วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

เจาะปัจจัย 'ค่ายส้ม' พ่ายศึกนนท์ บ้านใหญ่ ‘ผึ้งหลวง’ รักษาแชมป์

ปัจจัยชัยชนะของกลุ่มผึ้งหลวง มาจากฐานคะแนนของเครือข่ายบ้านใหญ่ที่แข็งแกร่ง คะแนนสงสารจากการเสียชีวิตของอดีตนายกฯ จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์น้อย เอื้อต่อคะแนนจัดตั้ง

KEY POINTS

  • นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ จาก "กลุ่มผึ้งหลวง" ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี โดยเอาชนะ เดชรัต สุขกำเนิด ตัวแทนจาก "ค่ายส้ม"
  • ปัจจัยชัยชนะของกลุ่มผึ้งหลวงมาจากฐานคะแนนของเครือข่ายบ้านใหญ่ที่แข็งแกร่ง คะแนนสงสารจากการเสียชีวิตของอดีตนายกฯ และจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์น้อย (35%) ซึ่งเอื้อต่อคะแนนจัดตั้ง
  • ความพ่ายแพ้ของ "ค่ายส้ม" เกิดจากการไม่สามารถสร้างกระแสความนิยมในระดับท้องถิ่นได้เหมือนการเมืองระดับชาติ และไม่สามารถรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ์ได้ตามเป้าหมาย
  • ผลเลือกตั้งชี้ให้เห็นว่าการเมืองท้องถิ่นนนทบุรียังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบอุปถัมภ์และเครือข่ายบ้านใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากการเมืองระดับชาติที่ "ค่ายส้ม" เคยชนะยกจังหวัด

รูดม่านปิดฉากสมรภูมิชิงเก้าอี้ “นายก อบจ.นนทบุรี” ไปเรียบร้อย ไม่พลิกโผเมื่อ “กลุ่มผึ้งหลวง” ยังคงแข็งแกร่ง “ตี๋” นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย “นายกฯเด” พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี คว้าชัยไปในศึกครั้งนี้ โดยชนะไปด้วย 193,653 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งคนสำคัญตัวแทน “พรรคส้ม” อย่าง “เดชรัต สุขกำเนิด” ที่ได้ไป 138,274 คะแนน หลังนับไปแล้ว 100%

การเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความเศร้าสลดจาก “ตระกูลเย็นประเสริฐ” และบ้านใหญ่ในจังหวัด หลังจาก “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.นนทบุรี ควักปืนบุกไปยิง พ.ต.อ.ธงชัย อย่างอุกอาจ จนเสียชีวิตในที่ทำการ อบจ.นนทบุรี โดยอ้างเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

พลันช่วงดึกคืนวันที่ 20 ก.ย. “ตี๋ นฤพนธ์” ประกาศชัยชนะ และเข้าพบ “สมนึก ธนเดชากุล” นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี 10 สมัย เจ้าของฉายา “นายกเล็กตลอดกาล” หัวหน้า “กลุ่มพลังหนุ่ม” ตัวแทนบ้านใหญ่เขตเมืองของนนทบุรี โดย “นฤพันธ์” กล่าวขอบคุณ “นายกฯสมนึก” ที่ให้การสนับสนุน และเป็นกำลังสำคัญตลอดช่วงเวลาหาเสียง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

“นายกฯสมนึก” โพสต์ภาพบรรยากาศแสดงความยินดีกับ “ตี๋ นฤพนธ์” นายก อบจ.นนทบุรี ป้ายแดง และ “ตระกูลเย็นประเสริฐ” พร้อมทำงานขับเคลื่อนโครงการดี ๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ร่วมกันพัฒนานนทบุรีให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ด้าน พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ โดยวานนี้ (21 ก.ย.) “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ตอบสื่อว่า ผลที่ออกมา แม้จะน้อมรับ แต่ตรงกันข้าม ถ้าไม่ส่งผู้สมัคร เราจะเสียใจมากกว่านี้ เหตุผลที่ส่งลงสนามเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ส่วน “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เลขาธิการพรรค กล่าวว่า หากดูการเลือกตั้งแต่ปี 2566 ในรอบพรรคก้าวไกล ต่อเนื่องมาจนถึงการเลือกตั้ง และ จ.นนทบุรี ปี 2568 และการเลือกตั้งใหญ่ ก.พ. 2569 ถ้าดูสัดส่วนคะแนนดิบ ที่พรรคได้รับ 4 การเลือกตั้งที่ผ่านมา ความนิยมของพรรคไม่ได้ลดลง และสัดส่วนกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ 

ส่วนประเด็นการเลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี ต้องยอมว่าผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยหากเทียบการเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี เมื่อปี 2568 คนใช้สิทธิ 41% แต่เมื่อวานนี้ 35% ตัวเลขลดลงน่าตกใจมาก ประชาชนอาจจะไม่ได้รับรู้ว่ามีการเลือกตั้ง

“พิจารณ์” ยังตอบคำถามถึงวิธีคิดในการเลือกตั้งใหญ่ และการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า อาจมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน เลือกตั้งใหญ่ ประชาชนรู้สึกอยากเปลี่ยนรัฐบาล อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็ออกมาใช้สิทธิค่อนข้างมาก ขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่น อาจจะไม่ทราบว่ามีการเลือกตั้ง รวมถึงรู้สึกว่าการเลือกตั้งระดับ อบจ. มีผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากเท่าระดับชาติหรือไม่ จึงทำให้คนออกมาใช้สิทธิน้อย

