การดึง “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” อธิบดีกรมคุมประพฤติ มานั่งเก้าอี้ “อธิบดีดีเอสไอ” คนใหม่ ซึ่ง “ปิยะ” เคยเป็นลูกหม้อของดีเอสไอ เมื่อ “ยุทธนา แพดำ” ไม่เปลี่ยนสีได้ ก็ถึงเวลา “น้ำเงิน” เปลี่ยนตัวส่ง “สายตรง” ลงสนามแทน
KEY POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติปลด พ.ต.ต.ยุทธนา แพดำ ออกจากตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ และแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีคนใหม่
- สาเหตุสำคัญมาจากการสอบสวนคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. โดย พ.ต.ต.ยุทธนา ถูกมองว่ายังภักดีต่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม และไม่ยอม "เปลี่ยนสี" ตามขั้วอำนาจรัฐบาลใหม่
- มีการตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลการสืบสวนคดีฮั้ว สว. รั่วไหลไปยังฝ่ายค้าน ซึ่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่ามาจากคนในดีเอสไอ และพุ่งเป้าไปที่ พ.ต.ต.ยุทธนา
- ร.ต.อ.ปิยะ อธิบดีคนใหม่ เคยเป็นประธานอนุกรรมการฯ ที่มีมติให้ยกฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ทั้ง 229 ราย ซึ่งสวนทางกับผลสอบสวนชุดเดิม
ในที่สุดที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปลด “อธิบดีแพ” พ.ต.ต.ยุทธนา แพดำ พ้นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล นั่งอธิบดี ดีเอสไอ แทน
โดยเดิมทีแล้ว เก้าอี้ “อธิบดีดีเอสไอ” เป็นเต็งหนึ่งที่ได้รับการคาดหมายว่า จะมีการเปลี่ยนตัวเป็นลำดับแรกๆ ในยุคการบริหารประเทศของ “รัฐบาลภูมิใจไทย”
ในยุทธจักรดีเอสไอ รู้กันดีว่า “อธิบดีแพ” เป็นข้าราชการคนสนิทของ “บิ๊กวี” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม และสส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ
“อธิบดีแพ” เติบโตในเส้นทางราชการพอๆ กับอายุของดีเอสไอ และขึ้นสุดเป็น “อธิบดีดีเอสไอ” เมื่อ “ทวี” ได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว.ยุติธรรม ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
เป็นคีย์แมนสำคัญของ “ทวี” ในช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดีฮั้ว สว. และมีบทบาทสำคัญเป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนการกระทำความผิดฐานอั้งยี่-ฟอกเงินอันเนื่องมาจากการเลือก สว.
ยุคปลายรัฐบาลแพทองธาร คดีฮั้ว สว.มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูล หลักฐาน การสอบพยานปากสำคัญ
นอกจากนี้ “คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26” ที่เป็นการทำงานระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับดีเอสไอ ยังสามารถมีมติสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องได้ถึง 229 ราย ในคดีฮั้ว สว.
แต่อย่างไรก็ดี แม้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล จะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ขณะที่กระทรวงยุติธรรม มีการวาง “บิ๊กรุท” พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ “สายตรงบุรีรัมย์” เป็น รมว.ยุติธรรม หากแต่ไม่มีการเด้ง “อธิบดีแพ” ตามที่มีการคาดหมายแต่อย่างใด
“อธิบดีแพ” ยังเก้าอี้เหนียวใน “ครม.อนุทิน 1” ต่อเนื่องมาถึง “ครม.อนุทิน 2” เพียงแต่คดีที่เคยคืบหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอั้งยี่ซ่องโจร หรือกรณีฮั้ว สว.กลับดูนิ่งไปเมื่อเทียบกับยุค “ทวี” เป็น รมว.ยุติธรรม
หลายฝ่ายมองว่า สาเหตุที่ “อธิบดีแพ” ยังได้ไปต่อ อาจจะเป็นยุทธศาสตร์ “จับศัตรูเปลี่ยนสี” ของ “ค่ายสีน้ำเงิน” ซึ่งในอดีตเคยมีการใช้ยุทธวิธีนี้กับอดีตข้าราชการบางคน เพื่อเป็นเครื่องมือในการไล่ล่าอีกฝั่ง หรือ “การใช้คนของศัตรูเพื่อทำลายศัตรู”
ทว่า ยุทธวิธีนี้เหมือนจะใช้กับ “อธิบดีแพ” ไม่ได้ผลเท่าไหร่ ขณะเดียวกัน ฟากฝั่ง “ภูมิใจไทย” เองก็ชักจะเริ่มระแวงอธิบดีดีเอสไอรายนี้มากขึ้น
บางฝ่ายถึงขั้นตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลการตรวจสอบคดีฮั้ว สว.ของ “คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26” ซึ่งมีดีเอสไออยู่ในนั้นด้วย มักหลุดไปอยู่ในมือของ “ฝ่ายค้าน” โดยเฉพาะ “พรรคประชาชน” และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ “ไอลอว์”
รวมไปถึงมักตกไปอยู่ในมือ “ทวี” อดีต รมว.ยุติธรรม ซึ่งเป็นอดีตเจ้านายของ “อธิบดีแพ” ที่มักนำมาอภิปราย หรือพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง
“ค่ายสีน้ำเงิน” มั่นใจว่า ข้อมูลอินไซด์เหล่านี้ไม่มีทางหลุดมาได้เอง หรือฝ่ายค้านไม่มีความสามารถมากพอในการไปขุดหา หาก “คนใน” ในดีเอสไอ หรือ กกต. ไม่ส่งมาให้
แน่นอนว่า “อธิบดีแพ” ถูกเหร่ตามองเป็นคนแรกๆ ในฐานะที่เป็นอดีตลูกน้อง “ทวี” ซึ่งเป็น 1 ในหัวหมู่ทะลวงฟันเรื่องคดีฮั้ว สว.
ดังนั้น ในช่วงก่อนสิ้นฤดูโยกย้าย จึงมีกระแสข่าวหนาหูว่า อาจจะเด้ง “อธิบดีแพ” ออกไปที่อื่น โทษฐาน “ไม่เปลี่ยนสี”
ขณะเดียวกันการดึง “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” อธิบดีกรมคุมประพฤติ มานั่งเก้าอี้ “อธิบดีดีเอสไอ” คนใหม่ ซึ่ง “ปิยะ” เคยเป็นลูกหม้อของดีเอสไอ
ชื่อนี้หลายคนอาจคุ้นหู นั่นเพราะ “ปิยะ” คือ “ประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36” ที่ กกต.ตั้งขึ้นเพิ่มเติมเพื่อไว้พิจารณาคดีฮั้ว สว.โดยเฉพาะ
คณะอนุกรรมการฯชุดที่ 36 นี้เองคือ ชุดมีมติสวนทางกับ “คณะกรรมการฯชุดที่ 26” โดยมีมติให้ยกฟ้องทั้ง 229 ราย ในคดีฮั้ว สว.
นอกจากนี้ ยังมีภาพ “ปิยะ” ยกมือไหว้ต้อนรับ “อนุทิน” ขณะกำลังเดินทางลงมาจากเครื่องบินของกองทัพอากาศ เพื่อไปเป็นประธานพิธีเปิดและมอบรางวัลการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี (MotoGP) 2569 ที่ผ่านมาด้วย
เมื่อ “ยุทธนา แพดำ” ไม่เปลี่ยนสีได้ ก็ถึงเวลา “น้ำเงิน” เปลี่ยนตัวส่ง “สายตรง” ลงสนามแทน





