“วีระ” ชี้ เอกสารหลุด “คดีโกง สว.” พยานรหัส16 กลับคำให้การ ไม่น่าเชื่อถือ ทั้งที่ขอเข้าให้การเป็นพยานตั้งแต่ต้น ไม่มีพฤติกรรมถูกข่มขู่ให้ใส่ร้าย ภท. ระบุ ส่งหนังสือปุ๊บ มีการสั่งตั้ง คณะที่36 ยกทั้ง229คน เปิดให้เห็นร่องรอยของอาชญากร ใครยังเชื่อถือเป็นผู้ร่วมกระทำผิด
นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า ได้เห็นหนังสือขอกลับคำให้การในคดีการโกงฮั้วสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ของพยานรหัส 16 ก็ต้องบอกกับพี่น้องประชาชนว่า พวกเราภาคประชาชน ทั้งไอลอว์ ไอติม สมชัย และวีระ ต่างไม่เคยมีใครได้เห็นหนังสือขอกลับคำให้การฉบับนี้มาก่อนเลย
แต่เมื่อมีไอ้โม่งนำเอาหนังสือขอกลับคำให้การฉบับนี้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว (เข้าใจว่าพวกที่กระทำความผิดนั่นแหละเป็นผู้นำมาเปิดเผยเอง) เพื่อทำให้สังคมเกิดความสับสน แล้วเข้าใจผิดว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้ทำหน้าที่กลั่นกรองอย่างถูกต้องแล้ว กรณีมีความเห็นข้างมากจำนวน 5 ต่อ 2 เห็นควรยกฟ้องผู้กระทำความผิดทั้ง 229 คน โดยอ้างว่าพยานรหัสที่ 16 คนนี้(ซึ่งเป็นประจักษ์พยาน) เป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ มีการกลับคำให้การไปมา คณะอนุฯที่ 36 จึงนำมาใช้เป็นเหตุผลสำคัญในการสั่งไม่ฟ้องผู้กระทำความผิดทั้ง 229 คน
ทั้งๆที่ในการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบไต่สวนกลางของ กกต. คณะที่ 26 ได้บันทึกการให้ข้อมูลของพยานรหัสที่ 16 เอาไว้อย่างละเอียด(ตั้งแต่หน้าที่ 1056 ถึง 1060) ซึ่งพยานรหัสที่ 16 มีการแฉขบวนโกงฮั้ว สว. เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2567 แฉว่ามีผู้ใดบ้าง ที่เป็นคนต้นคิดในเรื่องนี้(มีหลายคนเป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกยุบพรรคได้) มีการแฉว่าในการประชุมวางแผนที่โรงแรมคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ มีใครนั่งหัวโต๊ะ และเป็นผู้กำหนดตำแหน่งประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา ประธานกรรมาธิการต่างๆ
พยานรหัสที่ 16 คนนี้ ถือเป็นพยานปากสำคัญมาก เป็นประจักษ์พยาน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมรู้เห็นแทบจะทุกขั้นตอนในการกระทำความผิดดังกล่าว ที่สำคัญพยานรหัสที่ 16 คนนี้ ได้ให้ถ้อยคำที่เป็นสาระสำคัญและเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี หรือการพิสูจน์การกระทำความผิดของผู้กระทำคนอื่นที่เป็นตัวการสำคัญ และสามารถที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยการกระทำความผิดของผู้กระทำความผิดนั้น ซึ่งรวมถึงการนำไปสู่การวินิจฉัยชี้ขาด หรือดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอันเป็นตัวการหลักได้
ดังนั้น หากผู้กระทำความผิดสามารถทำให้พยานรหัสที่ 16 คนนี้ กลับคำให้การได้สำเร็จ ประโยชน์ก็จะเกิดกับบรรดาผู้กระทำความผิดทั้งหมดทันที จึงมีข่าวว่ามีกล้วย 300 หวีเข้ามาเกี่ยวข้อง
อีกประเด็นสำคัญที่ต้องโฟกัสก็คือ พยานรหัสที่ 16 คนนี้ เป็นผู้เข้ามาขอให้การพยานในคดีนี้ด้วยตัวเอง ด้วยความอาจหาญร่าเริง ไม่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เชื่อว่าถูกบังคับ ข่มขู่ มาให้การใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด แต่พอพยานรหัสที่ 16 จะกลับคำให้การ กลับไม่กล้ามาพบ กกต.ด้วยตัวเอง ใช้วิธีทำหนังสือกลับคำให้การส่งมาให้ กกต. หนังสือลงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ส่งรายงานให้เลขาธิการ กกต. แล้ว และภายหลังจากที่เลขาธิการ กกต. ได้สรุปเรื่องส่งคณะกรรมการ กกต. ในวันที่ 15 กันยายน 2568 แล้วด้วยเช่นกัน
ภายหลังจาก กกต. ได้รับหนังสือกลับคำให้การของพยานรหัสที่ 16 ในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ประธาน กกต. ก็มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ให้เข้ามาทำหน้าที่ทันทีในเดือนพฤศจิกายน 2568 จนนำมาสู่คำวินิจฉัยของคณะที่ 36 ด้วยเสียงข้างมาก 5:2 ไม่ฟ้องผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน
เปิดให้เห็นร่องรอยของอาชญากรขนาดนี้แล้ว ท่านใดยังหลงเชื่อพวกที่กระทำความผิด และยังสนับสนุนพวกมันอยู่ ก็ต้องถือว่าท่านเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมกระทำความผิดกับพวกมันด้วยครับ ยิ่งแก้ตัวยิ่งทำให้เห็นความผิด อาชญากรมันย่อมทิ้งร่องรอย





