'อนุทิน' ไม่หวั่นโกงสว.ขยายวง ย้ำอยู่ใต้ รธน. ส่วนปมโกงสอบท้องถิ่น ลั่น ไม่มีทางใช้ตำแหน่งปกป้องใคร ชี้ปม 'ทองเจือ' สั่งตรวจสอบแล้ว ย้ำ ยึดหลัก 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี คดีฮั้ว สว. ที่ดูเหมือนว่ายังไม่จบในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ยังมีการขยายประเด็นไปยังหน่วยงานอื่น ว่ามีความกังวลหรือไม่ ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กฎหมายระบุไว้อย่างไรก็เป็นไปตามนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ดูเหมือนว่ายังมีการหยิบยกเรื่องนี้ไปเคลื่อนไหวต่อ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะเรามีกรอบรัฐธรรมนูญกำหนดอยู่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร
โดยรัฐธรรมนูญ กำหนดว่าองค์กรอิสระมีอำนาจวินิจฉัยกรณีใดได้บ้าง และยังกำหนดสิทธิของประชาชนว่ามีอะไรบ้าง หากทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ประเมินหรือไม่ว่าเหตุใดประชาชนบางส่วนยังไม่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ประเมิน เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร
นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหนังสือตอบกลับจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังจากสอบถามความเชื่อมโยงของนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกรัฐมนตรี กับคดี ทุจริตสอบท้องถิ่น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า รอให้ถึงเวลา เพราะส่วนนั้นเป็นเรื่องที่ตนสอบถามข้อมูลไป
เมื่อถามต่อว่า ที่นายกฯ เคยบอกว่า เผื่อมีใครมาถามจะได้ตอบถูก วันนี้ยังยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” อยู่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า “ใช่ แน่นอน ไม่ต้องห่วง ไม่งั้นจะถามทำไม” ซึ่งตนได้ถามอย่างเปิดเผย
เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะสามารถปราบคนโกงได้ เพราะนายกฯ พูดเองว่า “มาโกงบนหัวผม” นายอนุทินระบุสั้น ๆ ว่า มั่นใจ ส่วนกับนายทองเจือ ได้มีการพูดคุยสอบถามถึงกรณีที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นายทองเจือได้ทำรายงานว่า สิ่งที่มีคนกล่าวหาเขาคืออะไร และเขาได้ทำอย่างไร
เมื่อนายทองเจือทำรายงานมาแล้ว ตนก็ได้ให้ทีมงานตรวจสอบว่ามีข้อกฎหมายอะไรที่ผิดหรือไม่ ทีมงานยืนยันว่าไม่มีอะไรผิด ตนจึงได้บอกว่า งั้นต้องขอตรวจสอบประวัติ ทั้งจากตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ ป.ป.ช. ตนไม่ได้ดูแล จึงทำเรื่องส่งไปที่ตำรวจก่อน และหลังจากนี้ ตนจะทำเรื่องส่งไปทั้งหมด ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่าพบอะไรที่เป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่นายทองเจือเพียงคนเดียว หากมีการกล่าวหาถึงใคร ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีมาบ้าง หากมีการเกี่ยวพันกับระบบงานของตน ตนก็จะสอบถามให้เกิดความแน่ใจ โดยเป็นการขอข้อมูลอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อเป็นลายลักษณ์อักษร คนที่ลงนามมาก็ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น ตนก็พยายามที่จะแสดงความโปร่งใสและความชัดเจนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถามย้ำว่า ต้องดำเนินการให้เกิดความรวดเร็วหรือไม่ เนื่องจากเป็นคนใกล้ตัวนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า ที่ถามไปใช้เวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็ได้รับคำตอบ ส่วนคำตอบนั้น หากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบถาม ตนก็จะพิจารณา แต่อาจจะส่งเป็นคำตอบของตนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้สรุป
นายอนุทินย้ำว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แนวทาง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ก็ยังมีอยู่ ขอให้พี่น้องประชาชนคลายกังวลว่าตนจะไปปกป้องหรือคุ้มครองใครในตำแหน่งหน้าที่ที่ตนมี นั่นคือทำให้ตนเองอายุสั้น ไม่มีทางที่จะทำเช่นนั้นเด็ดขาด เมื่อถามย้ำว่า ตราบใดที่ยังเป็นรัฐบาลนี้ หากมีการสอบข้าราชการจะไม่มีการโกงใช่หรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า “บล็อกได้” จากนี้ไปจะไม่มีแน่นอน




