"กกต." เปิดมติ ผู้ถูกร้อง "คดีฮั้ว สว." รายบุคคล พบ "เนวิน ชิดชอบ - รัตนา บ่อถ้ำ จนท.ภท." มติรอดฟ้องเฉียดฉิว 4 ต่อ 3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุถึงมติ กกต. สำนวนการไต่สวนการเลือก สว. ในข้อกล่าวหาที่ 3 ว่าด้วยการแนะนำตัวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขและวิธีการที่ กกต. กำหนด โดยเมื่อ 14 กันยายน กกต. จากกรณีที่มีผู้ถูกกล่าวหารวม 175 คน ซึ่ง กกต. มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ประกอบด้วย สว. ที่ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 คน และบุคคลอื่น 9 คน รวม 36 คน
ทั้งนี้ แยกมติ กกต. ได้ดังนี้ มติ 6 ต่อ 1 จำนวน 16 คน อาทิ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา นายเศก จุลเกษร นางนงลักษณ์ ก้านเขียว นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว เป็นต้น
มติ 5 ต่อ 2 จำนวน 15 คน อาทิ พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว นายสุเทพ สังข์วิเศษ นายยะโก๊ป หีมละ เป็นต้น
มติ 4 ต่อ 3 จำนวน 5 คน อาทิ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน น.ส.เข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ นายโสภณ มะโนมะยา พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย เป็นต้น
ส่วนมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา รวม 135 คน แบ่งเป็น สว. ที่ดำรงตำแหน่ง 107 คน สว.สำรอง 1 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 1 คน กรรมการบริหารพรรค สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 20 คน บุคคลอื่น 6 คน นั้น โดยแยกมติ กกต. ได้เป็น
มติเอกฉันท์ 7 คน ได้แก่ นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย
มติ 6 ต่อ 1 จำนวน 2 คน คือ น.ส.พิมพฤดา ต้นจรารักษ์ และ นายธนยศ ทิมสุวรรณ กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย
มติ 5 ต่อ 2 จำนวน 121 คน อาทิ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี นายวร หินดี นายอภิชาติ งามกมล นายชินโชติ แสงสังข์ นางแดง กองมา นายสมพาน พละศักดิ์ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.
และกลุ่ม กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นายชลัฐ รัชกิจประการ นายกิตติ กิตติธรกุล และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กลุ่มสส. อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล นางสุขสมรวย วันทนียกุล นายพิชัย ชมภูพล
และมติ 4 ต่อ 3 จำนวน 5 คน อาทิ นายชัยธัช เพราะสุนทร สว. นายเนวิน ชิดชอบ นายรัตนา บ่อถ้ำ บุคคลอื่น เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้ว กกต. ยังเผยแพร่มติต่อกรณียื่นคำร้องต่อศาล ในข้อกล่าวหาที่ 4 กรณีจัด ทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือ จัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด ข้อกล่าวหาที่ 5 ว่าด้วยเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด ข้อกล่าวหาที่ 6 กรณี เรียกหรือรับทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครรับเลือกหรือไม่ลงสมัครรับเลือกเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครใด และข้อกล่าวหาที่ 7 กรณี เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด จำนวน 77 คน ซึ่งประกอบด้วย สว. ขณะที่ดำรงตำแหน่ง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน
พบว่าในส่วนของข้อกล่าวหาที่ 4 ข้อกล่าวหาที่ 6 และข้อกล่าวหาที่ 7 โดยในส่วนของการกระทำเป็นกลุ่ม มี 10 จังหวัด ซึ่ง กกต. ลงมติในรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ทั้งเป็นที่น่าสังเกตว่ามติเอกฉันท์ที่ให้ส่งคำร้องต่อศาลและดำเนินคดีอาญานั้น มีอยู่ใน กลุ่มจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีมติเอกฉันท์ ซึ่งกลุ่มผู้มีสิทธิเลือก สว. อาทิ นายโกศล สงรักษ์ นายสุนิเชต สุพัฒน์แก้ว และบุคคลอื่น อาทิ นายสุบิน ศักดิ์ดา นายวรรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร และ น.ส.นิสิตา หมั่นไชย
กลุ่มจังหวัดหนองบัวลำภู คือ นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. เป็นต้น
ในส่วนการกระทำรายบุคคล พบมติ กกต. ที่เป็นเอกฉันท์ อาทิ นางปวีณา สาระรัมย์ นายสมชาย นุ่มพูล นายพิมาย คงทัน นายนิรุตติ สุนธินนท์ สว. นายปริญญา แสนไชย ผู้มีสิทธิเลือก สว. นายจำนง ฉางข้าวชัย ผู้มีสิทธิเลือก สว. นายสนั่น ไพโรจน์ ผู้มีสิทธิเลือก สว. เป็นต้น
ทั้งนี้ กกต. แจ้งด้วยว่า เมื่อ กกต. จัดทำคำวินิจฉัยสำนวนการไต่สวน การเลือก สว. เสร็จสิ้นแล้ว (ภายใน 60 วัน) จะเผยแพร่คำวินิจฉัยให้ประชาชนทราบต่อไป





