะต้องเฉือนโควตาตัวเองให้ 2-3 เก้าอี้หรือไม่ เพราะถ้าดูจากสัดส่วนรัฐมนตรีของค่ายน้ำเงิน ประกอบด้วย บิ๊กเนมบ้านใหญ่ กับโควตาคนนอก

ถ้านับไทม์ไลน์ตามสูตรปรับครม.อย่างน้อย 1 ปี ก็น่าจะอยู่ในช่วงหลังปีใหม่ หรือสงกรานต์ ปี70 อยู่ในช่วงเข้าเกณฑ์ประเมินผลงานรัฐมนตรีพอดี

บรรดา “ลูกเทพ - ทายาทบ้านใหญ่” จากที่โดนขย่มโดยกระแสสังคมให้เปลี่ยนที่ทาง ตอนนี้ดูเหมือนแรงกระเพื่อมดังกล่าวเริ่มซาลงแล้ว

ส่วนบรรดาคนนอก “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ค่อนข้างการันตีตำแหน่งมีความมั่นคงอย่างมาก ว่ากันว่า เจ้าของพรรคภูมิใจไทย วางตัวไว้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในอนาคต ขณะที่รัฐมนตรีคนนอกอื่นๆ อยู่ในข่ายสุ่มเสี่ยงสังเวยเกมเก้าอี้ดนตรีทั้งสิ้น เพื่อเกลี่ยตำแหน่งไปให้กล้าธรรม

ปรับครม. เที่ยวนี้ ถ้า “หนู-เน”เห็นตรงกันว่าต้องเอา “นัส-กล้าธรรม” และ “หนิม-เพื่อไทย” เข้าร่วมเป็น “รัฐบาล 4 น.” นอกจากความเข้มแข็งของรัฐบาลที่จะมีมากถึง 347เสียง

ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง กล้าธรรม58เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง และพรรค 1 เสียงอีก 7 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ และพรรคโอกาสใหม่

ยังมีส่วนทำให้พรรคร่วมฯอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคอันดับสอง ต้องปรามลูกพรรคให้เลิกกวนน้ำให้ขุ่น หากไม่อยากถูกขับพ้นรัฐบาล