นนทบุรี พ.ศ.นี้ ยังคงหนีไม่พ้นบารมีของ “เครือข่ายบ้านใหญ่” ผนึกกำลังภายใต้ “กลุ่มผึ้งหลวง” ที่ชู “นายกฯเด” พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ เป็นหัวหอก มาตั้งแต่ปี 2547 แม้ว่าในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา “พรรคส้ม” ภายใต้ชื่อ ปชน.จะกวาด สส.ได้ยกจังหวัด 8 เขต ก็ตาม

แต่การเมืองภาพใหญ่ แตกต่างจากการเมืองท้องถิ่น โดยปัจจัยชัยชนะของกลุ่มผึ้งหลวง ได้แก่

1.ฐานคะแนนเดิมของบ้านใหญ่-บ้านรอง ทั้งกลุ่มผึ้งหลวง และแนวร่วมอย่างกลุ่มพลังหนุ่ม สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ตระกูลอัจฉริยะประสิทธิ์ อ.บางกรวย ตระกูลบรรดาศักดิ์ อ.ปากเกร็ด ฯลฯ ยังเหนียวแน่น ไม่มีแตกแยก

2.คะแนนสงสารตระกูล “เย็นประเสริฐ” หลัง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ถูกยิงเสียชีวิต เป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้คนเมืองนนท์ ออกมาเลือกตัวแทนกลุ่มผึ้งหลวง เพื่อให้สานงานต่อของนายกฯธงชัย

กลยุทธ์หาเสียงที่ออกแบบให้ “ลูกสาว-หลานชาย” คือ “ยุ้ย” พรรษพร เย็นประเสริฐ และ “ตี๋” นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ออกหาเสียงคู่กัน ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

3.จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 35 ส่งผลดีแก่กลุ่มผึ้งหลวง และสะท้อนภาพ “คะแนนจัดตั้ง” ที่ไม่แตกต่างจากสมัยนายกฯธงชัยมากนัก

ปี 2568 พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ได้ 219,173 คะแนน คนใช้สิทธิ์ 41%

ปี 2569 นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ได้ 193,653 คะแนน คนใช้สิทธิ์ 35%

ขณะที่ปัจจัยความปราชัยของพรรคประชาชน

1.พรรคประชาชน ยังสร้าง “กระแส” ในการเมืองท้องถิ่นไม่ได้ แม้จะระดมแกนนำพรรคทั้งในอดีตและปัจจุบัน เข้าพื้นที่หาเสียง

แม้จะส่ง “เดชรัต สุขกำเนิด” แกนนำส้มระดับมีชื่อเสียงระดับชาติลงสนาม หวังเพิ่มกระแสนิยมในตัวบุคคล แต่ก็ไม่มีแรงดึงดูดใจให้ “โหวตเตอร์ส้ม” ระดับ “บ้านมีรั้ว” หรือ “คอนโดฯ” แห่ออกมาใช้สิทธิ์เหมือนเลือกตั้ง สส.นนทบุรี

2.สส.ทั้ง 8 คน 8 เขต ทั่วจังหวัดนนทบุรี ของพรรคประชาชน เป็น สส.ที่มากับ “กระแสการเมืองระดับชาติ” ยังตกเป็นรอง “บ้านใหญ่” ในสนามการเมืองท้องถิ่น ที่ชาวบ้านยังให้ความสำคัญกับระบบอุปถัมภ์

3.โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาชน คือการรณรงค์ให้คนมาใช้สิทธิ์เกิน 50% แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะคนใช้สิทธิ์แค่ 35% จึงแพ้ “ฐานคะแนนจัดตั้ง” ของกลุ่มผึ้งหลวง

4.กระแสการเมืองระดับชาติ และผลงานเด่นของพรรคประชาชนในสภาฯ เรื่องโกง สว. และโกงสอบท้องถิ่น ไม่มีผลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่น

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ยังส่งผลให้ “พรรคส้ม” พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งท้องถิ่นมายาวนานกว่า 6 ปี ทั้งที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” พยายามปลุกปั้นมาตั้งแต่ยุค “คณะก้าวหน้า” แต่สามารถคว้าชัยเข้าเป้าได้เพียงแห่งเดียวคือ “นายก อบจ.ลำพูน” ที่มี “โกเฮง” วีระเดช ภู่พิสิฐ เข้าป้ายไปเมื่อปี 2567

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาคือหนึ่งในเครือข่าย “อดีตบ้านใหญ่” ไม่ใช่ “นักวิชาการ-คนธรรมดาโนเนม” ที่ “พรรคส้ม” ใฝ่ฝันเอาไว้ตามเจตนารมณ์แรก

“พรรคส้ม” คงต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง หากยังฝันต้องการทลาย “เครือข่ายระบอบอุปถัมภ์” ออกจากการเมืองท้องถิ่น ให้เหมือนการเมืองภาพใหญ่ ที่ยึดครองได้หลายพื้นที่ อย่างในทุกวันนี้